งานงอก! เจ๊บิว ร้านดัง เข้าข่ายผิด กม. เปิดให้นั่งดริงก์ ตอบชัดค่าน้ำแข็งทำไม 2 พัน

งานงอก! เจ๊บิว ร้านดัง เข้าข่ายผิด กม. เปิดให้นั่งดริงก์ ตอบชัดค่าน้ำแข็งทำไม 2 พัน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ๊บิว เจ้าของร้านอาหารที่กำลังเป็นประเด็นร้อนอยู่ในขณะนี้ พาลูกน้องเกือบ 10 คน เข้าพบ นายไชยวุฒิ วัชเรนทร์สุนทร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครพนม ณ ห้องประชุมศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดนครพนม จากกรณี นายเกียรติภูมิ ศิริวรเดชกุล อายุ 54 ปี อาชีพไกด์ ทำงานอยู่จังหวัดอุดรธานี และนางปาริชาติ ดวงสงค์ หรือกะตั๊ว อายุ 53 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว เล่าเรื่องเกี่ยวกับราคาอาหาร จำนวน 31,501 บาท ว่ามีความเหมาะสมกันหรือไม่ ต่อนายชาญชัย คงทัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และนายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ พาณิชย์จังหวัดนครพนม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ๊บิวได้ตอบทุกประเด็นที่หลายคนสงสัย เช่น อาหารปีกไก่ทอด เนื้อแดดเดียวทอด ใช้ผลิตภัณฑ์พรีเมียม อย่างน้ำมันมะกอกก็ไปซื้อจากห้างสรรพสินค้าดังระดับประเทศ วัตถุดิบทุกอย่างใหม่สดเสมอ อาทิ เนื้อโคขุนก็สั่งจากโพนยางคำ จ.สกลนคร ดังนั้น จำนวนของที่นำมาใส่ในจานก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว ส่วนกระเพาะปลาราคา 5 พันบาท ก็ชี้แจงว่าเป็นความประสงค์ของลูกค้าเอง ทีแรกลูกค้าต้องการเนื้อปูเป็นตัวๆ ซึ่งทางร้านก็แจ้งไปว่าปูมีราคาแพง เปลี่ยนเป็นไก่ฉีกได้ไหม ลูกค้าก็โอเคไม่มีปัญหาใดๆ

หรือที่มีการพูดถึงน้ำแข็ง จำนวน 111 ถังนั้น เจ๊บิวได้หันไปถามสื่อมวลชนว่า มีร้านไหนขายเป็นกระสอบบ้าง ถ้ามีช่วยบอกทีว่าอยู่ตรงไหน เห็นมีแต่ตักใส่ถังขายกันทั้งนั้น และเมื่อลูกค้านำเบียร์สดมาก็ต้องแช่น้ำแข็ง จึงคำนวณเป็นจำนวนถังไป 111 ถัง

หากจะนับกันจริงๆ น่าจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ ระหว่างที่เจ๊บิวชี้แจงอยู่นั้นไม่มีท่าทีจะกังวลใดๆ มีบางครั้งหัวเราะด้วยว่าหลังเป็นข่าวมีลูกค้าประจำโทรศัพท์มาให้กำลังใจเยอะมาก และมีลูกค้ามาอุดหนุนเยอะกว่าเดิม ซึ่งการที่เจ๊บิวมาพบเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะจบแบบไหน เพราะทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้มาเจอหน้ากัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายธนพัต ทีฑธนานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม หลังเห็นภาพข่าวดังกล่าวก็ขอโทษไปยังลูกค้าที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า จังหวัดนครพนมเป็นเมืองท่องเที่ยว ที่ผ่านมาจะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยียนนครพนมเพียงปีละครั้งสองครั้ง คือเทศกาลไหลเรือไฟช่วงวันออกพรรษา และงานนมัสการพระธาตุพนม หรือบุญเดือนสาม

แต่ปัจจุบันนครพนมกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนทุกอาทิตย์ โรงแรมที่พักถ้าไม่จองจะเต็มหมด ถือว่ากำลังเดินหน้าไปด้วยดี พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่สบายใจ อยากให้ทางผู้ประกอบการคิดหน้าคิดหลังถึงสิ่งที่จะตามมาด้วย โดยตนจะหารือกับผู้หลักผู้ใหญ่ในการวางมาตรการมิให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำรอยอีก

นอกจากนี้ การที่ร้านอาหารแห่งนี้เปิดให้ลูกค้าเข้าไปนั่งดื่มภายในร้านได้ก็ไปขัดกับคำสั่งจังหวัดนครพนม ที่ 48/2565 เรื่องปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออันตราย มาตรการและแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 โดยข้อ 7(1) ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม สามารถเปิดให้บริการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านตามเวลาปกติ โดยห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน

โดยมาตรการนี้ให้ใช้บังคับกับร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันด้วย ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามตามข้อ 7 ฯลฯ ของคำสั่งฉบับนี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามมาตรา 51 พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 และต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 18 พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 ประกาศ ณ วันที่ 11 มกราคม 2565 หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon