ลูกสาวช็อก รพ.ปทุมธานี แถลงยอมรับผิด-สลับตัวผู้ป่วยโควิด พ่อโดนเผาไปแล้ว
จากกรณีน.ส.ธัชสุภา วณิชยกุลวงศ์ อายุ 33 ปี ได้ร้องเรียนผู้สื่อข่าวว่านายธีระ ระงับโจร อายุ 66 ปี พ่อตนเองป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ก่อนจะป่วยโควิดตามมาซึ่งทางเนอร์สซิ่งโฮม ศูนย์รับเลี้ยงได้นำตัวมารักษาที่โรงพยาบาลปทุมธานี และได้หายตัวไป โดยทางลูกสาวได้ไปลงบันทึกประจำวันที่สภ.เมืองปทุมธานี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
อ่าน :สาวร้อง รพ.ปทุมธานีทำพ่อหาย แจ้งให้ไปดูใจพ่อป่วยโควิด กลายเป็นพ่อคนอื่น แถมชื่อเจ้าของเตียงเผาไปแล้ว
วันที่ 9 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาคณะแพทย์ของโรงพยาบาลปทุมธานี ได้เชิญน.ส.ธัชสุภา วณิชยกุลวงศ์ อายุ 33 ปี ไปรับฟังคำชี้แจงโดยมีญาติของนายบุญหนาที่ป่วยโควิดเช่นกัน เข้ามารับฟังคำชี้แจงในครั้งนี้ด้วย

โดยนพ.ยรรยง เสถียรภาพงษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลปทุมธานี กล่าวว่าเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2565 เวลา 18.14 น. หอผู้ป่วย 1/5 ได้รับผู้ป่วยโควิด 2 ราย คือนายบุญหนา ศรีปราช และนายธีระ ระงับโจร จากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเอกชน เป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถสื่อสารได้ ให้อาหารทางสายยางทั้งสองราย รับเข้ามาดูแลในห้องผู้ป่วยห้องเดียวกัน 2 เตียง โดยเตียงเลขที่ 901 คือ นายธีระ และเตียงเลขที่ 902 คือ นายบุญหนา

ต่อมาวันที่ 20 มกราคม 2565 เวลา 04.00 น. ทางหอผู้ป่วยแยกโรค 1/5 ต้องเตรียมรับผู้ป่วยหนักรายอื่น จึงได้ทำการเตรียมย้ายผู้ป่วย 2 รายดังกล่าว ไปหอผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรวม (3/3) และด้วยผู้ป่วยทั้ง 2 รายนี้ มีสภาพอาการใกล้เคียงกันและย้ายในเวลาใกล้เคียงกันจึงคาดว่าน่าจะมีการสลับชื่อผู้ป่วย แต่ผู้ป่วยทั้ง 2 รายยังได้รับการรักษาตามอาการของแต่ละคน ระหว่างนั้นหอผู้ป่วยได้สื่อสารกับญาติของผู้ป่วยทั้ง 2 ราย ทางโทรศัพท์เป็นระยะ ๆ ตามอาการที่บันทึกในเวชระเบียน เนื่องจากไม่สามารถให้ญาติเข้าเยี่ยมได้ตามมาตรการเฝ้าระวังโควิด

จนวันที่ 23 มกราคม 2565 เวลา 16.00 น. ผู้ป่วยหนึ่งในนั้นมีอาการทรุดลงและเสียชีวิต ซึ่งชื่อตามเวชระเบียนและใบมรณะบัตรที่ออกคือนายบุญหนา ศรีปราช จึงได้ประสานแจ้งญาติ ชื่อคุณตู๋ บุตรสาวนายบุญหนา ศรีปราช มารับศพและได้จัดการศพตามมาตรการโควิดคือบรรจุศพลงในถุงซิปล็อก 2 ชั้น ญาติไม่สามารถเปิดดูสภาพศพและใบหน้าผู้เสียชีวิตได้ ซึ่งญาติไปดำเนินการตามพิธีการทางศาสนาที่วัดหงส์ปทุมวาส จังหวัดปทุมธานี
หลังจากฌาปนกิจ ได้มอบกระดูกไว้ให้ญาติไปเก็บไว้ที่บ้าน ณ จังหวัดชลบุรีและลอยอังคารที่อำเภอสัตหีบส่วนหนึ่ง

ส่วนผู้ป่วยอีกรายชื่อตามเวชระเบียนคือนายธีระ ระงับโจร ซึ่งมีอายุ 65 ปีเท่ากันและสภาพอาการป่วยติดเตียงและสื่อสารไม่ได้ ให้อาหารทางสายยางเช่นกัน มีอาการโควิดดีขึ้น และพ้นระยะแพร่กระจายเชื้อ แต่ยังมีภาวะแทรกซ้อนปอดอักเสบ จึงได้ทำการย้ายไปรักษาต่อที่หอผู้ป่วยอายุรกรรมชายเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2565 เวลา 10.00 น. และได้มีการแจ้งอาการกับญาติเป็นระยะ ๆ โดยญาติไม่ได้รับการอนุญาตเข้าเยี่ยม เนื่องจากมาตรการโควิด
ต่อมาวันที่ 7 มีนาคม เวลา 19.35 น. ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยหอบ ทรุดลง ทางหอผู้ป่วยอายุรกรรมชายจึงติดต่อญาติ และญาติได้เข้ามาเยี่ยมวันที่ 7 มีนาคม 2565 เวลา 20.30 น. แพทซึ่งเป็นลูกสาวคนที่สองของนายธีระ มาเยี่ยมผู้ป่วยและถามว่าผู้ป่วยอยู่เตียงไหน และมาเยี่ยมที่เตียงผู้ป่วยหมายเลข 25/1 ได้คุยอาการกับพยาบาลว่าขอปรึกษาพี่สาว ชื่อแจน ก่อน
เมื่อพี่สาวมาถึงเวลา 21.00 น. พบว่าผู้ป่วยที่นอนอยู่ไม่ใช่บิดาของตน และยืนยันด้วยบัตรประชาชนที่ชัดเจนว่าหน้าคนในบัตรไม่เหมือนกับคนที่นอนอยู่ ซึ่งบัตรประชาชนชื่อคุณธีระ ระงับโจร จึงสันนิษฐานว่าคุณธีระ ระงับโจร ตัวจริงน่าจะเสียชีวิตไปแล้วในนามของคุณบุญหนา ศรีปราช ซึ่งจะต้องทำการสืบสวนหาข้อเท็จจริงโดยละเอียดต่อไป

