ชาวบ้านดีใจ ประติมากรรมสำริดประโคนชัย คืนไทย วอนหน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งบูรณะปราสาทปลายบัด
เมื่อวันที่ 6 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกรมศิลปากรจะได้รับมอบโบราณวัตถุ “ประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัย” จำนวน 4 รายการ ประกอบด้วย ประติมากรรมสำริดรูปพระโพธิสัตว์ 3 รายการ และพระพุทธรูป 1 รายการ อายุประมาณ 1,200-1,300 ปี กลับคืนจากสหรัฐอเมริกา ในวันอังคารที่ 6 มกราคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
อ่านข่าว – รอมา 9 ปี ปฐมบท‘ประติมากรรมสำริดประโคนชัย’ ล็อตแรกคืนแผ่นดินไทย.
ซึ่งประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัยดังกล่าวได้หายไปจากปราสาทเขาปลายบัด อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งทั้งหมดถูกลักลอบนำออกจากประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายมานานกว่า 60 ปี โดยนายหน้าค้าโบราณวัตถุ “ดักลาส แลตช์ฟอร์ด” หลังจากนั้นทั้ง 4 ชิ้นได้ไปตกอยู่ในความครอบครองของเอกชน และพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในต่างประเทศ จนกระทั่งมาจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย เมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา

กระแสข่าวดังกล่าว ชาวบ้านในเขตพื้นที่ ต.ยายแย้มวัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของปราสาทเขาปลายบัด ต่างดีใจที่จะได้โบราณวัตถุที่เคยอยู่ในปราสาทปลายบัดกลับคืนมา
นายบัวพัน ดอกบัว อายุ 72 ปี เล่าว่า ครั้งตนเป็นเด็กปราสาทเขาปลายบัดแห่งนี้งดงามมาก เคยมาวิ่งเล่นเป็นประจำ แต่หลังจากนั้นมาเกิดทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว สาเหตุเพราะมีคนเข้าไปขุดหาสมบัติกันเป็นจำนวนมาก มีการรื้อก้อนหินจากตัวปราสาทออกมาแล้วขุดหาสิ่งของมีค่าจนทำให้ปราสาทพังลง
ส่วนตัวก็อยากจะให้มีการบูรณะปราสาทให้กลับคืนมาเหมือนเดิม ส่วนโบราณวัตถุไม่ควรจะเอามาเก็บไว้ที่เดิมเพราะอาจจะมีคนเข้ามาขโมยไปอีก
พระโชคทวี อนาวิโล อายุ 55 ปี พระสำนักสงฆ์วัดป่าเขาปลายบัด บอกว่า โบราณวัตถุของเขาปลายบัดที่ได้มา ส่วนตัวอยากให้เอาไปเก็บไว้ที่ปราสาทพนมรุ้ง เพราะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล ส่วนการบูรณะควรจะเข้ามาทำ ตอนนี้มีแค่เจ้าหน้าที่มาตัดหญ้าเดือนละครั้งเท่านั้น

สำหรับประติมากรรมกลุ่มประโคนชัยดังกล่าว เป็นประติมากรรมจากเขาปลายบัด มีแหล่งที่มาจากโบราณสถานปราสาทเขาปลายบัด อำเภอประโคนชัย (ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ) จึงมีชื่อเรียกในกลุ่มนักประวัติศาสตร์ศิลปะว่า
ประติมากรรมกลุ่มประโคนชัย ทั้งนี้คณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สืบสวน สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของอเมริกา ช่วยดำเนินการติดตามกลับสู่ประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ.2560 แต่เนื่องจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียมีสถานะเป็นหน่วยงานของการปกครองส่วนท้องถิ่น และมีการบริหารงานโดยคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยเมืองซานฟรานซิสโก การถอดถอนโบราณวัตถุจากพิพิธภัณฑ์จึงต้องเป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนที่กำหนด
เริ่มจากการเสนอความเห็นเพื่อถอดถอนโบราณวัตถุออกจากพิพิธภัณฑ์ในขั้นแรกเมื่อปลายเดือนกันยายน พ.ศ.2567 และเปิดรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย จากนั้นทำการรวบรวมข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมอีก 6 เดือน เพื่อยืนยันว่าโบราณวัตถุดังกล่าวถูกลักลอบนำออกมาจากประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายจริง ก่อนจะมีการส่งกลับมายังประเทศไทยดังกล่าว


