ร้านปังชาเชียงราย คึกคัก ลูกค้าตื่นกระแสถูกฟ้อง 102 ล้าน เจ้าของชี้ ถ้าฟ้องได้จริง ล้มละลายแน่
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในร้านปังชา น้ำชาเชียงราย ตั้งอยู่ถนนพหลโยธินสายใน ใกล้สี่แยกประตูสลี เทศบาลนครเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เป็นไปอย่างคึกคัก โดยพบว่ามีลูกค้าซึ่งส่วนมากเป็นกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน พากันเดินทางเข้ามารับประทานอาหารและเครื่องดื่มภายในร้านกันเป็นจำนวนมาก ภายหลังจากที่ทางร้านถูกทางบริษัทเอกชนรายหนึ่งยื่นโนติสให้ยุติการนำชื่อปังชาไปเป็นชื่อร้านพร้อมกับเรียกค่าเสียหายเป็นเงินถึง 102 ล้านบาท ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก
อ่านข่าว
- กรมทรัพย์สินทางปัญญา ไขข้อสงสัย ขายปังเย็นใส่ชา ได้หรือไม่ หลังร้านดังจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
- ลูกไก่ทอง ขออภัยสื่อสารคลาดเคลื่อน ปมประกาศจดเครื่องหมายการค้า ‘ปังชา’ ห้ามเลียนแบบ
- ร้าน ‘ปังชา’ หาดใหญ่ เครียด เปิดได้เดือนเดียว ถูกเรียกค่าเสียหาย 7 แสน หากช้าปรับวันละ 1 หมื่น
- เจ้าของร้านเปิดใจ ถ้าผิดจริงพร้อมเปลี่ยนชื่อ ‘ปังชา’ ผวาโนติสเรียก 102 ล้าน ไม่อยากสู้ทุนใหญ่
- ทนายนิด้า ยันคำว่า ‘ปังชา’ ใช้ได้ ร่ายยิบทำไมไม่มีสิทธิฟ้อง หลังร้านดังเรียก 102 ล.
- ทีมกม. ‘ร้านดัง’ แจง ‘ปังชา’ ปังๆ คือดังเปรี้ยง ชี้โนติส 102 ล.แค่ให้หยุด ไม่ได้จี้เอาค่าเสียหาย
นายวีระชาติ ไอยรากาญจนาศักดิ์ อายุ 36 ปี เจ้าของร้านปังชา น้ำชาเชียงราย เปิดเผยว่า หลังจากเป็นกระแสในสังคมออนไลน์และออกข่าวตามสื่อแขนงต่างๆ ทางบริษัทเอกชนดังกล่าวได้มีการติดต่อมาทางช่องทางเพื่อที่จะแสดงความขอโทษต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ทางตนยังไม่ได้ติดต่อกลับหรือนัดหมายเพื่อที่จะพูดคุยกัน เพราะยังอยู่ระหว่างปรึกษาทนายก่อน เพราะหากทำอะไรลงไปโดยพลการ เกรงจะมีผลในเรื่องคดีในอนาคต แต่จากข้อมูลที่มาจากสื่อหลายแขนงและจากสื่อสังคมออนไลน์ที่ออกมา ก็ยังทำให้สบายใจได้บ้างว่าร้านตนอาจไม่เข้าข่ายความผิดในการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรตามที่ถูกกล่าวหา

นายวีระชาติกล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามตนก็อยากให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็วเพราะกรณีที่เกิดขึ้นทำให้ตนเครียดมากเช่นกัน เพราะไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนถึง 102 ล้านบาทไปจ่าย หากยังมีการเรียกร้องค่าเสียหายจริงตนก็คงจะล้มละลายทันที ซึ่งก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือทุกฝ่ายเข้ามาศึกษาเรื่องนี้ให้เป็นกรณีศึกษา เพื่อเป็นประโยชน์กับร้านอื่นๆ ที่อาจจะมีการฟ้องร้องเรื่องการละเมิดสิทธิลักษณะ ว่าอย่างไหนทำได้อย่างไหนทำไม่ได้ ซึ่งตนและร้านต่างๆ ก็จะได้องค์ความรู้ในการเปิดกิจการ ซึ่งตอนนี้ทางอธิบดียืนยันร้านต่างๆ สามารถใช้คำว่าปังชาได้ ทางร้านก็ยังจะใช้ชื่อนี้ไปก่อนต้องดูกระบวนการทางด้านกฎหมายก่อน หากทางกฎหมายไม่สามารถให้ใช้ได้ก็พร้อมที่จะยกเลิกชื่อร้านปังชาทันที

นายวีระชาติกล่าวด้วยว่า ตอนนี้ก็หวังทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดี ซึ่งก็มีคนรู้จักและลูกค้ามาให้กำลังใจตนเป็นจำนวนมาก โดยช่วงคืนที่ผ่านมามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการที่ร้านจำนวน 100-200 คนเลยทีเดียว ซึ่งส่วนหนึ่งก็เดินทางมาเพื่อให้กำลังใจและบางคนก็มาจากกระแสของข่าวเกี่ยวกับร้านปังชา ทำให้มีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่าตัว และเชื่อว่าหลังจากนี้ก็จะมีลูกค้าเพิ่มขึ้น

