ชาวบ้านลุ่มน้ำชีล่างโวยกรมชลประทานบริหารน้ำพลาด ทำน้ำท่วมนาเสียหายหนัก จี้ รับผิดชอบ

ชาวบ้านลุ่มน้ำชีล่างโวยกรมชลประทานบริหารน้ำพลาด ทำน้ำท่วมนาเสียหายหนักจี้ถามความรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 29 กันยายน  เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดรัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร ร่วมกันตั้งข้อสังเกตถึงสถานการณ์ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรว่าเกิดจากชลประทานบริหารจัดการน้ำผิดพลาด ทั้ง ๆ ที่กรมอุตุนิยมวิทยาก็ประกาศเตือนแล้ว และน้ำก็ไม่น่าจะท่วม ในขณะที่ชาวบ้านลุ่มน้ำชีลงทุนทำนาปี และนาปรังรอบสองถูกน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรจะร่วมเดือนคาดว่าต้นข้าวไม่น่าจะรอด ในขณะบางพื้นที่ต้นข้าวนาปรังรอบสองที่ปลูกไว้ทำพันธุ์ข้าวต้องเกี่ยวข้าวแย่งน้ำแม้เมล็ดข้าวจะยังไม่สุกเต็มที่

Advertisment

นายนิมิต หาระพันธ์  กรรมการเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดยโสธร กล่าวว่า  น้ำไม่น่าจะท่วมพื้นที่การเกษตร และถนนหนทางแบบนี้ เนื่องจากทางพี่น้องเครือข่ายน้ำชีเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด จึงได้ลงทุนทำการเกษตรหรือทำนากันอย่างเต็มที่ แต่การบริหารจัดการน้ำของระบบชลประทานก็ผิดพลาด ซึ่งสาเหตุของปัญหานั้นเกิดจากเขื่อนกั้นแม่น้ำชี โดยเฉพาะเขื่อนยโสธร-พนมไพร ที่อยู่ภายใต้ความดูแลของชลประทานนั้นไม่สามารถที่จะบริหารจัดการน้ำได้จริง

นายนิมิตกล่าวว่า เขื่อนกักเก็บน้ำต้นทุนสูงมากเกินไป เมื่อน้ำมามากแล้วค่อยระบายทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่ตำบลขุมเงิน อำเภอเมืองยโสธร ตำบลสงเปือย ตำบลย่อ ตำบลกุดกุง อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร และอีกหลายพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ชาวบ้านบางหมู่บ้านต้องลุยน้ำเกี่ยวข้าวนาปรังรอบสองแย่งกับน้ำที่เข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ดังนั้นการแก้ไขปัญหาจะต้องฟังชาวบ้านในพื้นที่จริงเพราะเขาคือผู้ได้รับผลกระทบจากการบริหารจัดการน้ำของชลประทาน และเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชี จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร เรียกร้องให้เป็นรูปธรรมด้วย

Advertisement

นายจันทรา จันทาทอง กรรมการเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า น้ำได้เข้าท่วมพื้นที่การเกษตรตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2566 น้ำที่ไหลมาจากลำห้วย จากกุด ไม่สามารถไหลลงแม่น้ำชีได้อย่างปกติเหมือนเดิมทำให้น้ำหนุนและเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรเป็นบริเวณกว้าง  ที่น่าแปลกใจเนื่องจากน้ำในแม่น้ำชีไม่น่าจะเอ่อท่วมพื้นที่นา เพราะปริมาณน้ำในแม่น้ำชีก่อนหน้านั้นถือว่ายังไม่เข้าขั้นวิกฤต จากวันที่ 9 กันยายน 2556 ถึงวันนี้ น้ำในแม่น้ำชีกลับเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรอย่างรวดเร็ว น้ำจากกุด จากลำห้วยไม่สามารถไหลลงแม่น้ำชีก็ยิ่งทำให้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรจะขยายวงกว้าง

“สาเหตุของปัญหาคือ เขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร ในแม่น้ำชี และการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดของชลประทาน โดยปกติแล้วในช่วงฤดูน้ำหลากน้ำจะเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรชาวบ้านจะเรียกว่า น้ำแก่ง หรือน้ำมาสะหัวข้าว ทำให้ข้าวเขียวงาม ลำต้นแข็งแรง ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ และจะท่วมเพียงแค่ 7-15 วัน แล้วก็ลดลง ไม่ทำให้ข้าวในนาเน่า แต่สถานการณ์ที่ผ่านมาและปัจจุบันไม่มีให้เห็นเหมือนอดีตที่ผ่านมาหลังจากมีเขื่อน ข้อเสนอต่อรัฐบาล คือถ้ามองในเรื่องนโยบายใหญ่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น คือโครงการผัน น้ำโขง เลย ชี มูล ผมมองว่าควรพอได้แล้วครับ อย่ามาอ้างว่าอีสานแล้งเพราะพี่น้องชาวบ้านที่อยู่ริมแม่น้ำชีได้รับผลกระทบจากท่วมมากแล้ว อยากฝากถึงรัฐบาลว่าพอได้แล้วละครับ ที่รัฐจะดำเนินโครงการผันน้ำเข้ามา หรือโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ พอได้แล้วครับ” นายจันทรา กล่าว

Advertisement

นายสุรเชษฐ์ โคตรบรรเทา เครือข่ายลำน้ำยังอำเภอโพนทอง กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและที่อยู่อาศัยของประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลโคกกกม่วง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด เกิดจากการชลประทานบริหารจัดการน้ำผิดพลาด ให้ความสำคัญและดูแลเฉพาะฝั่งที่มีพนังกั้นลำน้ำยัง ที่เป็นพื้นที่ของ ตำบลนาแซง อำเภอเสลภูมิ ส่งผลกระทบให้พื้นที่ของตำบลโคกกกม่วง เกิดน้ำท่วมทุกปี ตั้งแต่ พ.ศ.2559 เป็นต้นมา แต่ชลประทานก็ไม่ดำเนินการแก้ไขเลย

ด้านนายสิริศักดิ์ สะดวก ผู้ประสานงานศูนย์พิทักษ์สิทธิการจัดการทรัพยากรชุมชนลุ่มน้ำชีตอนล่าง กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรสองฝั่งแม่น้ำชี ทั้งพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและยโสธรนั้น ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ว่าพึ่งเคยเกิดขึ้นแต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วหลังจากมีนโยบายการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ถึงแม้ว่าปีนี้เขื่อนขนาดใหญ่ที่อยู่ในลำน้ำสาขาแม่น้ำชี ก็มีปริมาณกักเก็บยังไม่ถึง 70% เช่น เขื่อนจุฬาภรณ์มีปริมาณน้ำกักเก็บในปัจจุบัน 85.45 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 52% เขื่อนอุบลรัตน์มีปริมาณน้ำกักเก็บในปัจจุบัน 1.550.61 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 64%  แต่ในขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาวปัจจุบันกักเก็บเกินความจุอยู่ที่ 2,050.00 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 104% และต้องระบายน้ำลงแม่น้ำชี 27.63 ล้าน ลบ.ม. เนื่องจากเขื่อนลำปาวรองรับน้ำจากพื้นที่อุดรธานีอีกเส้นทาง

“ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่า น้ำในปีนี้ไม่น่าจะท่วมพื้นที่การเกษตร แต่เมื่อน้ำมีเจ้าของ ความเป็นเจ้าของยิ่งกลับบริหารจัดการน้ำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้น้ำท่วมซ้ำซาก  ในลำน้ำยัง และริมฝั่งแม่น้ำชีโดยเฉพาะจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร” นายสิริศักดิ์ กล่าว

ผู้ประสานศูนย์พิทักษ์สิทธิการจัดการฯ กล่าวว่าปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจะพบในพื้นที่น้ำชีตอนล่าง ด้วยสาเหตุปัญหาสำคัญคือ 1.เขื่อนที่ถูกสร้างกีดขวางทางน้ำทำให้น้ำไหลไม่ปกติในลุ่มน้ำชี  เช่น เขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร แม่น้ำชี  ภายใต้โครงการโขง ชี มูล เดิม ก่อให้เกิดสภาพปัญหาน้ำท่วมขังอย่างยาวนานในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำชีตอนล่าง จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร ส่งผลต่อพื้นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ลดน้อยลง 2.พอมีการสร้างเขื่อนก็จะปิดทางน้ำเดิมเพื่อเปิดเส้นทางเดินน้ำใหม่ ประกอบกับการสร้างพนังกั้นน้ำเพื่อบังคับน้ำให้ไหลไปในทิศทางเดียว จึงทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับน้ำในพนังกั้นน้ำไม่สามารถไหลลงแม่น้ำชีได้และน้ำนอกพนังกั้นน้ำก็เอ่อทำให้ทิศทางการไหลของน้ำเปลี่ยนแปลงไปน้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร 3.การบริหารจัดการน้ำของชลประทานผิดพลาด เนื่องจากเป็นการบริหารจัดการน้ำแบบรวมศูนย์โดยรัฐ 4.ถนนหนทางที่สร้างขวางลำน้ำ

“ปัญหาที่เกิดขึ้นชลประทานจะหลีกเลี่ยงที่จะโยนความรับผิดชอบไม่ได้ แต่จะต้องยอมรับว่าการบริหารจัดการน้ำผิดพลาด จากที่น้ำไม่น่าจะท่วม กลับบริหารจัดการน้ำให้เกิดความผิดพลาดน้ำท่วมพื้นที่การเกษตร ฉะนั้นชลประทานต้องออกมารับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น” นายสิริศักดิ์ กล่าว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Eurolastcontent
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image