หน้าแรก ภูมิภาค พ่อน้องแพน ยั...

พ่อน้องแพน ยันไม่เคยฟ้องศาล ยึดเงิน 4.8 ล้าน วอน ‘คนกลาง’ ช่วยเหลือ อยากคืนดีกับฝั่งยาย

14.05.25 | 12:18 น.

พ่อน้องแพน เผยไม่เคยฟ้องยึดเงินบริจาค 4.8 ล้านบาท ไม่เคยทอดทิ้งลูก

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายเพิน พ่อของน้องแพน ผู้ป่วยมะเร็งปากและเสียชีวิตแล้ว โดยมีมรดกที่ยังคงเหลือจากการได้รับบริจาคเป็นเงินประมาณ 4.8 ล้านบาท และกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างฝ่ายยายกับพ่อของน้องแพน เรื่องการแบ่งเงินจำนวนดังกล่าว

โดยนายเพินเปิดเผยกับ “มติชน” ว่าตามที่มีข่าวปรากฏอยูในสื่อต่างๆ ว่าพ่อฟ้องศาลขอยึดเงินบริจาค 4.8 ล้าน หลังลูกเป็นมะเร็งเสียชีวิตนั้น ไม่เป็นความจริง ตนไม่เคยยื่นฟ้องขอยึดเงินบริจาคและไม่เคยยื่นฟ้องคดีใดๆ ต่อศาลเกี่ยวกับเงินบริจาคเลย

“ผมรู้สึกเสียใจที่มีข่าวซึ่งไม่เป็นเรื่องจริงถูกนำเสนอเผยแพร่ออกไปจนทำให้ประชาชนและสังคมเกิดความเข้าใจผิดในข้อเท็จจริง รู้สึกไม่ดีที่เกิดดราม่า เคียดแค้นว่าพ่อน้องแพนจะยึดเงินบริจาคทั้งหมด อยากวิงวอนให้สื่อและสังคมเปิดใจรับฟังอย่างปราศจากอคติ ให้เวลาทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสชี้แจงพูดคุยอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ไม่ฟันธงล่วงหน้า ไม่เหยียด ไม่ดราม่า” นายเพินกล่าว

นายเพินกล่าวอีกว่า อยากให้มีคนกลางเข้ามาช่วยให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาใช้ชีวิตอย่างครอบครัวเดียวกัน มีความรักใคร่ผูกพันกันเหมือนเดิม อยากวิงวอนขอร้องว่าไม่ควรสร้างกระแสทำให้คนที่เคยอยู่ร่วมกันเกิดความเข้าใจผิดต่อกัน ต้องแตกแยก รังเกียจกัน ไม่มองหน้ากัน จ้องแต่จะหาเรื่องแจ้งความดำเนินคดีกัน ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

Advertisement

นายเพินกล่าวด้วยว่า อยากฝากไปถึง ยายแจ๋ว และ น้าเตี้ย ว่าตนไม่เคยคิดอะไรที่เป็นทางไม่ดี หรือมีอคติด้วยเลย มีอะไรที่ไม่เข้าใจอยากให้คุยกันโดยตรงเหมือนกับที่เป็นครอบครัวเดียวกัน เคยอยู่ร่วมกันเช่นเดิม ไม่อยากให้ฟังความจากคนอื่นที่ไม่เป็นเรื่องจริงแล้วเอามาใส่ร้ายปรักปรำให้เกิดความเข้าใจผิดกัน โกรธกัน

“บางครั้งถ้าผมพูดอะไรผิดไปก็ต้องขอโทษด้วย แต่ในใจผมไม่ได้คิดอะไร แต่เนื่องจากคำพูดที่ว่าพ่อไม่เคยมาดูแลอะไรน้องแพนเลย มันเหมือนกับเป็นคำกล่าวหาที่ทำให้ผมทั้งน้อยใจและโกรธ ซึ่งความจริงยายแจ๋วและน้าเตี้ยก็รู้ดีอยู่แล้วว่าผมก็เลี้ยงดูแลน้องแพนอยู่เช่นกัน เพียงแต่ผมต้องทำงานหาเงิน เพราะเรามีฐานะยากจน ก็เป็นเรื่องปกติที่จะไม่ได้มีเวลามาดูน้องแพนได้มากนัก อีกทั้งน้องแพนก็เป็นผู้หญิง อายุก็มากแล้วไม่ใช่เด็กหญิง การที่ยายแจ๋วและน้าเตี้ยเป็นผู้ดูแลจึงเป็นเรื่องสะดวกมากที่สุด แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกก็ยังมีเช่นเดิม เหมือนครอบครัวปกติทั่วไป” นายเพินกล่าว