ครอบครัวแรงงานไทยเศร้า สูญเสียคนในบ้านจากสงคราม ภรรยาระบุจำเป็นต้องไปทำงานรอบสองเพราะหนี้สิน เผยก่อนทราบข่าวร้าย 3 วันฝันเลือดท่วมตัว ไปสะเดาะเคราะห์แล้วแต่เอาไม่อยู่
จากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เมื่อคืนวันที่ 31 ตุลาคม มีคนไทยเสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย ที่อิสราเอล จากเหตุยิงจรวดจากฝั่งเลบานอนไปยังเมืองเมตูลา ทางเหนือของอิสราเอลติดชายแดนเลบานอน โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ นายประหยัด พิลาศรัมย์ ภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์
ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบกับครอบครัวของนายประหยัดใน ต.ลำดวน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ พบกับ นายยศ อายุ 70 ปี, นางรน อายุ 70 ปี พ่อและแม่นายประหยัด, นางสุลาภรณ์ อายุ 45 ปี พี่สาวนายประหยัด และ น.ส.ประไพ อายุ 40 ปี ภรรยานายประหยัด บรรยากาศเป็นไปอย่างสุดเศร้า โดยมีชาวบ้านและญาติพี่น้องที่ทราบข่าวเดินทางมาแสดงความเสียใจ พร้อมผูกแขนให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นระยะ

น.ส.ประไพเล่าว่า ก่อนหน้านั้นสามีเคยไปทำงานที่อิสราเอลมาแล้ว 1 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.64 จากนั้นเกิดเหตุสู้รบ ทางการให้เดินทางกลับไทยเมื่อวันที่ 25 ต.ค.66 หลังจากนั้นนายจ้างคนเดิมได้ประสานมาให้ไปทำงานต่อ ตนกับครอบครัวไม่อยากให้ไปเพราะอันตราย แต่หนี้สินยังมีอยู่ สามีจึงตัดสินใจเดินทางไปอีกครั้ง โดยกู้เงินเพิ่มจากของเดิมอีก 50,000 บาท รวมเป็น 150,000 บาทของหนี้ทั้งหมด คราวนี้เดินทางไปเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.66
น.ส.ประไพเล่าด้วยว่า ระหว่างไปทำงานสามีจะโทรศัพท์ติดต่อกันทุกวัน มักจะเอาคลิปที่น้องชายสามีถ่ายไว้ส่งมาให้ดู บอกว่าระเบิดลอยข้ามหัวอยู่ตลอดเวลา และเมื่อประมาณ 3 วันที่ผ่านมาตนฝันว่ามีเลือดท่วมตัวของตัวเอง พยายามเช็ดแต่ไม่ออก ตื่นเช้ามาไม่ยอมบอกใคร เดินทางไปสะเดาะเคราะห์ที่วัดทันที เพราะคิดว่าตัวเองมีเคราะห์ สุดท้ายกลายเป็นสามีที่รับเคราะห์แทน

น.ส.ประไพเล่าอีกว่า ตอนนี้ครอบครัวยังมีหนี้สินทั้งธนาคารที่กู้ไปทำงาน และค่างวดรถที่ค้างอีกกว่า 300,000 บาท อยากได้ร่างของสามีกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด
นายอำนาจ เข็มเพชร รักษาราชการแทนแรงงานจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า หลังทราบข่าวเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานได้เดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย และเดินเรื่องต่างๆ ที่ครอบครัวมีความประสงค์ รวมถึงค่าเยียวยาอื่นๆ ที่จะทำให้รวดเร็วที่สุด ส่วนศพจะต้องได้รับการประเมินจากอิสราเอลก่อนว่าจะใช้เวลากี่วันที่จะส่งมา ขึ้นอยู่กับสภาพศพว่าจะต้องตรวจอัตลักษณ์กี่วัน

เบื้องต้นครอบครัวผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินจากกองทุนช่วยเหลือคนไปทำงานต่างประเทศ ครั้งแรกจะได้รับ 15,000 บาท เงินกองทุนเยียวยา 50,000 บาท นอกจากนี้ ยังจะได้เงินสถาบันเงินจากกองทุนประกันภัยแห่งชาติอิสราเอล เป็นเงินค่าจัดการศพประมาณ 70,000 บาท มีเงินค่าฝังศพอีก 50,000 บาท รวมถึงได้รับเงินค่าเป็นม่ายของภรรยาอีก 70,000 บาท ยังไม่รวมเงินช่วยเหลืออื่นๆ อีก ซึ่งกระทรวงแรงงานจะรวบรวมอีกครั้ง

