รายแรกโคราช! พบติดเชื้อโอไมครอนหลังกลับจากแสวงบุญที่ซาอุดีอาระเบีย กักตัวด่วนที่กรุงเทพฯ ขณะที่ สสจ.กำชับญาติเยี่ยมออนไลน์ เข้มสแกน ปชช.มาจากต่างประเทศ และนอกพื้นที่ อย่าปกปิดไทม์ไลน์
หลังจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดย นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวประเด็นสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 และโอไมครอน เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (20 ธันวาคม) โดยระบุว่า คลัสเตอร์ผู้ที่ไปแสวงบุญประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2564 และเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยในวันที่ 15 ธันวาคม 2564 ในไฟลต์ QR0836 จำนวน 31 ราย ได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อตามมาตรการ Test & Go แล้วพบว่าติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 18 ราย
โดยเป็นชาว จ.นนทบุรี 9 ราย, จ.ปทุมธานี 2 ราย, จ.พระนครศรีอยุธยา 4 ราย, จ.นครราชสีมา 1 ราย และกรุงเทพฯ 2 ราย ซึ่งใน 18 รายนี้พบว่าติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ “โอไมครอน” ถึง 6 ราย โดยเป็นชาว จ.นนทบุรี 3 ราย จ.ปทุมธานี จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.นครราชสีมา จังหวัดละ 1 ราย แต่ทุกรายไม่แสดงอาการ ได้สั่งกักตัวไว้แล้วที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
พร้อมกับติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอีก 13 ราย ที่ร่วมคณะทัวร์แสวงบุญไปกักตัวที่ จ.นนทบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปทุมธานี กับพนักงานที่อยู่บนเครื่องอีก 2 ราย รวมเป็น 15 ราย กับสอบสวนโรคผู้ป่วยในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง และติดตามการรักษากับดูอาการของผู้ป่วยทุกรายอย่างใกล้ชิด ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งผลการตรวจสายพันธุ์ไปยังสำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนทราบแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- คณะแสวงบุญซาอุฯ ติดโอไมครอน แล้ว 7 คน มีหลานสาวที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรีด้วย
- นนทบุรี พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 44 ราย ผู้แสวงบุญประเทศซาอุดีอาระเบีย 8 ราย สายพันธุ์โอไมครอน 3 ราย
- สธ.คอนเฟิร์ม พบ ‘โอไมครอน’ รายแรกในไทย จ่อยกระดับคุมเข้ม หวั่นเกิดคลัสเตอร์
ในส่วนของจังหวัดนครราชสีมา นพ.วิชาญ คิดเห็น รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้รับทราบข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขแล้ว และได้กำชับไปยังสาธารณสุขทุกอำเภอให้เพิ่มความเข้มงวดมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรค และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทั้ง 32 อำเภอในจังหวัดให้ช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา หากพบบุคคลที่เดินทางจากพื้นที่อื่น หรือเดินทางกลับมาจากต่างประเทศในช่วงนี้ให้รีบแจ้งสาธารณสุขอำเภอ หรือ อสม.ทราบ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวเดินทางมาจากพื้นที่ใดและตรวจเช็กไทม์ไลน์เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เชื้อโควิด-19 ทุกสายพันธุ์เข้ามาแพร่ระบาดในพื้นที่
นพ.วิชาญกล่าวว่า ส่วนญาติของผู้ติดเชื้อโอไมครอนรายแรกของจังหวัดได้แจ้งประสานไปแล้วว่าให้งดเดินทางไปเยี่ยม แต่ให้ติดต่อสื่อสารกันทางออนไลน์แทน นอกจากนี้ ผู้ที่พบว่าตนเองติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำทุกราย ขอให้ตระหนักและร่วมมือกันสกัดเชื้อไม่ให้แพร่ระบาด ด้วยการเข้ารับการรักษา กักตัวเอง และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่สาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เชื้อโควิด-19 กลับมาระบาดรุนแรงได้อีก

