หน้าแรก ภูมิภาค รอลุ้นวันนี้ ...

รอลุ้นวันนี้ เปิดโรงงานหีบอ้อยได้หรือไม่ ชาวไร่ขีดเส้นบ่าย 3 ถ้ายังเงียบ ลงถนนแน่

17.01.25 | 13:35 น.

‘อีโต้อีสาน’ รุดให้กำลังใจชาวไร่อ้อยอุดร ถ้าไร้คำตอบ จะนำรถบรรทุกบุก กทม.

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 16 มกราคม ที่โรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีและโรงไฟฟ้าไทยอุดรธานีเพาเวอร์ นายธีระชัย แสนแก้ว หรือ อีโต้อีสาน ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย และนายกสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ พร้อมด้วย นางเทียบจุฑา ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เดินทางมาพบปะให้กำลังใจชาวไร่อ้อยที่ปักหลักนอนค้างแรมกับรถบรรทุกอ้อยกว่า 2,000 คัน ท่ามกลางอากาศหนาวอุณหภูมิต่ำสุด 13 องศา จนต้องก่อไฟผิงตามวิถีชาวอีสาน ด้วยใบหน้าที่มีแต่ความวิตกกังวล หวังว่าโรงงานจะเปิดหีบได้ รถบรรทุกอ้อยจะได้เข้าไปส่งอ้อย แล้วนำรถกลับไปขนอ้อยที่ค้างอยู่ในไร่มาส่งอีก เพราะหากส่งอ้อยเข้าโรงงานไม่ได้โดยเร็ว อ้อยที่ตกค้างอยู่บนรถก็จะเสียหาย รวมทั้งอ้อยที่ตกค้างในไร่ก็ไม่มีรถขนออกมา

นายธีระชัยบ่นว่า “ชาวบ้านต้องมาทุกข์ยากเพราะเพียงแค่ข้อกฎหมาย” และมีชาวไร่เข้ามาพูดคุยระบายความเดือดร้อน จากนั้นไปรวมตัวกันที่ป้อม รปภ. ระหว่างลานจอดรถบรรทุก 1 และลานจอดรถบรรทุก 2 ที่มีเครื่องขยายเสียง เพื่อพูดคุยกับชาวไร่อ้อย โดยเริ่มทักทายว่า “ไม่ได้หนีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมา แต่ช่วงท้ายการประชุมสภามีวาระน้อยลง จึงชวน ส.ส.เทียบจุฑา เจ้าของพื้นที่ ขึ้นเครื่องบินมาทันที แต่ก็ช้าไปบ้างจากเครื่องบินดีเลย์”

นายธีระชัยและนางเทียบจุฑากล่าวกับชาวไร่ว่า ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น ก่อนหน้าก็ได้รับโทรศัพท์จากท่าน (ไม่ระบุว่าเป็นใคร) โทรมาหา ส.ส.ธีระชัย และ ส.ส.เทียบจุฑา บอกว่ายังไงก็เย็นนี้ ต้องรู้เรื่องแน่นอน จะต้องได้พรุ่งนี้จึงจะได้หีบ ท่านได้ยืนยันมาแบบนี้ เราเองก็โล่งใจ

Advertisement

ขณะที่นายธีระชัยกล่าวว่า จากการที่เขาส่งรายงานเข้าไปเรื่องอ้อยไฟไหม้ของเรา ก็แยกกันระหว่างทั้งอ้อยไฟไหม้และอ้อยสด กระทรวงอุตสาหกรรมก็ส่งคนเข้ามาควบคุมกำกับดูแล จากนั้นก็มีมาตรการของกระทรวงออกมา ขอให้มีการแก้ไขในวันที่ 12 มกราคม หลังจากวันเด็กที่ผ่านมา ผมเป็นตัวแทนของพี่น้องและ ส.ส.เทียบจุฑา ก็ไปร่วมกันเจรจาหาทางออก เบื้องต้นขอให้ใช้อำนาจของอนุกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ซึ่งผมรู้เรื่องข้อกฎหมายอันนี้ดีพอสมควร

“คือให้คณะผู้ควบคุมโรงงานสามฝ่าย ประกอบด้วย ตัวแทนราชการคนหนึ่ง อีกสองคนก็เป็นตัวแทนโรงงาน และตัวแทนชาวไร่ กำหนดไว้ว่าหากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ก็ให้ทำหนังสือไปถึงประธานคณะอนุกรรมการบริหารส่วนท้องถิ่น นั่นคือผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ผมโทรหาท่านอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี ขอให้มีการประชุมเป็นการเร่งด่วนในฐานะที่อุตสาหกรรมจังหวัดเป็นเลขาฯ ก็เลยมีการประชุมเกิดขึ้น ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีเป็นประธาน

เป็นการประชุมทั้งจังหวัด เอาปัญหาเข้ามาคุยกัน ทำให้มีมาตรการออกมาของจังหวัด โดยเอาเรื่องอ้อยเข้าไปในที่ประชุมด้วย ไม่ใช่เป็นการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารส่วนท้องถิ่น แล้วก็มีมาตรการของ จ.อุดรธานี ออกมาในการป้องกันแก้ไขปัญหา” นายธีระชัยกล่าว

นายธีระชัยกล่าวด้วยว่า สมาคมได้เสนอไปยังผู้ว่าฯ ขอให้หีบอ้อยไฟไหม้ชุดนี้ให้หมด จากนั้นชาวไร่อ้อยจะตัดอ้อยสดมาส่งโรงงาน

จากนั้นนายธีระชัยถามชาวไร่ว่า “พร้อมจะตัดอ้อยสดใช่ไหมครับ” ชาวไร่อ้อยตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า “จะตัดอ้อยสด” พร้อมยกมือ นายธีระชัยถามย้ำอีกหลายครั้งว่า “เราพร้อมจะตัดอ้อยสดใช่ไหมครับ” ก็ได้ยินเสียงตอบรับเช่นเดิม นายธีระชัยบอกว่า นี่คือเสียงการันตีว่าเราจะปฏิบัติตามกติกา แล้วมีเงินมาเพิ่มให้ด้วย

“ขอให้โรงงานเปิดหีบ แต่ถ้ามันยังไม่เลื่อนไหล ผมจะพาพ่อแม่พี่น้อง จะไปกับผมหรือไม่ จะเอารถไปทั้งหมด (ท่ามกลางเสียงปรบมือไชโยโห่ร้อง) อย่าให้ ส.ส.ตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่นี่ (นางเทียบจุฑา) มาเป็นหัวหน้าม็อบนะ” นายธีระชัยกล่าว

เวลา 09.30 น. วันที่ 17 มกราคม นายวรพจน์ บุรุษภักดี เลขาธิการสมาคมชาวไร่อ้อยอีสานเหนือ ไทยอุดรบ้านผือ นำผู้สื่อข่าวไปที่ลานจอดรถบรรทุกอ้อยหน้าโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี ต.คำบง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เพื่อดูรถบรรทุกอ้อยกว่า 2,000 คัน ที่จอดรอเข้าโรงงาน ส่วนมากเป็นรถบรรทุกอ้อยไฟไหม้ จอดรอมา 5 วันแล้ว หากรวมกับตัดกองอยู่ไร่อีก 2 วัน รวมแล้วเป็น 7 วัน พร้อมระบุว่า อ้อยส่วนมากเริ่มจะเน่า สังเกตได้จากมีกลิ่นเปรี้ยว และมีเชื้อรา น้ำหนักจะลดลง เมื่อเอาเข้าหีบน้ำตาลก็จะไม่ได้คุณภาพ เพราะอ้อย 1 ตัน จะได้น้ำตาลประมาณ 110 กิโลกรัม อ้อยที่จอดรถเข้าโรงงานน้ำหนักก็ลด ความหวานน้อยลง อ้อย 1 ตัน จะได้น้ำตาลประมาณ 70-80 กิโลกรัมเท่านั้น ทั้งนี้ หากยังไม่ได้รับคำตอบในวันนี้ ตนและชาวไร่อ้อยจะลงถนนในเวลา 15.00 น.

นายวรพจน์กล่าวอีกว่า ช่วงแรกมีรถบรรทุกอ้อยเข้าโรงงานไม่ได้เพียง 1,200 คัน หรือ 54 ล้านบาท โรงงานน้ำตาลจะรับอ้อยไฟไหม้วันละ 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผู้ว่าฯอุดรธานีได้เปิดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งด่วน เพื่อหาทางแก้ไขให้ชาวไร่อ้อย สรุปในที่ประชุมว่า ให้รับอ้อยไฟไหม้วันละ 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งชาวไร่อ้อยรู้สึกดีใจมากที่ผู้ว่าฯอุดรธานีเห็นใจและเข้าใจชาวไร่อ้อย

“รถบรรทุกนำอ้อยเข้าหีบได้แค่ 60 คัน รัฐมนตรีสั่งปิดโรงงาน ทำให้ชาวไร่อ้อยหมดความหวัง ตอนนี้มีรถบรรทุกอ้อยไฟไหม้ตกค้างอยู่ที่ลานจอดรถประมาณ 2,000 คัน เสียหายเกือบ 100 ล้านบาท ขอความเห็นใจชาวไร่อ้อยด้วย ถ้าโรงงานเปิดเครื่องหีบอ้อย อ้อยเข้าโรงงานหมด ต่อไปจะได้นำอ้อยสดจากไร่มาส่งโรงงาน และฤดูกาลหน้าจะไม่มีอ้อยไฟไหม้อีก” นายวรพจน์กล่าว

นายวรพจน์กล่าวด้วยว่า วันนี้ได้ยินข่าวดีจากนายธีระชัยว่าโรงงานจะเปิดให้มีการหีบอ้อย ถ้าเจรจาประสบความสำเร็จ สมาคมชาวไร่อ้อยก็จะยุติการลงถนน ชาวไร่ดีใจมาก เป็นความหวังของชาวไร่อ้อย ถ้าวันนี้ไม่สำเร็จอ้อยก็จะเสียหาย พวกตนก็จะลงถนน เพราะเตรียมเครื่องเสียง ป้าย รถไว้แล้ว จะเคลื่อนรถบรรทุกไปถึงศาลากลางจังหวัดอุดรธานี