เผยปกติโรงเรียนแจกอาหารให้ ผปค.รับแทนเด็ก ยันเคส น.ร.แบกนม 1 ลังใส่หลัง ครูไม่ทันเห็น

ผอ.สพป.สตูล ลงพื้นที่ติดตามกรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ภาพนักเรียนสะพายกระเป๋าน้ำหนักเกิน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

จากกรณีที่โลกโซเชียลโพสต์และกล่าวถึงคลิปที่นักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษารายหนึ่ง สะพายกระเป๋ากลับจากโรงเรียนด้วยความทุลักทุเล เนื่องจากน้ำหนักกระเป๋ามากเกิน อีกทั้งมีการวิพากษ์ระบบการศึกษาไทยอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเหตุใดจึงปล่อยให้นักเรียนแบกหนังสือหนักอึ้งไปโรงเรียน

ต่อมา น.ส.สุชาดา หัดหวัง แม่ของเด็ก เปิดเผยว่า ในกระเป๋านักเรียนไม่ใช่หนังสือ แต่เป็นนมโรงเรียน 1 ลัง ประมาณ 36 กล่อง ซึ่งจริงๆ โรงเรียนให้เรียนแค่ครึ่งวัน ในกระเป๋ามีสมุดหนังสือแค่ 4 เล่ม ซึ่งกระเป๋าไม่หนักมาก แต่เด็กแข็งแรงจึงได้นำนมใส่กระเป๋าแล้วพากลับ

“ปกติจะขับรถไปรับตอนเที่ยงทุกวัน แต่เมื่อวานไปรับปรากฏว่าไม่มีน้อง ครูก็ตกใจ ไม่คิดว่าน้องจะเดินกลับเอง เพราะปกติวันที่แจกนมผู้ปกครองจะเข้ามารับเอง เพราะหนัก ตนออกจากโรงเรียนก็เห็นน้องนั่งรออยู่ที่บริเวณออกกำลังกาย เพราะหมดแรง” น.ส.สุชาดาระบุ

เมื่อวันที่ 27 มกราคม นายประหยัด สุขขี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (ผอ.สพป.) สตูล เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นจึงได้ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านปากละงู อ.ละงู จ.สตูล เนื่องจากนักเรียนคนดังกล่าวเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนดังกล่าว ชื่อ ด.ญ.อัยนา โต๊ะดา จากการสอบถามคณะครู นักเรียน และผู้ปกครองปรากฏว่านักเรียนคนดังกล่าวเป็นนักเรียนที่มีทักษะชีวิต มีความรับผิดชอบสูง มีจิตอาสา และชอบทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง มีความภาคภูมิใจที่ได้ทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง

นายประหยัดกล่าวอีกว่า จากคลิปเป็นเหตุการณ์ที่นักเรียนกำลังเดินทางกลับบ้านช่วงเที่ยงวัน เนื่องจากโรงเรียนจัดการเรียนการสอนแบบ On-site ครึ่งวัน ซึ่งโรงเรียนได้แจกอาหารกลางวันและอาหารเสริมคือนมให้กลับไปรับประทานที่บ้าน ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่ไม่ต้องการให้นักเรียนเปิดหน้ากากอนามัยที่โรงเรียน โดยนักเรียนได้รับอาหารเสริมเป็นนม 1 ลัง จำนวน 36 กล่อง ทุกครั้งที่มีการมอบนมและอาหารกลับบ้าน โรงเรียนจะประสานให้ผู้ปกครองมารับเองทุกครั้ง เพื่อเป็นการตรวจสอบการรับอาหารกลางวันและอาหารเสริมของนักเรียน

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพบว่านักเรียนนำนม 1 ลัง (36 กล่อง) ใส่ในกระเป๋านักเรียนด้วยตนเอง และออกจากโรงเรียนเพื่อเดินทางกลับบ้านเอง ขณะที่ครูประจำชั้นกำลังแจกอาหารกลางวันให้กับนักเรียนคนอื่นๆ อยู่ จึงทำให้ไม่ทันได้สังเกตนักเรียนคนดังกล่าว แต่ทันทีที่ครูประจำชั้นได้สังเกตและทราบในเวลาต่อมาได้โทรศัพท์ประสานผู้ปกครองเพื่อสอบถามการมารับนักเรียนในทันที จนทราบว่าผู้ปกครองกำลังเดินทางมา แต่ยังมาไม่ถึง” นายประหยัดกล่าว

นายประหยัดกล่าวว่า ทางโรงเรียนได้มีการบริหารจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบ และในส่วนของนักเรียนรายดังกล่าวก็ได้มีระบบช่วยเหลือนักเรียนเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำกับผู้บริหารให้กำชับสร้างความเข้าใจแก่ครู ผู้ปกครอง นักเรียนเกี่ยวกับข้อตกลงการรับนักเรียนกลับบ้านอย่างเข้มงวด เพื่อให้การบริหารการจัดการศึกษาสู่การพัฒนาสอดรับกับ สพฐ.วิถีใหม่ ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน คือโอกาส คุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon