หน้าแรก ภูมิภาค จับผู้ใหญ่บ้า...

จับผู้ใหญ่บ้านแสบ จ้างฆ่าหนุ่มกู้ภัย ฉุนถูกกล่าวหาอมเงินประกันพ่อ 2 ล้าน 

20.09.25 | 10:31 น.

จับผู้ใหญ่บ้านแสบ จ้างฆ่าหนุ่มกู้ภัย ฉุนถูกกล่าวหาอมเงินประกัน พ่อ 2 ล้าน 

จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด ยิง นายศรายุทธ หรือ “เก่ง” อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา จุดบ้านแพรก (รหัส 318) เสียชีวิตพร้อมรถจักรยานยนต์กู้ชีพคู่ใจ บริเวณถนนเลียบคลอง หมู่ 5 ตำบลคลองน้อย อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นว่า คนร้ายอาจจอดรถพูดคุยกับผู้ตาย ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงในระยะประชิด เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 11 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจาก ภาค 1 ชุดสืบสวน ภจว.พระนครศรีอยุธยา ชุดสืบสวน สภ.บ้านแพรก เร่งรัดสืบสวนติดตามคดีตามที่เสอนข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าวอุกอาจ! หนุ่มกู้ภัยวัย24 ถูกดักยิงเสียชีวิตกลางถนน ตร.เร่งคลี่ปมหาคนร้าย 

วันที่ 19 กันยายน  พล.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ชนะ ธีรศรัณยานนท์ ผกก.สภ.บ้านแพรก, พ.ต.อ.ชินโชติ วัฒนธนานพ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.พีรพัสส์ ชูช่วย ผกก.สืบสวน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.มนต์ชัย เหลืองประเสริฐ รอง ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.1 พร้อมด้วยชุดสืบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนทราบตัวมือที่ก่อเหตุ และติดตามไปจับกุมตัว นายวชรวิทย์ หรือ “โจ้” อายุ 31 ปี ชาวบ้าน ม.5 ต.คลองน้อย อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 110 ไอ สีน้ำเงินขาว ที่ใช้ในการก่อเหตุ ได้ควบคุมตัวมาสอบสวน ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิงนายศรายุทธ เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา เสียชีวิต

Advertisement

โดยให้การซัดทอดว่า นายภานุพงษ์ หรือปอนด์ อายุ 31 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.คลองน้อย อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ว่าจ้าง และจัดหาอาวุธปืนให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงดีรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจค้นบ้านพักและที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ของ นายภานุพงษ์ เพื่อตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม เช่น อาวุธปืน เสื้อผ้า หรือของใช้ในวันก่อเหตุ โดยเฉพาะบริเวณป่ารกร้างหลังบ้านที่คาดว่าอาจนำของไปทิ้งไว้ หลังพบเสื้อผ้าบางส่วนถูกทิ้งไว้บริเวณ ดังกล่าว ชุด EOD เข้าตรวจสอบกว่า 30 นาทีแต่ไม่พบอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้คุมตัว นายภานุพงษ์ หรือผู้ใหญ่ปอนด์ ไปสอบสวน ที่สภ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจหาเขม่าดินปืน ตรวจเก็บดีเอ็นเอ นายภานุพงษ์ หรือผู้ใหญ่ปอนด์ ยังให้การปฏิเสธ ทุกข้อกล่าวหา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ส่วน นายวชรวิทย์ มือปืน ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้าง จากนายภานุพงษ์ หรือผู้ใหญ่ปอนด์ ให้ลงมือยิงนายศรายุทธ ผู้เสียชีวิต โดยมีการวางแผนกันมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 โดยผู้ใหญ่ปอนด์ เป็นผู้จัดหาอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ วางซ่อนไว้ในลำโพงที่โรงรถ ภายในบ้านของผู้ใหญ่ปอนด์ จนเมื่อวันที่ 9 ก.ย.2568 มีการวางแผนที่จะก่อเหตุสังหารอีกครั้ง นายโจ้ มือปืน ได้ไปดักรอ ผู้เสียชีวิต แต่ไม่พบตัว จึงกลับมาบอกกับ ผู้ใหญ่ปอนด์ทราบ

จนวันที่ 10 กันยายน เวลาประมาณ 17.00 น. ผู้ใหญ่ปอนด์ บ้านติดต่อกับ นายโจ้ อีกครั้งว่าอาวุธปืนยังวางอยู่ที่เดิม และวางแผนให้ไปดักเสียชีวิตที่บริเวณที่เกิดเหตุ โดย ผู้ใหญ่ปอนด์ จะลวงผู้ตายออกมากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน ข้างโลตัสบ้านแพรก

จากนั้น ช่วงเวลาประมาณ 20.42 น. ผู้ใหญ่ปอนด์ ได้โทร บอกนายโจ้ มือปืน ว่าผู้เสียชีวิต กำลังกลับบ้าน นายโจ้ มือปืนที่ดักรอ อยู่ทำที่รถจยย.เสีย ขอความช่วยเหลือจากผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นกู้ภัย จึงได้จอดรถช่วย จังหวะนั้น นาย โจ้ ได้ใช้อาวุธปืนลูกซองแบบไทยประดิษฐ์ จ่อยิงที่ลำคอ ของผู้เสียชีวิต หลังก่อเหตุ ได้หลบหนี กลับไปซ่อนตัวที่บ้านนายภานุพงษ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ให้ข้อมูลว่า ชนวนของการสังหารครั้งนี้ อาจเกี่ยวข้องกับเงินประกันชีวิตของพ่อผู้เสียชีวิต ซึ่งเสียชีวิตจากการจมน้ำเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยนายปอนด์เป็นผู้ทำประกันไว้ วงเงินคุ้มครองจำนวน 2 ล้านบาท แต่เมื่อได้รับเงินมาแล้ว กลับนำไปมอบให้ครอบครัวผู้ตายเพียง 5–6 หมื่นบาท สร้างความไม่พอใจให้นายศรายุทธ ลูกชายผู้เสียชีวิต ซึ่งบ่นกับคนใกล้ชิดว่า “พ่อตายทั้งที ไม่น่าได้น้อยขนาดนี้”


และจากการสืบสวน ขยายผลพบว่า เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน ผู้ใหญ่ปอนด์ ได้ทำประกันชีวิตให้ นายศรายุทธ ผู้เสียชีวิต อาจจะเป็นไปได้ว่าถูก ผู้เสียชีวิตตติดตามทวงเงินประกันของพ่อ กับการสังหารเพื่อเอาเงินประกันของผู้เสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน และหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

ด้าน นายนาวิน คงดี นายกสมาคมอยุธยารวมใจหน่วยกู้ภัยอยุธยา เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวการจับกุมผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายเก่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยอยุธยาเสียชีวิต ตนรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง เพราะนายเก่งเป็นคนดี แม้ฐานะครอบครัวจะขัดสน แต่ก็ทุ่มเททำงานช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ไม่เคยทอดทิ้งหน้าที่

นายนาวินเล่าต่อว่า หลังเกิดเหตุ ตนเริ่มระแคะระคายถึงเรื่องเงินประกัน เนื่องจากเมื่อประมาณ 4 เดือนก่อน พ่อของนายเก่งเสียชีวิตจากการจมน้ำ ขณะไปหาผักบุ้งตามคำสั่งของนายจ้าง และถูกใช้ให้ออกไปเก็บเพิ่มอีกครั้ง จนเกิดอาการวูบและเสียชีวิตในที่สุด โดยพ่อของนายเก่งมีประกันชีวิตวงเงินถึง 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นประกันที่นายจ้างทำไว้ให้ แต่ภายหลังทำบุญร้อยวัน ครอบครัวกลับได้รับเงินมาเพียงเล็กน้อย

ที่น่าผิดสังเกตคือ นายจ้างได้ทำประกันชีวิตไว้ให้กับสมาชิกครอบครัวนายเก่งทั้งหมด 4 คน ได้แก่ พ่อ แม่ พี่ชาย และตัวนายเก่งเอง ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นปมที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม นายนาวินยืนยันว่า ตนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และเชื่อในฝีมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ว่าจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานมาพิสูจน์ข้อเท็จจริง และเอาผิดผู้ที่อยู่เบื้องหลังการบงการฆ่าในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน