พิจิตรแล้งหนัก แม่น้ำแห้งจนเห็นผืนทราย ชลประทานเตือนชาวนา หวั่นน้ำมาไม่ถึง
เมื่อวันที่ 6 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.พิจิตร ภายหลังที่แม่น้ำน่าน มีระดับน้ำที่ไหลผ่าน 3 อำเภอของจ.พิจิตร ประกอบด้วย อ.เมือง อ.ตะพานหิน อ.บางมูลนาก เต็มตลิ่งเมื่อต้นเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2566 ปรากฏว่าขณะนี้ระดับน้ำจากแม่น้ำน่านที่ไหลผ่าน 3 อำเภอดังกล่าว ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณเขตเทศบาลเมืองพิจิตร เห็นโขดหินและสันทรายโผล่ในบางจุด ถือเป็นระดับน้ำที่ลดต่ำลงในรอบกว่า 10 ปี และในปีนี้คาดว่าจะเจอภาวะแล้งจัด เขื่อนหลักจึงต้องกักเก็บน้ำไว้เพื่อใช้รักษาระบบนิเวศ และใช้สำหรับการอุปโภคบริโภค
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ขณะที่แม่น้ำยมในพื้นที่ อ.สามง่าม อ.โพธิ์ อ.ประทับช้าง อ.บึงนาราง และอ.โพทะเล โดยเฉพาะในพื้นที่ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนกลางของแม่น้ำยมในพื้นที่จ.พิจิตร ที่ขณะนี้เริ่มแห้ง ระดับน้ำลดระดับลงจนเห็นเนินดินและผืนทรายในท้องแม่น้ำ เหลือเพียงลำธารที่น้ำไหลผ่าน ขณะที่บริเวณตอม่อสะพานแม่น้ำยมแห้งจนเห็นบริเวณด้านล่างของฐานของสะพาน เหลือเพียงร่องน้ำขนาดเล็กบริเวณที่เป็นร่องน้ำลึก ส่งสัญญาณภัยแล้งตั้งแต่ต้นปี ปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอนี้ จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและประชาชนสองริมฝั่งแม่น้ำ ที่จะขาดน้ำสำหรับใช้ในทำการเกษตรและอุปโภคบริโภค
นายศรชัย สิบหย่อม ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำอ.สามง่าม จ.พิจิตร กล่าวว่า ขณะนี้น้ำในแม่น้ำยมโดยเฉพาะเหนือเขื่อน แม่น้ำยมบ้านจระเข้ผอม อ.สามง่ามนั้น เริ่มแห้งจนเห็นผืนทรายซึ่งเกษตรกรชาวนาได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากน้ำไม่เพียงพอให้เกษตรกรชาวนา นอกจากนี้ในส่วนที่มีเกษตรกรชาวนาหลายอำเภอของจังหวัดพิจิตร ที่ใช้น้ำผ่านการส่งน้ำจากชลประทานกำแพงเพชร ขณะนี้มีหนังสือแจ้งเตือนจากทางกรมชลประทานว่า ให้เกษตรกรชาวนาระมัดระวังในการทำนา ตอนนี้มีความเสี่ยงมาก เพราะเกรงว่าน้ำที่ส่งมาจากชลประทานกำแพงเพชรจะมาไม่ถึงจ.พิจิตร เนื่องจากคาดว่าน่าจะมีเกษตรกรชาวนา จากกำแพงเพชรที่ปลูกอ้อยอาจจะสูบน้ำจนหมด น้ำจึงอาจมาไม่ถึง และอาจทำให้พื้นที่จ.พิจิตรมีน้ำไม่เพียงพอในการปลูกข้าวทำนา
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง


