หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ใหญ่บ้าน จ...

ผู้ใหญ่บ้าน จ้างฆ่าหนุ่มกู้ภัย ชวนคนแก่-คนป่วย ทำประกันเพียบ ตร.เร่งตรวจสอบการเสียชีวิตของชาวบ้าน

20.09.25 | 15:54 น.

เสียชีวิตแล้ว3ราย! พบข้อมูล ผู้ใหญ่บ้าน จ้างฆ่าหนุ่มกู้ภัย ชวนคนแก่-ป่วย ทำประกันเพียบ ตร.เร่งตรวจสอบคุมตัวมือปืนทำแผน สารภาพฆ่ากู้ภัยตอบแทนบุญคุณผู้ใหญ่บ้าน


จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายศรายุทธ หรือเก่ง อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา จุดบ้านแพรก (รหัส 318) เสียชีวิต บริเวณถนนเลียบคลอง หมู่ 5 ต.คลองน้อย อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุม นายวชรวิทย์ หรือ “โจ้” สร้อยคำ อายุ 31 ปี มือปืนที่ก่อเหตุ ให้การรับสารภาพพร้อมกับซัดทอดว่า นายภานุพงษ์ หรือปอนด์ ทองแผ่ อายุ 31 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.คลองน้อย อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ว่าจ้างและจัดหาอาวุธปืนให้ จึงได้ขอหมายศาลติดตามไปจับกุมตัว ตรวจค้นบ้านพักหาพยานหลักฐาน โดยผู้ใหญ่ปอนด์ยังให้การปฏิเสธ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าว – จับผู้ใหญ่บ้านแสบ จ้างฆ่าหนุ่มกู้ภัย ฉุนถูกกล่าวหาอมเงินประกันพ่อ 2 ล้าน 

เมื่อวันที่ 20 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุดว่า ที่ สภ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา ภรรยาของ นายวชรวิทย์ หรือ “โจ้” อายุ 31 ปี มือปืน เดินทางมาพร้อมกับลูกชายวัย 2 ขวบเพื่อติดต่อขอเยี่ยม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้เยี่ยม ให้เพียงฝากอาหารและน้ำดื่มไว้เท่านั้น ต่อมีทางครอบครัวของ นายภานุพงษ์ หรือ ผู้ใหญ่ปอนด์ อายุ 31 ปี ผู้ใหญ่บ้าน เดินทางเข้ามาฝากสิ่งของเพื่อเยี่ยมเอาไว้ด้วยเช่นกัน

Advertisement

ภรรยาของนายโจ้ มือปืน บอกว่า ไม่รู้เรื่องส่วนตัวของสามี ทราบเพียงว่าสามีจะมาช่วยทำงานที่บ้านของผู้ใหญ่ปอนด์ ซึ่งเป็นเพื่อนกัน ตามที่จะเรียกและว่าจ้าง พร้อมกับมาช่วยกันทำสาธารณประโยชน์ต่างๆ วันเกิดเหตุสามีไม่ได้อยู่บ้าน มานอนค้างบ้านผู้ใหญ่และกลับบ้านไปช่วงสายอีกวัน มาทราบตอนที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับกุมตัวที่บ้าน ในพื้นที่ จ.อ่างทอง

ต่อมาเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.ชนะ ธีรศรัณยานนท์ ผกก.สภ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัวนายวชรวิทย์ (นายโจ้) มือปืน ออกจากห้องขัง พร้อมรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณที่เกิดเหตุ โดยมีการแยกรถผู้ต้องหา รถที่ขนรถจักรยานยนต์ และรถกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระจายไปตามเส้นทางต่างๆ ไม่ให้วิ่งไปเป็นขบวน เกรงว่าจะมีประชาชนไปดูการทำแผน


การทำแผนเริ่มต้นตั้งแต่จุดที่นายโจ้จอดรถรอ ห่างจากทางเข้าบ้านของนายเก่ง ผู้เสียชีวิต และทำท่าเข็นรถจักรยานยนต์สวนทาง จากนั้นเห็นว่ารถจักรยานยนต์ของนายเก่ง ผู้เสียชีวิต ขี่มาพอดี ซึ่งนายโจ้ มือปืน จำได้ เพราะไฟหน้ามีลักษณะพิเศษ เป็นรถจักรยานยนต์กู้ภัย จึงได้โบกมือเรียกให้หยุดขอความช่วยเหลือน้ำมันหมด นายเก่ง ผู้เสียชีวิต ได้จอดรถลงไปช่วย นายโจ้อาศัยช่วงจังหวะที่นายเก่งหันหลัง ใช้อาวุธปืนลูกซองไทยประดิษฐ์จ่อยิงที่ท้ายทอยจนล้มคว่ำไป ตอนนั้นไม่รู้ว่าเสียชีวิตหรือไม่ เพราะคิดว่าเหมือนนายเก่ง ผู้เสียชีวิต จะรู้ว่าตัวถูกยิง ท่าทางเหมือนจะวิ่งหนีด้วย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายโจ้ไปชี้จุดที่หน้าบ้านของผู้ใหญ่ปอนด์ ที่หลบหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ในรถยนต์กระบะที่จอดไว้ในบ้าน นอนหลับจนถึงช่วงสายได้หลบหนีกลับไปบ้านพักที่ จ.อ่างทอง โดยไม่ได้เจอกับผู้ใหญ่ปอนด์เลย

ทุกขั้นตอนของการทำแผน นายโจ้นำชี้จุดเกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ตนเองรู้จักกับผู้ใหญ่ปอนด์ เพราะเป็นเพื่อนเรียนรุ่นเดียวกัน ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ปอนด์หลายเรื่อง เรียกมาทำงานต่างๆ ที่บ้านและงานสาธารณประโยชน์ของผู้ใหญ่บ้าน จะได้ค่าแรง ล่าสุดตนเองตกงาน ภรรยาก็ตกงานพร้อมกัน ไม่มีเงินซื้อนมให้ลูก และค่าน้ำค่าไฟของบ้านผู้ใหญ่ปอนด์ได้ให้ความช่วยเหลือตนเองด้วย จึงรอดตาย

จนช่วงก่อนที่จะก่อเหตุผู้ใหญ่ปอนด์ได้มาบอกว่า ช่วยเล่นนายเก่งให้หน่อย ซึ่งวันนั้นนายเก่งมาทำงานที่บ้านผู้ใหญ่เช่นเดียวกัน จึงได้จำหน้าเอาไว้ ตนเองไม่รู้จักกับนายเก่งเป็นการส่วนตัว

จนล่าสุดผู้ใหญ่ปอนด์ได้มาบอกกับตนเองอีกครั้ง พร้อมกับเตรียมอาวุธปืนมาให้ จึงได้ลงมือก่อเหตุ ไม่ทราบมาก่อนว่ามีปัญหากันเรื่องของเงินประกันชีวิต ถ้าทราบว่าเป็นเรื่องนี้ตนเองจะไม่ทำ คิดว่าเป็นความขัดแย้งส่วนตัว เพราะทราบว่าผู้ใหญ่ปอนด์ ซึ่งเป็นอาสาสมัครมูลนิธิ เคยมีปัญหากับทางกู้ภัยมาก่อนด้วย คิดว่าเป็นเรื่องนี้

ตนเองไม่ได้ติดต่อกับผู้ใหญ่ปอนด์เลยหลังก่อเหตุ เป็นไปตามแผนที่มีการคุยกันเอาไว้ เพื่อป้องกันการถูกติดตาม หรือดักฟังทางโทรศัพท์ จนผู้ใหญ่ปอนด์ได้โทรศัพท์มาบอกตนเองว่าให้มาช่วยจัดงานศพคนแถวบ้าน ทำให้ตนทราบว่านายเก่งที่ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ จะไม่มีการติดต่อสื่อสารกันโดยตรง

ก่อนหน้าที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ผู้ใหญ่ปอนด์ยังได้มาชักชวนให้ภรรยาของตนเองทำประกันชีวิต แต่ภรรยาตนเองปฏิเสธไป และตนเองเริ่มมีความกังวลด้วยอาจจะถูกผู้ใหญ่ปอนด์ปิดปาก ก่อนที่จะก่อเหตุตนเองได้เสพยาบ้าไปจำนวนหนึ่งเพื่อให้เกิดความกล้าด้วย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายโจ้ มือปืน กลับไปที่ สภ.บ้านแพรก อีกครั้งเพื่อเตรียมเอกสาร นำตัวควบคุมไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ใช้อาวุธปืน”

ระหว่างนั้นภรรยาของนายโจ้ และลูกชายวัย 2 ขวบ ได้เข้ามาหานายโจ้ ลูกชายส่งเสียงร้องจะเข้าไปหานายโจ้ เป็นภาพที่น่าสงสารต่อผู้พบเห็น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้อนุญาตให้เข้าไปพูดคุยกัน นายโจ้ได้อุ้มลูกชายเข้ามากอดหอมแก้ม จากนั้นได้คุมตัวไปฝากขังทันที

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจได้ควบคุมตัว นายภานุพงษ์ หรือผู้ใหญ่ปอนด์ อายุ 31 ปี ออกจากห้องควบคุมตัว เพื่อนำตัวไปฝากขังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในข้อหา “ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาด้วยการใช้ จ้างวานหรือยุยงส่งเสริมหรือด้วยวิธีการอื่นใด สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิด ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองเจตนา”

โดยแยกไปคนละคันกับนายโจ้ ผู้ใหญ่ปอนด์มีสีหน้าปกติ ยกมือไหว้ทักทายกับผู้สื่อข่าว พร้อมกับกล่าวเพียงว่า ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนทราบว่านายปอนด์ได้มีการชักชวนทำประกันชีวิตให้กับชาวบ้านหลายคน ส่วนใหญ่จะเป็นการทำประกันให้กับคนยากจน ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยติดเตียง ให้เหตุผลในการชักชวนว่า หากมีการเสียชีวิตจะได้เงินในการจัดการศพ และใช้จ่ายให้กับคนในครอบครัว

ซึ่งมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว จำนวน 3 ราย มีบางรายเสียชีวิตด้วยสาเหตุของการจมน้ำเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง