หน้าแรก ภูมิภาค ครูสาว เผยนาท...

ครูสาว เผยนาทีหนีอลหม่าน ยิงในห้างเทอร์มินอล โคราช ช็อกเจอครั้งที่ 2 ภาพ 4 ปีก่อนยังอยู่

3.03.24 | 00:10 น.

ครูสาว เผยนาทีวิ่งหนีอลหม่าน ยิงในห้างเทอร์มินอล 21 โคราช ใจสั่นเจอครั้งที่ 2 ภาพ 4 ปีก่อนยังติดตา

เมื่อเวลา 19.15 น. วันที่ 2 มีนาคม ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา และกู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถานนครราชสีมา ได้รับแจ้งเกิดเหตุยิงกัน ที่บริเวณลานหน้าโรงแรมเซนเตอร์พอยต์ ภายในศูนย์การค้าเทอมินอล 21 โคราช เขตเทศบาลนครนครราชสีมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 คน และภายในศูนย์การค้ามีประชาชน นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากที่ได้ยินเสียงปืนต่างแตกตื่นส่งเสียงหนีตายกันอลหม่าน บ้างก็วิ่งหนีหลบตามร้านค้าและตามซอกมุมต่างๆของศูนย์การค้าทั้ง 4 ชั้น

เพราะเข้าใจว่าเกิดเหตุกราดยิงที่ศูนย์การค้าแห่งนี้เหมือน เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 หรือ 4 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้น จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ทหารสังกัดกรมสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 กองทัพภาคที่ 2 ได้เกิดอาการคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงประชาชนภายในศูนย์การค้าฯ จนมีผู้เสียชีวิตถึง 30 ราย บาดเจ็บอีก 58 ราย

เมื่อตำรวจ สภ.และหน่วยกู้ภัยเมตตาไปถึงพบผู้บาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อคือนายณัฐดนัย เหล็กกล้า อายุ 30 ปี ซึ่งทำงานเป็น รปภ.ของโรงแรมฯ ดังกล่าว ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ที่บริเวณใต้ริมฝีปาก 5 นัด และหัวไหล่ขวา 1 นัด หน่วยกู้ภัยจึงได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และตำรวจได้สอบปากคำเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล ป.แพทย์ 2 นครราชสีมา

Advertisement

ด้านครูผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เล่าว่า ขณะที่ตนอยู่ในศูนย์การค้าได้เห็นคนวิ่งหนีตายและส่งเสียงกรี๊ดกันสนั่นอย่างโกลาหล บางคนตะโกนว่ามีเหตุกราดยิงเกิดขึ้น ตนเองจึงได้พาเด็กๆและญาติ หลบหมอบอยู่ภายในห้องเรียนชั้นสองตามยุทธวิธีที่เคยฝึกซ้อมกันมา ขณะเกิดเหตุการณ์ก็ตกใจมากแต่พยายามตั้งสติเพื่อปกป้องเด็กๆ และญาติให้ปลอดภัยไว้ก่อนเมื่อเหตุการณ์สงบจึงได้ออกมาดูสถานการณ์และเมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีแล้วจึงเดินทางกลับบ้าน และครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่ตนประสบเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้ที่เทอมินอล 21 โคราช ซึ่งครั้งนั้นตนก็ติดอยู่ภายในถึง 3 ชั่วโมง และภาพเหตุการณ์เมื่อ 4 ปี ที่ผ่านมายังอยู่ในความทรงจำ และ มาวันนี้ ก็เห็นผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีตายกันอีก ตนรู้สึกตกใจมาก ขณะเล่าก็ยังใจสั่นไม่หายดีที่ไม่มีอะไรรุนแรงเกิดขึ้นและไม่มีการสูญเสีย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง