นายกเล็ก แถลงหลังทองหายโรงตึ๊งตรัง ย้ำเสียหายเล็กน้อย ดูแลทรัพย์สินได้ทุกบาททุกสตังค์ ขอลูกค้าอย่ากังวล ปัดตอบปมรับผิดชอบ
จากกรณีทองคำแท่ง และ ทองคำรูปพรรณ ที่ประชาชนนำไปจำนำไว้กับสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง (โรงรับจำนำ) ได้ถูกคนร้ายโจรกรรมหายไปจากตู้เซฟภายในที่ทำการสถานธนานุบาลฯ ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ต่อมาชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พบพิรุธของเจ้าหน้าที่บางคน ตำรวจจึงสอบเครียดยาวนาน กระทั่งศาลจังหวัดตรังได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 1 คน คือนายนิพิฐพนธ์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่โรงรับรับจำนำ และเป็น 1 ในคนถือกุญแจตู้เซฟ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่สำนักงานเทศบาลนครตรัง นพ.รักษ์ บุญเจริญ นายกเทศมนตรีนครตรัง แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า หลังเกิดเหตุการณ์ทางเทศบาลนครตรัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรวดเร็วและรอบคอบ จนถึงวันนี้จากการตรวจสอบพบความเสียหายเล็กน้อย และเทศบาลนครตรังสามารถดูแลได้ ตนขอยืนยันว่าทางโรงรับจำนำสามารถดูแลทรัพย์สินได้ทุกบาททุกสตางค์ ผู้ที่ได้รับความเสียหายทางโรงรับจำนำจะติดต่อไปในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 10-11 ม.ค.69 และวันจันทร์ ที่ 12 มกราคมนี้ จะเปิดให้บริการตามปกติ
“อยากเรียนให้ผู้ใช้บริการ และลูกค้าของโรงรับจำนำทราบว่า ไม่ต้องกังวล จริงๆ ไม่อยากให้ต้องมาตรวจสอบทรัพย์สิน เพราะโรงรับจำนำจะดูแลทรัพย์สินทั้งหมด และกลัวว่าจะกระทบกับผู้ใช้บริการ และต้องขออภัยที่เราต้องปิดบริการเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา เพื่อการตรวจสอบ และเห็นใจผู้รอใช้บริการที่ต้องการนำเงินสดในการใช้ดำเนินชีวิตประจำวัน แต่อย่างไรก็ตามหากลูกค้ามีความต้องการจะตรวจสอบทรัพย์สินที่ฝากไว้สามารถมาได้ในวันจันทร์นี้ แต่ตอนนี้ยังตรวจสอบไม่เสร็จเหลืออีกเล็กน้อย” นายกเทศมนตรีนครตรังกล่าว
นพ.รักษ์กล่าวว่า ส่วนรายละเอียดอื่นปล่อยให้เป็นขั้นตอนของกฎหมาย และเรื่องของคดีความ ตนไม่ขอแจ้งลงรายละเอียด ซึ่งของที่หายไปมีทั้งทองคำและทรัพย์สินอื่น
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นพ.รักษ์ ได้เดินออกจากวงสัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าว พร้อมทั้งปลดไมค์โครโฟนออกจากปกเสื้อด้วยตัวเอง และรีบเดินออกจากห้องโดยอ้างว่ามีประชุม ก่อนจะรีบเดินขึ้นรถออกไปทันที โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานโดยตรงจากทางเทศบาลนครตรัง หลังจากที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำผิดตามหมายจับได้ 1 คน
ส่วนทางด้าน นายนิพิฐพนธ์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง และเป็น 1 ในคนถือกุญแจตู้เซฟ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงสอบปากคำอย่างเข้มงวดอยู่ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองตรัง เพื่อขยายผลนำไปเอาทรัพย์สินที่เหลือคืน โดยเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ตอนนี้ยึดคืนทองคำมาแล้วเพียงแค่เล็กน้อยจากทั้งหมดที่เอาไป บางส่วนนำไปจำนำ และขายตามโรงรับจำนำต่างๆ จะต้องตามไปเอาคืน และยังสอบปากคำต่อไป
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ทรัพย์สินประมาณ 200 รายการ แต่เจ้าตัวบอกแค่ 30 รายการ หรือประมาณ 1 ล้านบาทเท่านั้น แต่ระบบจัดการภายในหละหลวม จึงอยู่ระหว่างสอบปากคำเครียด เพื่อขยายผล โดยพบว่าทำเพียงลำพัง สาเหตุเพราะติดหรูและติดพนันออนไลน์


