หน้าแรก ภูมิภาค ‘คันทรี...

‘คันทรี่โฮม’ นิมนต์พระทำบุญ หลังผ่านพ้น ‘ตร.หน่วยสวาท’ ยิงสนั่น พนง.วอนรัฐอย่าสั่งปิดร้าน

27.10.22 | 17:22 น.

‘คันทรี่โฮม’ นิมนต์พระสงฆ์ 10 รูป ทำบุญเจริญพระพุทธมนต์ ถวายสังฆทานให้กับดวงวิญญาณผู้เสียชีวิต เหตุ ‘จ่าเบิร์ด’ รัวปืนยิงคาร้าน ครั้งแรกในรอบ 8 ปี พนักงานวอนอย่าสั่งปิด 60 ชีวิตได้รับผลกระทบ ผู้ว่าฯยังไม่สั่งปิด ต้องรอสำนวนตำรวจให้ชัดเจนก่อน ส่วนผู้บริหารร้านระบุหากยังได้เปิดบริหารจะมีมาตรการอย่างเข้มงวด

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่สถานบันเทิงคันทรี่โฮม ถนนพัทลุง ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง (บริเวณถนนทางเข้า บขส.ตรัง) หลังจากเกิดเหตุการณ์ จ.ส.ต.ชุติพนธ์ นาคแก้ว หรือ จ่าเบิร์ด ตำแหน่ง ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.บ้านหนองเอื้อง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการชุดปฏิบัติการพิเศษศรีตรัง (S.W.A.T.) ภ.จว.ตรัง ก่อเหตุใช้อาวุธปืน ขนาด 9 มม. ยิงใส่ นายจิตกร คงจันทร์ หรือ ขาว อายุ 32 ปี จำนวน 9 นัดเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเขม่นไม่พอใจกัน ซึ่งเป็นสถานที่ปลอดอาวุธ ขณะทั้งสองฝ่ายนั่งดื่มสุรากัน

หลังจากผ่านมา 3 วัน นางวรรณา อินฤทธิ์ หรือ ป้าเอียด อายุ 57 ปี หุ้นส่วนคันทรี่โฮม นายสมจิตร คงปรือ อายุ 58 ปี ผู้รับอนุญาตตั้งสถานบันเทิงคันทรี่โฮม นายธนกฤต จันทร์พุ่ม อายุ 47 ปี ผู้จัดการร้านคันทรี่โฮม พร้อมด้วยบรรดาผู้บริหารและพนักงานกว่า 80 ชีวิต พร้อมใจนำอาหารคาวหวานใส่ปิ่นโตมาร่วมทำบุญ โดยนิมนต์พระสงฆ์จาก 3 วัดในพื้นที่ อ.เมือง จำนวน 10 รูป มาทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายสังฆทานให้กับดวงวิญญาณของนายจิตกร ซึ่งประกอบพิธีไปเมื่อเวลา 10.45 น.ที่ผ่านมา และยังเป็นการทำบุญใหญ่ครั้งแรกในรอบ 8 ปีด้วย

พนักงานแคชเชียร์ กล่าวว่า ตนและพนักงานทุกคนกว่า 60 ชีวิตได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว หากปิดสถานประกอบการทุกคนก็จะได้รับความเดือดร้อน ขอวิงวอนหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่อยากให้ปิดร้าน เพราะตนและเพื่อนร่วมงานตกงาน งานก็หายาก ทั้งนี้ ร้านเพิ่งเปิดได้ไม่กี่เดือน ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาต้องปิดด้วยสถานการณ์โควิด-19

พนักงานแคชเชียร์กล่าวต่อว่า การมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในผับทำให้พนักงานในร้านขวัญผวา เนื่องจากยังเห็นภาพติดตาในคืนเกิดเหตุและยังมีกองเลือด รวมทั้งร่องรอยความเสียหายอยู่ภายในร้าน หากโชคดีที่จังหวัดไม่มีการสั่งปิดสถานบันเทิงพนักงานก็จะมีขวัญกำลังใจที่ดี

Advertisement

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายสมจิตรกล่าวว่า เจ้าของร้านจัดพิธีทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับนายจิตกร และทำบุญเรียกขวัญกำลังใจให้กับพนักงานทุกคน รวมทั้งหุ้นส่วนและเจ้าของร้านด้วย พนักงานเตรียมทำใจไว้ล่วงหน้าหากมีคำสั่งปิดจากเหตุการณ์ดังกล่าว บางรายเพิ่งมาทำงานได้ไม่กี่วัน บางรายเป็นเสาหลักของครอบครัว และบางรายเพิ่งจะมีรายได้เป็นกอบเป็นกำหลังผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19

นายสมจิตรกล่าวว่า หลังจากนี้หากร้านยังได้เปิดบริการก็จะใช้มาตรการป้องกันอย่างเด็ดขาด ห้ามนำอาวุธเข้า พร้อมจะนำเครื่องสแกนวัตถุโลหะเพื่อป้องกันอีกทาง แต่ช่วงนี้คงจะไม่เปิดให้บริการ ต้องรอความพร้อมและให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปก่อน

ด้านความคืบหน้าทางคดี เช้าวันนี้ยังไม่มีกำหนดฝากขังจ่าเบิร์ดเนื่องจากสำนวนคดียังไม่แล้วเสร็จ คาดว่าน่าจะฝากขังได้ในช่วงเย็นวันนี้ แต่ไม่นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ขณะที่ทางอำเภอเมืองตรัง ซึ่งเป็นฝ่ายปกครองดูแลรับผิดชอบ เชิญนายสมจิตรไปรับทราบข้อเท็จจริงและให้ถ้อยคำ (ป.ค.14) ต่อเจ้าพนักงานปกครอง แต่นายสมจิตรได้ขอเลื่อนไปก่อน เนื่องจากยังจัดการเรื่องที่ร้านไม่แล้วเสร็จ

นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า ตอนนี้ตำรวจภูธรจังหวัดรายงานเหตุการณ์เบื้องต้นให้ทราบแล้ว ต้องรอสำนวนสอบสวนที่ชัดเจนจากตำรวจก่อน เพราะในสำนวนของตำรวจจะมีข้อมูลเชิงลึกในเหตุการณ์ทั้งหมด นอกจากนี้ ได้สั่งการให้นายอำเภอสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดและรายงานมายังตนอีกทางหนึ่ง หลังรอสำนวนจากตำรวจแล้วก็จะมาดูว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าข่ายทำความผิดตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 หรือไม่ ซึ่งจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผิดก็คือผิด เบื้องต้นได้รายงานไปยังกระทรวงมหาดไทยแล้ว

ผู้ว่าฯตรังกล่าวว่า ตอนนี้อยู่ที่ผู้ประกอบการว่าจะเปิดบริการต่อหรือไม่ แต่ ณ ขณะนี้ทางจังหวัดยังไม่มีคำสั่งใดๆ กับคันทรี่โฮม ส่วนเรื่องสถานบันเทิงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติเฉพาะกิจของจังหวัดออกตรวจอย่างเข้มข้น ทั้งเรื่องผู้ใช้บริการที่ต้องมีอายุต่ำกว่า 20 ปี และเวลาเปิดปิดตามกฎหมาย โดยไม่กำหนดเวลาว่าจะรู้ผลภายในกี่วัน ขึ้นอยู่กับสำนวนคดีที่ส่งมา ส่วนการ์ดฝ่ายปกครองได้กำชับแล้วว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและพกพาอาวุธเฉพาะในช่วงการปฏิบัติงาน นอกเหนือเวลางานห้ามพกอาวุธโดยเด็ดขาด