หน้าแรก ภูมิภาค รวบแล้ว ชาย 6...

รวบแล้ว ชาย 67 ยิงหนุ่มเสื้อปุ๋ยดับคาเถียงนา อ้าง แค่ป้องกันตัว

8.10.25 | 21:49 น.

รวบแล้ว ชาย 67 ยิงหนุ่มเสื้อปุ๋ยดับคาเถียงนา อ้าง แค่ป้องกันตัว

กรณีพบศพนายธวัชชัย (สงวนนามสกุล) หรือ ทอม อายุ 39 ปี ชาวบ้านบ้านโนนทองคำเจริญ หมู่ 4 ต.หนองกุงศรี อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ถูกยิงด้วยปืนลูกซอง กระสุนลูกปรายเข้าที่หน้าและหน้าอก แถมยังฟันด้วยมีดกลางศีรษะ นอนเสียชีวิตอยู่หน้าเถียงนา ซึ่งเป็นเถียงนาของนายคงเดช (สงวนนามสกุล) หรือนาย อายุ 67 ปี เพื่อนบ้าน ซึ่งอยู่ห่างหมู่บ้านประมาณ 2 กม.


โดยนายคงเดชและผู้ตายเป็นคู่อริกันมานาน เช้าวันเกิดเหตุมีพยานเห็นนายคงเดชและผู้ตายมีปากเสียงกัน ก่อนพบผู้ตายเป็นศพในเวลาต่อมา และนายคงเดชได้หายตัวไป ตำรวจคาดว่านายคงเดชจะเป็นผู้ก่อเหตุและหลบหนี เหตุเกิดเช้าวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 8 ตุลาคม พ.ต.อ.ศิริชัย กุลวิทิต ผกก.สภ.โนนสะอาด สั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฐพล มุงคำภา รอง ผกก.สส.สภ.โนนสะอาด พ.ต.ต.เขมวัฒน์ พฤกษกุล สว.กก.สืบสวน บก.สส.ภ.4 นำกำลังตำรวจสืบสวนภาค 4 ตำรวจสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี และตำรวจสืบสวน สภ.โนนสะอาด ออกสืบสวนติดตามและสามารถจับกุมนายคงเดช ได้ที่บนเทือกเขาภูพานน้อย เขตบ้านป่าไม้ หมู่ 9 ต.หนองกุงศรี อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี พร้อมด้วยปืนลูกซองยาวลำกล้องเดียวที่ใช้ก่อเหตุ กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 4 นัด รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ที่ใช้หลบหนี จึงควบคุมตัวไปโรงพักทำการสอบสวน

Advertisement

นายคงเดช รับสารภาพว่า ตนกับผู้ตายเป็นเพื่อนบ้านกัน บ้านอยู่ติดกัน ผู้ตายเสพยา และคลุ้มคลั่งอาละวาดจะมาหาเรื่องทะเลาะกันกับตนประจำ เมื่อปี 64 ผู้ตายบุกเข้าไปทำร้ายตนในบ้าน โดยใช้ด้ามเสียมตีหน้าอกทำให้กระดูกไหปลาร้าหักได้แจ้งความดำเนินคดี และได้ไกล่เกลี่ยกันโดยผู้ตายยอมจ่ายเงิน 2,000 บาท ตนอยากให้เรื่องมันจบ จึงไม่ถือสาเอาความ เช้าวันเกิดเหตุ ตนได้เอาขยะไปทิ้งแล้วขี่จักรยานยนต์มาที่เถียงนา เพื่อให้อาหารปลา และเตรียมไปเก็บเห็ด หากบเขียดเพื่อมาทำอาหาร

ขณะกำลังประกอบปืนลูกซอง ตนได้ยินเสียงคนเอามีดกระทบกัน ตนส่องดูก็เห็นผู้ตายเดินถือเคียวกับมีดกระทบกันเข้ามาใกล้ เมื่อเขาเห็นตนก็พูดว่า “มึงเสร็จกู มึงเสร็จแน่” ตนอยู่คนเดียวไม่มีใคร จึงได้ร้องถามผู้ตายว่ามาทำไม ผู้ตายก็ยังพูดคำเดิมว่า “มึงเสร็จแน่” ตนจึงยกปืนขึ้นมา ผู้ตายได้ขว้างมีดมาใส่ตน แต่ตนหลบทัน ตนก็บอกให้ผู้ตายหยุด ถ้าไม่หยุดก็จะยิง แต่ผู้ตายก็พูดย้ำคำเดิมว่า “มึงเสร็จกูแน่” ตนจึงตัดสินใจยิงป้องกันตัว 1 นัด โดนที่หน้าอก ทำให้ผู้ตายล้มคว่ำหน้าลง แต่ยังเงยคอขึ้นมาจะพยายามเอามีดมาฟันอีก ตนจึงยิงนัดที่ 2 โดนที่ใบหน้า จากนั้นก็รีบสะพายปืนขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างหลบหนีขึ้นไปภูพานน้อย เพราะตนเป็นพรานเคยขึ้นไปหาของป่ากับพี่ชาย จึงชำนาญบนภูเขาลูกนี้ ส่วนอาวุธปืนเป็นของพี่ชายซึ่งเสียชีวิตไปแล้วมอบให้

นายคงเดช  กล่าวต่อว่า ทุกครั้งที่มีเรื่องทะเลาะกัน ผู้ตายจะมาหาเรื่องตนก่อน โดยตนไม่รู้สาเหตุ คิดว่าเสพยาแล้วคลั่ง ตนอยากขอโทษญาติ และครอบครัวผู้ตาย เพราะผู้ตายก็เหมือนลูกหลาน ตนไม่ได้อยากทำ ขนาดเมียผู้ตายคลอดลูก ไม่มีไก่ต้มให้เพื่อนกิน ก็มาขอไก่ที่บ้านตนก็ให้ หลังก่อเหตุยอมรับว่าตกใจ ได้หนีขึ้นไปบนภูพานน้อยเพื่อตั้งหลัก และคิดว่าจะมามอบตัวอยู่แล้ว แต่ตำรวจได้ขึ้นมาก่อน ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ส่วน นางดุราณี (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี ภรรยานายคงเดช เล่าว่า ช่วงที่สามีก่อเหตุ ไม่ได้คุยกับสามีเลย โทรศัพท์สามีก็ไม่มี สามีกับคนตายเคยมีปัญหากันมาก่อน ครอบครัวตนไม่มีอะไร แต่ทางผู้ตายมักจะมาอาละวาดที่บ้านมานานแล้ว ครั้งสุดท้ายเขามาวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา เขาไม่ได้ทำร้ายใคร เพราะไม่อยากไปเผชิญหน้า ผู้ตายมาตะโกนด่าหยาบคายสารพัด เพราะเขามีอาการเมายาบ้า และที่ผ่านมาเขาก็เคยเอาเสียมมาฟาดที่หน้าอกสามีจนได้รับบาดเจ็บ เขามาก่อเหตุในเขตบ้านเลย การที่สามีไปยิงเขาจนตาย ตนไม่รู้สึกเสียใจเลย เพราะเป็นป้องกันตัว

“ถึงตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับสามีเลย อยากบอกให้กำลังสามีว่าสู้ ๆ เรามีกันแค่สองคนผัวเมีย ลูกก็ไปอยู่ต่างถิ่นกันหมด ลูกก็ส่งกำลังใจมาให้พ่อ ลูกก็บอกว่าไม่เป็นอะไร ศาลตัดสินอย่างไรเราก็ต้องรับโทษตามนั้น สามีไปเช่าที่นาของพี่ชายอยู่ที่นั่น ให้สามีไปทำนา เช่าทำกินตั้งแต่พี่ชายยังไม่เสียชีวิตไป ก็ทำมาประมาณ 30 ปี จนถึงตอนนี้ สุดท้ายแล้วก็อยากแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ตายด้วย ที่สามีได้กระทำลงไป ซึ่งทางเราก็ยังพูดคุยกับครอบครัวคนตายตามปกติ” นางดารุณี กล่าว