หน้าแรก ภูมิภาค พ่อ รับศพลูกจ...

พ่อ รับศพลูกจิตอาสาทำพิธีทางศาสนา คาด 7 วัน รู้ผลตรวจแอลกอฮอล์คนขับเก๋ง เพื่อน-ครูสุดเศร้า

19.01.24 | 17:01 น.

พ่อ รับศพลูกจิตอาสาทำพิธีทางศาสนา คาด 7 วันรู้ผลตรวจแอลกอฮอล์คนขับเก๋ง ครู-เพื่อน สุดเศร้า เผยเคยได้รับรางวัลนักพากย์เรือยาวรุ่นจิ๋วด้วย

จากเหตุการณ์ที่ ด.ช.วีรยุทธ จินดาแดง หรือทู วัย 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ของโรงเรียนนครนนท์วิทยา 1 (วัดท้ายเมือง) และเป็นนักพากย์แข่งขันเรือยาวรุ่นจิ๋ว ออกเป็นอาสาสมัครกู้ภัยศูนย์วิทยุชาลีกรุงเทพฯ ไปช่วยเหลือรถเก๋งที่ประสบอุบัติเหตุยางแตกบนถนนงามวงศ์วานขาเข้า บริเวณใกล้ทางด่วนงามวงศ์วาน อ.เมืองนนทบุรี แล้วถูกรถเก๋งได้มาเฉี่ยวชนซ้ำซ้อนกับรถที่จอดยางแตก จนกระเด็นข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งและถูกรถเก๋งอีกคันหนึ่งชนซ้ำจนเสียชีวิต เมื่อคืนที่ผ่านมานั้น

อ่านข่าว:พ่อร้องไห้โฮ เห็นศพลูกป.6 อาสาช่วยเก๋งยางแตก เจอแอคคอร์ดคล้ายเมาชนดับ เร่งวัดแอลกอฮอล์

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ต.อ พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี กล่าวว่า หลังจากเกิดอุบัติเหตุพนักงานสอบสวนได้นำตัวนายคมสันต์ หงษ์ขจร อายุ 54 ปี ผู้ขับขี่รถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีขาว ทะเบียน 6 กด 330 กรุงเทพมหานคร ที่ขับชนรถเก๋งยี่ห้อฟอร์ด รุ่นอีโค่ สีส้ม ทะเบียน สร 8338 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดเสียเนื่องจากยางแตก ส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เนื่องจากได้รับบาดเจ็บ พร้อมได้ให้ทางแพทย์ตรวจหาปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดแล้ว อีก 7 วันจะทราบผลตรวจ พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหาทันที ส่วนนายคมสันต์ ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหากอาการดีขึ้น พนักงานสอบสวนจะเดินทางไปสอบปากคำประกอบสำนวน

Advertisement

วันเดียวกัน นายปรีชา จินดาแดง อายุ 30 ปี พ่อ ด.ช.ทู และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เดินทางไปรับศพ เด็กชายทู จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อนำร่างมาบำเพ็ญกุศลที่วัดสมรโกฎิ อ.เมืองนนทบุรี โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ 1 รูป แวะจุดเกิดเพื่อเชิญดวงวิญญาณก่อนเดินทางไปวัด

นายปรีชากล่าวว่า สาเหตุที่ลูกชายออกมาเป็นอาสา เนื่องจากตั้งแต่เด็กได้เห็นตัวอย่างจาก นายโจ้ จินดาแดง ลุงเขาเป็นอาสาศูนย์วิทยุชาลีกรุงเทพฯ ส่วนตนเพิ่งจะเข้ามาทำได้แค่ 2 ปี ซึ่งในการช่วยเหลือสังคมมันทำให้มีความสุขกับตัวเรา ไม่ว่าจะเจอผู้บาดเจ็บรถชน เราได้ช่วยเหลือเพราะเรามีประสบการณ์ เรารู้สามารถช่วยเหลือได้เบื้องต้น ช่วยเหลือประชาชนด้านต่างๆ เช่น รถยางแตก หม้อน้ำรั่ว แบตเตอรี่หมด จับงูก็มี โดยไปกับผม ผมก็ไปกับลูก บางครั้งผมติดงานลูกก็ไปกับลุง ไปช่วยลุงเพราะลุงไม่รู้หนังสือเขาเรียนไม่จบ โดยลูกชายได้มาเป็นจิตอาสาได้ปีกว่าแล้ว ถ้าว่างจากโรงเรียน กลับมาทำการบ้านเสร็จแล้ว ถ้ามีเหตุก็จะไปกับพ่อหรือไปกับลุง ไปทุกครั้งที่ว่างจากการทำการบ้านแล้ว

นายโจ้ จินดาแดง อาสาสมัครศูนย์วิทยุชาลีกรุงเทพ ลุงของเด็กชายทู กล่าวว่า ได้รับแจ้งทางวิทยุว่ามีรถเสียผมจึงตอบไปว่า ผมอาสาจะไปช่วยเอง ผมเห็นหลานชายคือเด็กชายทูนั่งอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ จึงไปด้วยกัน เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุยังไม่ทันได้หันหัวรถกลับมา เพื่อส่องสว่างให้รถเข็นก็ไม่รู้มีรถมาจากทางด้านไหนเพราะถนนมืด ได้ยินเสียงดังตุ้บเหมือนรถชน ไปดูอีกทีพบว่าหลานตัวเองถูกรถลากไปแล้ว ส่วนตัวผมเองน่าโดนชนล้มลงไปเมื่อลุกขึ้นมาตบหัวตัวเองเพื่อให้ฟื้นแล้วก็ตะโกนหาหลานชาย จนมาเห็นหลานนอนอยู่อีกฝั่งนึงของถนนในเลนขวาแล้ว

นายโจ้กล่าวว่า ทีแรกจะกลับแล้วเพราะไม่เจอเหตุ จนกระทั่งพบรถจอดเสียลักษณะที่เป็นอันตรายถึงจะเข้าไปเปิดสัญญาณไฟวับวาบ เพราะผมเป็นจิตอาสาต้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชนแล้ว ขณะเกิดเหตุหันมาอีกทีก็ถูกรถชน กระเด็นไปแล้ว โดยไม่เห็นเลยว่าน้องเขาถูกชนท่าไหน เพราะมีรถบังอยู่หน้าผม มาเห็นอีกครั้งหลานผมก็เป็นศพอยู่หน้ารถเบนซ์แล้ว พอมาเห็นผมก็เป็นลมเลย แล้วตะโกนร้องไห้ พยายามจับมือหลานไว้ ส่วนตัวผมเองก็ได้รับบาดเจ็บจึงให้กู้ภัยส่งไปโรงพยาบาล

น.ส.นฤมล อุ่นเอม ครูโรงเรียนนครนนท์วิทยา 1 (วัดท้ายเมือง) กล่าวว่า เด็กชายทูเป็นเด็กที่มีจิตอาสามาก เป็นที่รักของครู เพื่อนๆ น้องๆ ในโรงเรียน เป็นเด็กที่ชอบช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าใครจะให้ทำอะไรหรือให้ช่วยเหลืออะไรเขาเห็นเขาก็จะอาสาเข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยรับเด็กรุ่นน้องเข้าโรงเรียน เมื่อเช้าที่ครูได้เล่าแจ้งข่าวให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนฟังว่าเด็กชายทูได้จากไปแล้ว น้องๆ เด็กๆ หลายคน ก็สะเทือนใจเพราะว่าเมื่อวานเขายังช่วยผมอยู่เลย ไม่น่าจากไปเร็วเลย

น.ส.นฤมลกล่าวว่า เช้าๆ ครูจะแจกนมโรงเรียนเขาก็จะมาช่วย หรือมีกิจกรรมที่ต้องอาศัยแรงของเด็กๆ เขาก็จะรีบมาช่วยโดยไม่รีรอ เขามาช่วยทุกอย่างโดยไม่มีรอเลย และเด็กชายทูยังเป็นนักพากย์การแข่งเรือยาว ซึ่งเคยเข้าไปประกวดในงานแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานที่ผ่านมา ของเทศบาลนครนนทบุรี จนได้รับรางวัลมา สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน

น.ส.นฤมลกล่าวว่า โดยปีก่อนเด็กชายทูได้มาฝึกในการเป็นนักพากย์การแข่งขันเรือยาวกับโรงเรียน จนไปพากย์เรือยาวในการแข่งขันที่เทศบาลนครนนทบุรีจัด ซึ่งมีการแข่งขันการพากย์เรือยาว เขานิสัยดีไปช่วยไปเล่นกับน้องๆ และช่วยเหลือครูทุกอย่างเท่าที่เขาทำได้

น.ส.ณัฏฐ์ชวัญช์ กุลวรธำรงค์ ครูฝึกพากย์แข่งเรือยาว กล่าวว่า เด็กชายทูเป็นเด็กที่ตั้งใจ เขาเรียนไม่เก่งแต่มีความพยายามตั้งใจมาก ถ้าเราสอนเขาจะรับช้ากว่าเด็กคนอื่น ครูจึงดึงเข้ามาฝึกพากย์เรือ เลี้ยงเขามาตั้งแต่ ป.4 ป.5 และให้เขาลงแข่งขันพากย์เรือเขาทำได้หมด ไหวพริบเขาดีมากมีความตั้งใจและเสียสละทุกอย่างไม่ว่างานอะไร เขาจะวิ่งมาหาครูทุกคน ไม่ว่าครูทำอะไรเขาจะวิ่งมาช่วย ส่วนตนเขาจะเรียกครูเอ๋ แม่เอาอะไรไหม เดี๋ยวเขาจะวิ่งลงไปเอามาให้ เพราะตนไม่ค่อยสบายเข้าโรงพยาบาลบ่อย เขาจะคอยดูแลมาเก็บของให้อะไรให้

น.ส.ณัฏฐ์ชวัญช์กล่าวว่า เขาเคยบอกว่าไปอยู่กู้ภัย เลยถามเขาว่าจริงหรือ ระวังนะลูก เขาบอกไม่เป็นไรครับ ผมแค่ไปช่วยเล็กๆ น้อยๆ ทำที่เขาทำได้ ตนก็เลยบอกระวังนะลูก ทูเก่งมากเลย คอยให้กำลังใจเขาตลอด เขาเป็นตัวแต่งในการพากย์เรือ ถูกเก่งมาก พูดแล้วครูจะร้องไห้ และทูเขาจะช่วยครูฝึกรุ่นน้องๆ เอาบทมาให้น้องๆ ที่โรงเรียนมีคนเก่งอยู่ 2 คน แต่ทูเขาจะเก่งสุดเพราะเขาอยู่ ป.6 แล้ว เขามีความรับผิดชอบในการดูแลและฝึกรุ่นน้อง

น.ส.ณัฏฐ์ชวัญช์กล่าวอีกว่า เวลาที่ ผอ.ให้รางวัล หรือผู้ใหญ่ในเทศบาลนครนนท์มาดูเขาก็จะชื่นชมและให้รางวัล เป็นน้ำใจแก่เด็ก หรือแม้แต่ สสส.ให้รางวัลเขามา เขาก็จะเอามาแบ่งกับเพื่อนๆ ส่วนของเขาก็เอาไปให้ย่าทั้งหมดเลย โดยเขาไม่ได้เก็บแบ่งไว้ ตัวเขาเองไม่เป็นไรเดี๋ยวครูเอ๋ซื้ออะไรมาให้ทูกิน ทุกอย่างเขาเอาไปให้ย่าหมดไม่เคยจะเก็บไว้เอง