หน้าแรก ภูมิภาค ทิดต้น ปิดปาก...

ทิดต้น ปิดปากเงียบ ปฏิเสธขโมยพระเกตุทองคำ หนัก 5 บาท ตร.เผยมีหลักฐานสำคัญ 

28.05.26 | 19:09 น.
พระเกตุทองคำ

ทิดต้น ปิดปากเงียบ ปฏิเสธขโมยพระเกตุทองคำ หนัก 5 บาท ตร.เผยมีหลักฐานสำคัญ 

จากกรณีมีเหตุคนร้ายเข้าไปขโมยเกตุมาลาของเศียรพระพุทธชินราชหายโศก พระประธานภายในพระอุโบสถวัดหายโศก ภายในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย ต.ในเมือง อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย ซึ่งทางวัดได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย เข้าไปตรวจสอบ เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา


เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย ได้เร่งติดตามคนร้าย มีการเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งภายในวัดและพื้นที่โดยรอบ อีกทั้งมีการพิมพ์ลายนิ้วมือพระเณร ฆราวาสและช่างที่เกี่ยวข้อง จนมีเหตุการณ์พระมารุต หรือพระต้น พระลูกวัดได้ขับรถยนต์ของวัดไปจอดไว้ที่ บขส.หนองคาย ก่อนนั่งรถโดยสารสายหนองคาย – กรุงเทพฯ – หาดใหญ่ มีการซื้อตั๋วปลายทางที่ขอนแก่น แต่ไม่ลงขอนแก่นไปลงที่สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งถือว่าน่าสงสัย ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ขอศาลออกหมายจับในคดีลักทรัพย์ (รถยนต์) จนเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ศาลได้ออกหมายจับ และช่วงเย็นวันที่ 22 พ.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายจับ เข้าตรวจค้นที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ก่อนควบคุมตัวพระมารุต ในข้อหาลักทรัพย์

อ่านข่าวพระเกตุทองคำ หนัก 5 บาท วัดหายโศก ถูกขโมย ตร.เร่งตามหาตัว พระลูกวัด หายตัวปริศนาหลังเกิดเรื่อง

เบื้องต้นเจ้าตัวยังให้การภาคเสธ ว่าไม่ได้ขโมยยอดพระเกตุทองคำ แต่ยอมรับว่า นำรถของวัดขับออกมาจอดที่ บขส.จริง ซึ่งตำรวจนำตัวพระมารุต ไปสึกทันที ก่อนจะนำตัวกลับมาดำเนินคดี ที่ จ.หนองคาย โดยนำตัวมาถึงจังหวัดหนองคาย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 พฤษภาคม หลังพนักงานสอบสวนสอบปากคำแล้วเสร็จ ก็จะนำตัวส่งฝากขัง แต่ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล

Advertisement

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย ร่วมกับ ชุดสืบสวน สภ.เฝ้าไร่ ร่วมกันจับกุมตัวทิดต้น หรืออดีตพระมารุต พระลูกวัดหายโศก หลังชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย รวบรวมหลักฐาน ขอหมายจับจากศาลจังหวัดหนองคายเมื่อช่วงบ่าย ในความผิดฐาน “ลักทรัพย์ที่เป็นพระพุทธรูปหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของพระพุทธรูปที่สักการบูชาของประชาชนโดยได้กระทำในวัดหรือสถานที่อันเป็นที่เคารพในทางศาสนา” ได้ที่บ้านนาดี หมู่ที่ 1 ต.นาดี อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย จากนั้นได้นำตัวกลับมาดำเนินคดีที่ สภ.เมืองหนองคาย โดยได้เดินทางมาถึง สภ.เมืองหนองคาย เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวปิดปากเงียบไม่สารภาพหรือปฏิเสธ

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาจากห้องขัง สภ.เมืองหนองคาย เพื่อนำไปส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย สอบปากคำ ช่วงที่นำตัวไปส่ง ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามทิดต้น ว่ายอมรับหรือไม่ว่าเป็นคนขโมยพระเกตุทองคำ มีอะไรอยากบอกไหม รวมไปถึงคำถามอื่น ๆ อีกหลายคำถาม ทิดต้นก็ไม่ปริปากแต่อย่างใด

ทางด้าน พ.ต.อ.สุรกิจ ค้วนเครือ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย เปิดเผยเกี่ยวกับความคืบหน้าทางคดี ว่าคดีนี้เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชน ตอนนี้จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว แต่ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ คือไม่การใด ๆ เลย ซึ่งผู้ต้องหามีหมายจับ 2 คดี

คดีแรกเป็นเรื่องการลักทรัพย์รถยนต์ของวัด ที่ถือเป็นสารตั้งต้นที่มีการออกหมายจับ จนได้มีการติดตามจับกุมผู้ต้องหา จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการสืบสวนเกี่ยวกับตัวผู้ต้องหา ข้อมูลของผู้ต้องหา จนนำไปสู่ข้อมูลที่น่าเชื่อว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ลักพระเกตุ มีการของศาลออกหมายจับอีกหมายจับหนึ่ง ในข้อหาลักพระเกตุ ซึ่งพยานหลักฐานสำคัญจนนำไปสู่หมายจับนั้นมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลไทม์ไลน์ในการเดินทาง พิกัดที่การเดินทางไปจังหวัดอุดรฯ ร้านทองที่ผู้ต้องหาเอาพระเกตุทองคำไปขาย ข้อมูลทางโทรศัพท์ข้อมูลการเงิน ในส่วนของพระเกตุทองคำนั้นได้มีการหลอมไปแล้ว

ในส่วนวันที่เกิดเหตุที่วันที่นำทองไปขายนั้น รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด คาดว่าเหตุการณ์น่าจะเกิดในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 แต่ทางวัดเห็นข้อพิรุธพระเกตุในวันที่ 19 พฤษภาคม ก่อนแจ้ง 191 ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งวันแรกยังไม่ทราบว่าผู้ต้องสงสัยเป็นใคร เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างต่อเนื่อง

รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย เปิดเผยว่า ตอนนี้ผู้ต้องหายังไม่ให้ความร่วมมือใด ๆ เลย ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาลักพระเกตุ แต่เรื่องลักรถนั้นสารภาพ ส่วนที่มีอาการเบลอ ๆ นั้น จากข้อมูลก็ยังไม่มีในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือเป็นผู้ป่วยจิตเวช ถ้ามีข้อมูลอะไรที่บ่งชี้เจ้าหน้าที่ก็จะมีการตรวจสอบอีกครั้ง ตอนนี้เจ้าหน้าที่จะมุ่งในเรื่องของพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีก่อน

ในส่วนของเงินที่โอนเข้าบัญชีผู้ต้องหาในวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น จะเป็นเงินที่ร้านหลอมทองโอนเข้าให้หรือไม่นั้น รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย กล่าวว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะใช่เงินที่โอนจากร้านทอง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำหนังสือสอบถามธนาคารไปก่อนว่า ที่มาที่ไปของแหล่งเงินเป็นชื่อของร้าน หรือชื่อของบุคคล หรือเป็นจากที่ใดแน่ ต้องรอหลักฐานจากธนาคารก่อน

ส่วนร้านทองที่รับซื้อจะมีความผิดหรือไม่นั้นก็ต้องมีการสอบสวนก่อนว่า ร้านรับรู้รับทราบไหม ต้องมีการพิสูจน์ทราบในเรื่องนี้ก่อน ส่วนพาหนะที่ผู้ต้องหานำพระเกตุทองไปขายที่จังหวัดอุดรฯนั้น ไม่ได้ขับรถไปเอง น่าจะใช้บริการแก๊ป หรือรถโดยสารสาธารณะ เพราะวันที่ขโมยรถเป็นอีกวันหลังจากที่ได้ไปขายพระเกตุทองคำแล้ว ซึ่งไปขายในขณะที่เป็นพระเลย

ส่วนการตรวจลายนิ้วมือที่พระเกตุทองคำนั้น รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจลายนิ้วมือของพระและสามเณรทุกรูป รวมไปถึงบุคลากรที่อยู่ในวัดทุกคนเพื่อนำมาเปรียบเทียบ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้ตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว ก็จะนำลายนิ้วมือมาตรวจเปรียบเทียบด้วย แต่ตอนนี้ผลตรวจลายนิ้วมือยังไม่ออก