เปิดใจผู้ดูแลบ้าน-ประติมากรรมวัวชน รุกโบราณสถานสงขลา ยันมีเอกสารสิทธิ์ อยากทำเป็นจุดเช็กอินใหม่ ล่าสุด สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา เข้าแจ้งความ
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม เครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดสงขลาเดินทางเข้าตรวจสอบสภาพพื้นที่ บริเวณป้อมหมายเลข 9 โบราณสถานเมืองสงขลาเก่า ในอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา หลังทราบว่ามีการบุกรุกเข้าปรับสภาพพื้นที่โดยเอกชน แม้จะดำเนินการบนที่ดินเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินถูกต้องแต่ไม่ได้มีการยื่นขออนุญาตไปยังกรมศิลปากรเนื่องจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตโบราณสถาน
อ่านข่าว – รองผู้ว่าฯสงขลา นำทีมลุยตรวจ บ้าน-ประติมากรรมโค สร้างรุกเขตโบราณสถาน
ทั้งนี้พบว่าที่ดินที่ถูกปรับสภาพนั้นมี 11 แปลงมีเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินทั้งหมด ตั้งอยู่ติดกับป้อมหมายเลข 9 ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ที่มีต้นไม้ปกคลุมโดยพบว่ามีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ที่อยู่ในเขตโบราณสถาน มีการปรับสภาพพื้นที่ ถมดิน และมีการก่อสร้าง บ้าน 1 หลัง, ศาลา 1 หลัง, ประติมากรรมวัวชน และแนวท่อร้อยสายไฟที่ข้ามคูเมืองมา
นายเติบศักดิ์ ผู้ดูแลการปรับพื้นที่ ยืนยันว่าเจ้าของที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องและมีเป้าหมายที่จะจัดทำเป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ เพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว ดึงดูดให้ผู้คนมาเที่ยวชมบริเวณป้อมหมายเลข 9 เพิ่มมากขึ้น และได้มีการยื่นขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วแต่เมื่อส่วนราชการสั่งให้หยุดดำเนินการชั่วคราวก็ปฏิบัติตามคำสั่ง

ในขณะที่นายบรรจง นะแส เครือข่ายคัดค้านบุกรุกโบราณสถานสงขลา กล่าวว่า ภาคประชาชนค่อนข้างกังวลเมื่อพบกับสภาพของการปรับพื้นที่ที่ประเมินว่าใช้ระยะเวลานานนับเดือนทำให้เกิดคำถามว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมศิลปากร กรมธนารักษ์ กรมที่ดิน รวมถึงจังหวัดสงขลาได้มีการดำเนินการตรวจสอบหรือสั่งการให้ระงับยับยั้งอย่างไรบ้างหรือไม่รวมถึงระยะยาวได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทราบหรือไม่ว่าก่อนจะมีการปรับพื้นที่ใดๆ ในเขตโบราณสถานต้องยื่นขออนุญาตกี่หน่วยงานเหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต้องตอบ
อย่างไรก็ตาม สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าของที่ดินในความผิด ตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 10 ห้ามมิให้ผู้ใดซ่อมแซมแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือถอนต่อเติมทำลายเคลื่อนย้ายโบราณสถานหรือส่วนต่างๆ ของโบราณสถานหรือขุดค้นสิ่งใดๆ หรือสิ่งปลูกสร้างอาคารภายในบริเวณโบราณสถานเว้นแต่จากการกระทำตามคำสั่งของอธิบดีหรือได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีและถ้าหนังสืออนุญาตนั้นกำหนดเงื่อนไขไว้ประการใดก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้นด้วย

ก่อนหน้านี้ นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่โบราณสถานเมืองเก่าสงขลา นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ ร่วมตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว และได้มีหนังสือสั่งการให้ยุติการดำเนินการก่อสร้างชั่วคราวและให้เจ้าของที่ดิน ซึ่งเป็นผู้ถือโฉนดจัดทำแผนการพัฒนาพื้นที่เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะทำงานติดตามการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่โบราณสถานเมืองเก่าสงขลา ปลายเดือนมีนาคมนี้
สำหรับปัญหาการบุกรุกโบราณสถานเมืองสงขลาเก่าในอำเภอสิงหนคร นั้นเมื่อปี 2565 มีคดีการบุกรุกโบราณสถาน 3 คดีซึ่งผู้ต้องหามีทั้งคหบดีรวมถึงครอบครัวนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ซึ่งขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล
ส่วนเจ้าของโฉนดที่ดินที่ทำการปรับพื้นที่โดยไม่ได้ขออนุญาตต่อกรมศิลปากรรายนี้ เป็นคหบดีผู้มีชื่อเสียงในจังหวัดสงขลา ทำให้ถูกจับตาว่าจังหวัดสงขลาจะมีมาตรการดำเนินการในกรณีนี้อย่างไร


