หน้าแรก ภูมิภาค ตร.สุราษฎร์ ก...

ตร.สุราษฎร์ กางกม.แจงอัยการ ปมสำนวนคดีปลัดอำเภอกับพวกอุ้มฆ่า ยันคดียังไม่ยุติ เอาผิดถึงที่สุด

26.03.26 | 19:58 น.

ตำรวจสุราษฎร์ ร่อนหนังสือโต้อัยการสูงสุด ย้ำการสอบสวนชอบด้วยกฎหมาย ทุกขั้นตอนมีอัยการจังหวัดเข้าร่วมและให้คำปรึกษา เดินหน้าคดีต่อไม่หยุด ยึดหลักพิสูจน์ความจริงจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เผยแพร่จดหมายข่าวชี้แจงกรณีรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงเหตุคืนสำนวนคดีปลัดอำเภอท่าชนะ กับพวก “อุ้มฆ่า” เนื่องจากพบการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย พนักงานอัยการไม่ได้ร่วมทำสำนวนชันสูตรศพ จึงสั่งพนักงานสอบสวนเร่งแก้ไขให้ถูกต้องนั้น

ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ตรวจสอบสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวแล้ว พบว่าพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนการสอบสวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ส่งไปยังสำนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริตภาค 8 เพื่อพิจารณาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 พนักงานอัยการใช้เวลาพิจารณาสำนวนคดีดังกล่าว 14 วัน จึงส่งสำนวนการสอบสวนคืนให้พนักงานสอบสวนแก้ไขใน 3 ประเด็น ก่อนครบกำหนดฝากขัง 4 วัน
เนื่องจากคดีจะครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายในวันที่ 24 มีนาคม 2569 แต่อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนได้หารือและดำเนินการเร่งรีบแก้ไขสำนวนคดีร่วมกับพนักงานอัยการจังหวัดไชยา ตามคำสั่งอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามคดีทุจริต 1 ภาค 8 จนเสร็จสิ้น และเสนอสำนวนคดีตามลำดับชั้น เพื่อเสนออัยการสูงสุดพิจารณามีคำสั่งทางคดี

แต่เนื่องจากในคดีชันสูตรพลิกศพผู้ตาย พนักงานอัยการจังหวัดไชยาได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลจังหวัดไชยาไต่สวนการตายไว้แล้ว โดยศาลนัดไต่สวนวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 จึงเป็นกรณีที่การชันสูตรพลิกศพยังไม่เสร็จสิ้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ซึ่งตามมาตรา 129 ห้ามมิให้ฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล จึงยังไม่อาจส่งสำนวนคดีเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณามีคำสั่งทางคดีได้

ส่วนประเด็นให้แก้ไขสำนวนคดี ตามที่รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดชี้แจงเหตุการคืนสำนวนคดีตามที่เป็นข่าวนั้น คณะพนักงานสอบสวนได้ชี้แจง ดังนี้

1.กรณีไม่ปรากฏหลักฐานว่าพนักงานอัยการได้ร่วม หรือมีลายมือชื่อในการจัดทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ เรื่องนี้ จึงเป็นสำนวนการชันสูตรพลิกศพที่ไม่ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายนั้น

Advertisement

“ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการชั้นสูตรพลิกศพ พ.ศ.2565 ข้อ26 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า เมื่อพนักงานอัยการและพนักงานสอบสวนร่วมกันเห็นว่าการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นแล้ว พนักงานสอบสวนจะเป็นผู้ทำรายงานความเห็นทางคดี โดยพนักงานอัยการไม่ต้องลงลายมือชื่อในรายงานดังกล่าว”

2.ไม่พบหลักฐานว่าพนักงานสอบสวนได้มีหนังสือแจ้งพนักงานอัยการเข้าร่วมทำสำนวนการสอบสวนในคดีความตายเกิดขึ้น โดยการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ นั้น

“ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 155/1 กำหนดให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้พนักงานอัยการเข้าร่วมกับพนักงานสอบสวนในการทำสำนวนสอบสวน โดยมิได้บัญญัติให้ต้องแจ้งเป็นหนังสือ แต่ในคดีนี้พนักงานสอบสวนได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ 29 ธันวาคม 2568 แจ้งให้พนักงานอัยการเข้าร่วมสอบสวนทั้งความผิดตาม พ.ร.บ.การปราบปรามการทรมานฯ และเข้าร่วมสอบสวนในกรณีความตายเกิดขึ้นในระหว่างการควบคุมของเจ้าหน้าที่รัฐไว้ด้วยแล้ว อีกทั้งพนักงานอัยการจังหวัดไชยาได้มาร่วมทำการสอบสวนตามที่แจ้งแล้วด้วย”

3.ไม่พบหลักฐานว่าพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนเรื่องนี้ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 61 นั้น

“ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2569 มาตรา 31 กำหนดไว้ชัดเจนว่า ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นเจ้าพนักงานของรัฐตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดำเนินคดีต่อไป โดยแจ้งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามกฎหมาย และแจ้งเรื่องให้ทาง ป.ป.ช.ทราบการดำเนินคดีแล้ว โดยการดำเนินการอยู่ภายใต้คำแนะนำของพนักงานอัยการจังหวัดไชยามาโดยตลอด”

ในคดีดังกล่าว แม้จะมีข้อกฎหมายที่คณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นต่างจากอัยการคดีปราบปรามการทุจริตภาค 8 และเหลือเวลาดำเนินการก่อนครบฝากขังเพียง 4 วัน พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการจังหวัดไชยาได้ร่วมกันพยายามแก้ไขตามคำสั่งของอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามคดีทุจริต 1 ภาค 8 จนเสร็จสิ้น และเสนอสำนวนคดีตามลำดับชั้นเพื่อเสนออัยการสูงสุดพิจารณา แต่เนื่องจากคดียังต้องรอผลการไต่สวนการตายของศาลจังหวัดไชยา จึงยังไม่อาจส่งสำนวนคดีเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาได้

ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีขอยืนยันว่า การดำเนินคดียังไม่ยุติ จะควบคุมกำกับคดีเพื่อพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ขณะที่ พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เนื่องจากคดีที่เกิดขึ้นเป็นคดีอุกฉกรรจ์และผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งภายหลังเกิดเหตุผู้เสียหายเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย จึงได้มีคำสั่งให้คุ้มครองพยาน ตามคำสั่งที่ 10/2569 ลงวันที่ 5 ม.ค.69 จนถึงปัจจุบัน