หน้าแรก ภูมิภาค ผกก.ยันไม่ใช่...

ผกก.ยันไม่ใช่ซื้อบ้านไม่ตรงปก เป็นการรวมกลุ่มซื้อที่ดินสร้างบ้าน แต่ ปธ.สหกรณ์พร้อมเงินหาย

13.06.23 | 18:10 น.

ผกก.ยันไม่ใช่ซื้อบ้านไม่ตรงปก เป็นการรวมกลุ่มซื้อที่ดินสร้างบ้าน แต่ ปธ.สหกรณ์พร้อมเงินหาย กำลังเร่งสอบว่าจะเข้าข้อหายักยอกทรัพย์หรือฉ้อโกง

วันที่ 13 มิถุนายน ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นายเกียรติคุณ ต้นยาง ว่าที่ ส.ส.นนทบุรี พรรคก้าวไกล นำผู้เสียหายจากโครงการก่อสร้างบ้านมั่นคง ที่สร้างเป็นเพียงเพิงพักสังกะสี คล้ายห้องแถวคนงานก่อสร้าง สหกรณ์บริการเคหสถานร่วมใจพัฒนาตลาดเก่าจำกัด บริเวณหมู่ 8 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จำนวน 35 คนจากจำนวน 100 กว่าคน เข้าพบ พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ สภ.บางบัวทอง เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีที่กลุ่มผู้เสียหายได้แจ้งความไว้เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว และรับฟังความคืบหน้าของคดี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ช้ำใจ บ้านไม่ตรงปก ร้องทนายโป้ง หลังส่งเงินซื้อบ้านหลักแสน กลับได้บ้านสังกะสียิ่งกว่าแคมป์คนงาน

‘ปลัด อ.บางบัวทอง’ ตรวจบ้านมั่นคงไม่ตรงปก ชาวบ้านแฉปัญหาเพียบผู้บริหารไร้ประสิทธิภาพ

Advertisement

 

พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการซื้อที่ดินแล้วออมทรัพย์เพื่อจะสร้างบ้าน ออมเงินกันครบที่จะสร้างบ้านได้หรือยัง ประเด็นหลักคือไม่ใช่ได้บ้านไม่ตรงปก แต่เป็นการออมเงินเพื่อจะสร้างบ้านโดยมีหน่วยงานของรัฐ 2 หน่วย คือ ของพัฒนาสังคมและสหกรณ์จังหวัด ที่จะเข้ามาตรวจสอบตั้งแต่การตั้งสหกรณ์ ที่จะต้องมาตรวจสอบสมาชิกทั้งที่ยังอยู่และที่ลาออก รวมทั้งเงินของสหกรณ์ว่าหายไปเท่าไร เนื่องจากตั้งสหกรณ์มา 3 ปี มีเงินประมาณ 8 ล้านบาท จ่ายค่าที่ดิน 4 ล้านกว่า เงินเหลือในบัญชีตำรวจอายัดไว้ล้านกว่าบาท หายไปประมาณ 2 ล้านกว่าบาท

พ.ต.อ.พฤฒกล่าวว่า พนักงานสอบสวนจะสอบทีละคนเลยที่แจ้งความไว้จำนวน 29 คน เรื่องนี้มีหลายขั้นตอนมากทั้งการฝากเงินการจ่ายเงินสหกรณ์ ซึ่งจ่ายให้บุคคลภายนอกไม่ได้ ก็ไม่รู้ไปจ่ายให้กับใคร เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลายปีแล้ว ซึ่งทางสหกรณ์จังหวัดนนทบุรีจะตั้งคณะกรรมการเข้ามาสอบสวนเรื่องนี้ ส่วนพนักงานสอบสวนจะดูเรื่องเงิน 2 ล้านบาทที่หายไป แล้วก็ต้องสอบปากคำสมาชิกทุกคนว่าแต่ละคนจ่ายเงินเข้าสหกรณ์ไปเท่าไร

พ.ต.อ.พฤฒกล่าวอีกว่า แต่ในส่วนไปซื้อบ้านแล้วไม่ได้บ้าน ประเด็นนี้ผมว่าไม่ใช่ เพราะรวมกลุ่มกันเพื่อจะซื้อที่ดินแล้วก็จะสร้างบ้าน ปัญหาคือซื้อที่ดินได้หรือยัง จ่ายค่าที่ดินครบหรือยัง เรื่องนี้พนักงานสอบสวนจะสอบเจ้าของที่ดิน และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็จะลงมาดูเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะทราบว่าชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เพียงแต่ว่าข่าวที่ออกไปล่าสุดที่บอกว่าซื้อบ้านและไม่ได้บ้านมันคนละเรื่องกัน ถ้าซื้อบ้านแล้วไม่ได้บ้านอันนี้เป็นเรื่องของคุ้มครองผู้บริโภค แต่กรณีนี้มันไม่ใช่มันเป็นการกระทำความผิดในสหกรณ์ ที่รวมตัวกันแล้วท่านไม่ได้บ้าน

พ.ต.อ.พฤฒกล่าวว่า ซึ่งการกระทำความผิดในสหกรณ์ สหกรณ์จังหวัดนนทบุรี จะเข้ามาร่วมกับตำรวจสภ.บางบัวทอง เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเรื่องนี้ ไม่ต้องห่วง ตอนนี้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเป็นเอกสารมีความหนาเป็นฟุต เราต้องไล่เรียงทุกบัญชีและก็มีหลายคนไปชำระกับบุคคลภายนอก เดี๋ยวหัวหน้างานพนักงานสอบสวนจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาสอบปากคำผู้เสียหายทุกคน เพื่อจะเร่งรัดคดีนี้ เพราะรายละเอียดของเนื้อหาเยอะผู้เสียหายเยอะบางคนก็ยังไม่เข้ามาให้รายละเอียด รวมทั้งรอการสอบสวนของสหกรณ์จังหวัดซึ่งมีความเชี่ยวชาญมากกว่าพนักงานสอบสวน ส่วนตัวบ้านจะเป็นหน้าที่ของพัฒนาสังคมที่จะเข้าไปดำเนินการ

พ.ต.อ.พฤฒกล่าวว่า กรณีนี้เป็นการตั้งสหกรณ์รวมตัวกันเพื่อจะซื้อที่ดิน ปัญหาคือรวมตัวกันซื้อที่ดินได้หรือยัง ที่พนักงานสอบสวนต้องถามโฉนดที่ดินเป็นชื่อของสหกรณ์หรือยัง แล้วสหกรณ์มีแผนที่จะสร้างบ้านเมื่อไร เรื่องนี้ไม่ใช่การซื้อบ้านไม่ตรงปก เราจะตั้งคณะกรรมการร่วมกับหน่วยงานอื่นเพื่อพิจารณาความผิดทางอาญา กับกรรมการสหกรณ์และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป

“ยังไงคดีนี้ต้องคลี่คลายเพราะชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อจะซื้อที่ดิน เมื่อซื้อที่ดินได้แล้วก็หวังว่าจะสร้างบ้าน เราต้องไล่ทั้งหมดจากเริ่มต้น 200 กว่าคนต้องไล่ทุกบัญชีตั้งแต่การรวมตัวกันเอาเงินมาซื้อที่ดิน จนสรุปว่าที่ดินที่ซื้อไป 14 ล้านบาทใช้วิธีไหนซื้อ วางเงินสดหรือทำเครดิตแล้วผ่อนกันอย่างไร ต้องไล่กันตรงนี้ก่อนว่าจะเป็นข้อหาฉ้อโกงหรือข้อหายักยอกทรัพย์ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรายงานผมว่าเงินหายไป 2 ล้านบาทไม่ทราบหายไปทางไหน ซึ่งในเบื้องต้นเรามองว่าเป็นข้อหายักยอก เนื่องจากเป็นการหายไปจากผู้ที่มีหน้าที่รักษาเงิน แต่ถ้าหากตรวจสอบว่าโครงการนี้โกง ก็จะเป็นข้อหาฉ้อโกง” พ.ต.อ.พฤฒกล่าวว่า

นายเกียรติคุณ ต้นยาง ว่าที่ ส.ส.นนทบุรี พรรคก้าวไกล กล่าวว่า เรื่องนี้ชาวบ้านได้ไปร้องศูนย์ดำรงธรรมไปร้องผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และเมื่อเดือนธันวาคม 2565 ได้มาแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.บางบัวทอง จนถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าผมจึงได้มาตามเรื่อง ก็เข้าใจว่าพนักงานสอบสวนน้อยแต่คดีเยอะ ข้อเท็จจริงเยอะเอกสารเยอะ เราก็เชื่อตำรวจด้วยศักดิ์ศรีของตำรวจคงไม่มาโกหก ตำรวจน่าจะอัพเดทข้อมูลบอกผู้เสียหายว่า คืบหน้าเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ใช่หายไป 6 เดือน

นายเกียรติคุณกล่าวว่า สหกรณ์แห่งนี้ก็ตั้งขึ้นโดยมีเจ้าหน้าที่มาแนะนำ มาบอกต้องตั้งเป็นสหกรณ์มารวมตัวรวมเงินกัน เมื่อรวมตัวกันได้ก็จะนำเงินไปซื้อที่ดิน หลังจากได้ที่ดินก็จะนำที่ดินเข้าในระบบสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เพื่อให้ พอช.ปล่อยกู้ปลูกบ้านสร้างบ้าน โดยสมาชิกก็จะผ่อนกับสหกรณ์ไปเรื่อยๆ ในราคาที่ตกลงกันไว้ หลังละ 2-5 แสนแล้วแต่ขนาด โดยมีสมาชิก 142 คน แต่มีบ้านที่อยู่แบบชั่วคราว 30 ห้อง เพราะมีบ้านผู้ประสบอัคคีภัยไฟไหม้ เขาเลยมาสร้างให้อยู่ชั่วคราวก่อน

นายเกียรติคุณกล่าวอีกว่า โดยการจ่ายเงินชาวบ้านจะจ่ายเข้าสหกรณ์เดือนละพันสองพันสามพันบ้าง บางคนก็เก็บหลักฐานไว้บางคนก็ไม่ได้เก็บ แต่บางส่วนก็จะต้องนำไปจ่ายเป็นค่าสาธารณูปโภค แต่ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นการออมทรัพย์จ่ายค่าซื้อบ้าน ตอนนี้ชาวบ้านหลายคนก็อยากได้เงินคืน เพราะเห็นว่าคงไม่ได้บ้านแน่ แต่บางคนก็อยากได้บ้าน เพราะเห็นว่าราคานี้ไปซื้อบ้านที่อื่นไม่ได้ ทุกคนก็ช่วยกันถามตามหาประธานสหกรณ์ในทุกช่องทางแต่ก็ยังติดตามตัวไม่ได้