คนงานเล่านาที คานสะพานลอยถล่ม ห่างไม่ถึง 10 ม. จนท.เร่งกู้ซาก ระทึกคอนกรีตร่วงทับถังน้ำมัน
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุคานสะพานลอยคอนกรีตหนักกว่า 116 ตัน ที่ใช้ข้ามถนนสาย 317 จันทบุรี-สระแก้ว ช่วงหน้าตลาดกลางเทศบาล ตำบลมะขามเมืองใหม่ อ.มะขาม จ.จันทบุรี เมื่อเวลาประมาณ 20.20 น. ส่งผลให้ซากคานสะพานลอยขนาดใหญ่ ยังคงขวางเส้นทางอยู่ และเนื่องจากมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ทำให้การเข้ากู้ซากต้องล่าช้าออกไป
ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. จากการลงพื้นที่ตรวจสอบซากคานสะพานที่พังลงมายังคงทับรถเครนและรถเทรลเลอร์ 2 คันได้รับความเสียหาย ส่งผลให้การจราจรบนถนนสาย 317 ทั้งขาเข้าและขาออกติดขัดเป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องจัดทำทางเบี่ยงเพื่อระบายรถ โดยรถขาเข้าเมืองจะถูกเบี่ยงให้ใช้เส้นทางผ่านศูนย์กระจายผลผลิตเทศบาลตำบลมะขามเมืองใหม่ ส่วนรถที่มาจาก อ.เขาคิชฌกูฏ และรถที่ต้องการเข้าเมือง ต้องใช้ทางเบี่ยงเลี้ยวซ้ายไปทาง อ.โป่งน้ำร้อน

ด้านการปฏิบัติการกู้ซากสุดอันตราย บริษัทผู้รับเหมาได้ประสานรถแบ๊กโฮ หัวเจาะ 3 คัน เพื่อทำการเจาะกระแทกคอนกรีตของคานสะพาน และใช้ไฟตัดเหล็กเพื่อแยกชิ้นส่วน ก่อนจะใช้รถเครนขนาดใหญ่จากจังหวัดตราดอีก 1 คันเข้ามาช่วยเคลื่อนย้ายซากทั้งหมดออกจากพื้นที่
ในระหว่างการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากตัวคานคอนกรีตได้ทับบริเวณหลังห้องโดยสารของรถเทรลเลอร์จนยุบลงไปถึงถังน้ำมัน ซึ่งมีรอยแตกร้าวและน้ำมันรั่วไหลออกมาตลอดเวลา จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

ทั้งนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของการถล่มในครั้งนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของวิศวกรผู้รับผิดชอบ โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากปัญหาโครงสร้าง การออกแบบ หรือขั้นตอนการประกอบที่ผิดพลาด
นายรุ่งโรจน์ แวงวรรณ อายุ 19 ปี ชาว จ.สกลนคร ผู้ช่วยประจำรถเครน เล่าเหตุการณ์นาทีรอดตายว่า ขณะเกิดเหตุ ตนยืนอยู่บนท้ายรถเทรลเลอร์เพื่อเคลียร์อุปกรณ์และเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่ก่อสร้าง จากนั้นก็ได้ยินเสียงปูนลั่น ก่อนที่คานปูนสะพานลอยจะพังถล่มลงมาทับรถเครนที่อยู่ห่างจากจุดที่ตนยืนอยู่ไม่ถึง 10 เมตร จนทำให้ตนกระเด็นตกลงบนพื้นถนน ได้รับบาดเจ็บเพียงแค่รอยถลอกเล็กน้อยเท่านั้น









