หน้าแรก ภูมิภาค แม่ 86 ร่ำไห้...

แม่ 86 ร่ำไห้ จูบรูปหน้าโลง 3 ลูกหลาน เหยื่อเครนถล่มใส่รถไฟ เผยยังไม่มีใครเจรจาเยียวยา

18.01.26 | 22:48 น.

ถึงแล้ว ร่างครอบครัวเหยื่อเครนมรณะ ตายยกครอบครัว แม่วัย 86 ร่ำไห้จูบลารูปถ่ายหน้าโลง วอนอยากได้ชีวิตลูกหลานคืน ญาติเรียกร้องผู้รับเหมารับผิดชอบ ยันไม่เชื่อเคยได้รางวัลความปลอดภัย

จากกรณีอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 14 มกราคม ขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี ถูกเครนซึ่งใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่พังถล่มลงมาทับขบวนรถ บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว พื้นที่บ้านถนนคต ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ขบวนรถไฟตกรางและเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ ครอบครัวแท่นทอง ประกอบด้วย นายสมจิตร อายุ 53 ปี นางจรินทร อายุ 52 ปี และ ด.ช.ณัชสภณ หรือน้องกาโต๊ะ อายุ 8 ปี ทั้งสามเสียชีวิตพร้อมกันยกครอบครัว โดยทั้งหมดเดินทางมากับรถไฟขบวนดังกล่าวด้วยความตั้งใจจะมาร่วมงานศพญาติที่บ้านเกิด แต่กลับต้องประสบเคราะห์ร้าย สร้างความสะเทือนใจแก่ญาติพี่น้องและชุมชนอย่างยิ่ง ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 18 มกราคม ที่ ต.แต้ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ มูลนิธิฮุก 31 นครราชสีมา นำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย กลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่ยังบ้านเกิด หลังจากผ่านกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว

ขณะเคลื่อนโลงศพลงจากรถมูลนิธิเข้าสู่ภายในบ้าน บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ญาติพี่น้องต่างพากันร้องไห้ด้วยความอาลัย เดินเข้ามาจับโลงศพและร่ำไห้ด้วยความเสียใจ โดยเฉพาะนางวิไล อายุ 86 ปี มารดาของนายสมจิตร เดินทางมาจูบรูปถ่ายของหลานชาย พร้อมกล่าวคำอำลาด้วยน้ำตานองหน้า

นางวิไลเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า วันนี้เป็นวันที่ต้องรับศพลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานชายกลับมาบ้าน สิ่งแรกที่อยากบอกคืออยากได้ชีวิตของลูกและหลานคืนมา หลังทราบข่าวการเสียชีวิตแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ ด้านบริษัทอิตาเลียนไทย ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ได้ส่งพวงหรีดมาทางร้านดอกไม้ แต่ไม่มีตัวแทนเดินทางมาด้วยตนเอง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดจากบริษัทเข้ามาพูดคุยเรื่องการเยียวยา

Advertisement

นางวิไลเผยว่า ลูกชายเป็นเสาหลักของครอบครัว หากเป็นไปได้อยากตายแทนลูก ในวาระสุดท้ายอยากบอกให้ลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานไปเป็นเทวดาอยู่บนสรวงสวรรค์ หลานชายเคยบอกว่าจะมาหาย่าที่ศรีสะเกษ เป็นเด็กน่ารัก พูดจาไพเราะ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับใครอีกเลย

ด้านนายสุวิชย์ อายุ 61 ปี พี่ชายนายสมจิตร กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้บริษัทอิตาเลียนไทยเข้ามาดูแลรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ในวันที่ตนและหลวงพี่เดินทางไปรอรับศพน้องชายที่จังหวัดนครราชสีมา ช่วงที่รอหลวงพี่ซึ่งเป็นพี่ชายคนโตของนายสมจิตรนอนรอในรถแล้วเกิดอาการละเมอขึ้นตนจึงรีบปลุกให้ตื่น เหมือนมีหนึ่งในผู้เสียชีวิตที่เป็นร่างไร้วิญญาณมาหา หรือมาสื่อสารอะไรบางอย่าง

นายสุวิชย์กล่าวอีกว่า ปี พ.ศ 2568 บริษัทอิตาเลียนไทยได้รับรางวัลความปลอดภัยดีเด่น โดยส่วนตัวไม่เชื่อเรื่องความปลอดภัย เพราะที่ผ่านมาก็เห็นว่าบริษัทเดียวกันนี้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ทำให้สูญเสียหลายชีวิต มองว่าใครมีเงินก็ทำได้หมดโดยที่ไม่มองถึงความปลอดภัยของประชาชน