อดีตผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลเยาวชนที่ ‘พระอลงกต’ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ เคยร่วมทีมเมื่อปี 2523 เผยพระอลงกตหายออกจากทีมฟุตบอลไป หลังกลับจากจบการแข่งขันฟุตบอลที่ จ.นครราชสีมา
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นายณภัค นามสีฐาน อดีตผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมเยาวชน จ.ขอนแก่น ปี 2523 เปิดเผยเบื้องหลังภาพถ่ายของทีมฟุตบอลเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี จ.ขอนแก่น รอบคัดเลือกตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี พ.ศ.2520 ซึ่งหนึ่งในนักฟุตบอลที่ปรากฏในภาพมี พระอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี รวมอยู่ด้วย แต่ในขณะนั้นพระอลงกตยังใช้ชื่อและนามสกุลว่า เกรียงไกร เพ็ชรแก้ว
นายณภัคกล่าวว่า ภาพถ่ายดังกล่าวบันทึกไว้ก่อนการแข่งขันเมื่อครั้งตนพาทีมฟุตบอลไปแข่งขันในรอบคัดเลือก ตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ จ.นครราชสีมา เมื่อเดือน เม.ย.2523 เพื่อจะหาทีมชนะเลิศเข้าไปแข่งขันในระดับประเทศ ขณะนั้นตนอายุยังไม่ถึง 30 ปี โดยในภาพตนเองไม่ได้ร่วมถ่ายด้วย เพราะถือเคล็ด

นายณภัคกล่าวว่า อย่างไรก็ดี สมัยนั้นการจะเข้ามาเป็นนักกีฬาฟุตบอลทีมเยาวชนได้จะมีคณะกรรมการจัดการแข่งขันของ จ.ขอนแก่น ซึ่งประกอบด้วยผู้ที่อยู่แวดวงการกีฬา โดยมีการเปิดการคัดเลือกนักกีฬาฟุตบอลที่จะไปแข่งขันที่ จ.นครราชสีมา จึงมีการรับสมัครและคัดเลือกนักเตะฝีเท้าดีเพื่อร่วมทีม หนึ่งในผู้ที่ผ่านเข้ารอบมาร่วมทีมฟุตบอลคือ นายเกรียงไกร เพ็ชรแก้ว หรือ พระอลงกต ในปัจจุบัน เล่นฟุตบอลได้ดีมาก ทำหน้าที่เป็นกองหลังที่มีความแข็งแกร่ง และมีความรับผิดชอบสูงมาก

นายณภัคกล่าวต่อว่า ชื่อที่ใช้ในสมัยนั้น ทุกคนจะเรียกว่า “จอร์จ” เกรียงไกร เพ็ชรแก้ว ไม่ได้ชื่ออลงกต ส่วนจะไปเปลี่ยนชื่อตอนไหนตนเองไม่ทราบ และจำได้ว่าพระอลงกตมีพี่ชายอีกคนชื่อเล่นว่า “จ๊ะ” นายเกรียงศักดิ์ เพ็ชรแก้ว ที่เล่นฟุตบอลทีมจังหวัดขอนแก่นเหมือนกัน ซึ่งเล่นฟุตบอลดี ในตำแหน่งกองกลาง
นายณภัคกล่าวอีกว่า การแข่งขันในรอบคัดเลือกทีมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลคือทีมเยาวชนขอนแก่นไม่ผ่านเข้ารอบ หลังจากนั้นทุกคนในทีมก็ยังคงเล่นฟุตบอลกันตามปกติ มีการไปมาหาสู่กันระหว่างนักบอลและโค้ชอยู่เรื่อยๆ แต่หลังจากการแข่งขันในครั้งนั้น พระอลงกตก็หายออกไปจากทีมฟุตบอล โดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด มารู้ว่าบวชเป็นพระก็เมื่อได้พบกันในช่วง ปี 2548-2550 ปัจจุบันนักเตะในทีมนี้ก็ยังมาเยี่ยมตนเองปีละ 2-3 ครั้ง แต่พระอลงกตไม่เคยมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

นายณภัคกล่าวเพิ่มเติมว่า ท่านเป็นคนที่มีเมตตาสูง พอเห็นข่าวแล้วรู้สึกเศร้าใจ จนกระทั่งบางวันไม่อยากจะฟังข่าว เจอก็เปิดหนี ไม่อยากฟัง รู้เท่าที่รู้
“เป็นกำลังใจให้ท่าน ขอให้ผ่านพ้นสิ่งที่ไม่ดีออกไปโดยเร็ว ส่วนเรื่องอื่นๆ ขอไม่ยุ่งเกี่ยว แต่ก็เข้าใจกับข่าวสารที่เกิดขึ้น ไม่อยากที่จะรับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น” นายณภัคกล่าว




