หน้าแรก ภูมิภาค ครอบครัวเป่าเ...

ครอบครัวเป่าเค้กวันเกิดหน้าโลงศพ หนุ่มพลเมืองดี แฟนสาวร่ำไห้ เผยมีแพลนแต่งงานปีหน้า

10.06.26 | 08:34 น.
พลเมืองดี

ครอบครัวเป่าเค้กวันเกิดหน้าโลงศพ หนุ่มพลเมืองดี แฟนสาวร่ำไห้ เผยมีแพลนแต่งงานปีหน้า

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 19.00น. วันที่ 10 มิถุนายน ได้ลงพื้นที่วัดหนองบัว อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของนายณัฐนนท์ จิตหาญ อายุ 28 ปี ชาวตำบลโพนทราย อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.สุรินทร์ พลเมืองดี ที่ช่วยเหลือ น.ส.ธิดารัตน์ อายุ 32 ปี ชาวสุรินทร์ ที่ทะเลาะกับแฟน พาขึ้นรถ จยย.เพื่อไปส่งในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ ระหว่างจะไปรับแฟนสาวที่เดินทางมาจาก จ.นครราชสีมา ที่มาร่วมฉลองวันเกิดของตัวเอง ในวันที่ 9 มิถุนายน ที่ บขส.สุรินทร์ ก่อนถูกนายอานนท์  อายุ 32 ปี แฟน น.ส.ธิดารัตน์ ขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถ จยย.ด้วยความเร็ว กระทั่งทั้ง 2 เสียชีวิต


อ่านข่าวหนุ่ม โมโห แฟนสาวหนีลงรถขอพลเมืองดีช่วย ขับเก๋งไล่ชนจยย. เสียชีวิต 2 ศพ 

โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ของบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะพ่อ แม่ ที่เดินทางมาจากอำเภอโพนทราย จ.ร้อยเอ็ด และแฟนสาวที่มีแปลนจะแต่งงานกันในต้นปีหน้า หลังพิธีสวดอภิธรรมเสร็จ พ่อแม่และแฟนสาวพร้อมบรรดาญาติ พี่น้อง และเพื่อนฝูง ได้นำเค้กวันเกิดมาจุดอวยพรฉลองวันเกิดให้กับนายนัฐนนท์ หรือ กาฟิว ที่หน้าโลงศพ พร้อมร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ทั้งน้ำตา ก่อนที่แฟนสาวจะตัดเค้กนำไปไว้ไว้ที่ข้างโลงศพและเคาะเรียกแฟนที่จากไปให้รับรู้ว่าฉลองวันเกิดให้แล้วปีนี้ให้แล้ว ขอให้ไปสู่สุคติ ชาติหน้ามีจริงขอให้ได้มาเป็นคนที่รักกันอีกและได้อยู่คู่กันไม่จากกันไปไหน ขอให้คนที่กระทำได้รับผลกรรมที่ก่อขึ้นอย่างสาสมตามกฎหมายและกฎแห่งกรรม

Advertisement

นายกาญจน์ พ่อของผู้เสียชีวิตเปิดใจทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวยังไม่สามารถทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะมารดาที่ร้องไห้ตลอดเวลา เพราะผู้เสียชีวิตถือเป็นเสาหลักสำคัญของครอบครัว กำลังสร้างอนาคตและมีเส้นทางชีวิตที่สดใสรออยู่ข้างหน้า แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงอย่างกะทันหันในวัยเพียง 29 ปี ผู้เป็นพ่อยังแสดงความไม่พอใจต่อท่าทีและคำให้สัมภาษณ์ของผู้ก่อเหตุ ซึ่งมองว่าเป็นการพูดจาแข็งกร้าว ไม่สำนึกต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมให้ลูกชายจนถึงที่สุด

“พ่อยังรับไม่ได้ ครอบครัวก็ยังรับไม่ได้ โดยเฉพาะแม่ของน้องที่ร้องไห้ทุกวัน น้องกำลังสร้างตัว อนาคตยังอีกไกล ไม่น่าจะต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ พ่ออยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือและให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว หากไม่ได้รับความยุติธรรม พ่อจะสู้จนถึงที่สุด” บิดาผู้เสียชีวิตกล่าว

พร้อมกันนี้ยังฝากถึงผู้ก่อเหตุว่า แม้จะบอกว่าไม่ได้เจตนาหรือไม่ได้ตั้งใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงแก่ครอบครัว ผู้เป็นพ่อแม่ รวมถึงคนรักของผู้เสียชีวิต ซึ่งไม่มีสิ่งใดสามารถทดแทนชีวิตที่สูญเสียไปได้

นายกาญจน์ กล่าวต่อว่า สำหรับวันนี้ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของผู้เสียชีวิต ญาติ เพื่อน และคนรักได้ร่วมกันจัดเค้กวันเกิดและจุดเทียนอวยพรเป็นครั้งสุดท้าย โดยบิดากล่าวด้วยความอาลัยว่า ลูกชายเป็นคนอัธยาศัยดี เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงานและคนรอบข้าง ทุกคนรักและเอ็นดูเพราะเป็นคนดีเสมอมา น้องมีแปลนกำหนดแต่งงานกับแฟนวันที่ 18 มกราคม ปี 70 นี้ แต่ก็ต้องมาเจอเหตุการณ์นี้ก่อน โดยครอบครัวกำหนดฌาปนกิจ ในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ เวลา 15.00 น.

“พ่อขอให้น้องไปสู่ภพภูมิที่ดี และหากชาติหน้ามีจริง พ่อก็ขอให้น้องได้กลับมาเกิดเป็นลูกของพ่ออีกครั้ง” นายกาญจน์กล่าว

นายกาญจน์กล่าวต่อว่า พ่อและครอบครัวก็ยังทำใจไม่ได้ครับตั้งแต่ได้รับทราบข่าว แล้วการกระทำของตัวผู้กระทำผิดรู้สึก ที่มีการให้สัมภาษณ์ออกมารู้สึกเขาพูดจาแบบรู้สึกจะแข็งกระด้าง ก้าวร้าว ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง พ่อจะสู้ให้ถึงที่สุด พ่อก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐอะไรที่ยื่นมือเข้ามาช่วยด้วย ถ้าผมไม่ได้รับความยุติธรรมครับ ครอบครัวก็ยังทำใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ น้องเป็นเสาหลักของครอบครัว น้องก็กำลังเจริญเติบโต กำลังก่อร่างสร้างตัว อนาคตอีกไกล อายุของน้องตอนนี้น้องยี่สิบเก้าเต็ม ไม่น่ามาเจอเหตุการณ์เช่นนี้เลย ตอนนี้ทำใจไม่ได้ ครอบครัวก็ยังทำใจไม่ได้ โดยเฉพาะคุณแม่รับไม่ได้เลยร้องไห้ตลอดเวลา

“ฝากถึงคนกระทำ คุณน่าจะมีสามัญสำนึก ในการที่คุณให้สัมภาษณ์ คุณบอกว่าคุณไม่ได้เจตนา คุณไม่ได้ตั้งใจจะทำ คุณพูดได้ยังไงคุณพูดได้ สิ่งที่คุณกระทำ พ่อแม่สูญเสีย คนรักเขาก็สูญเสีย ไม่สามารถเอาคืนได้ ก็ฝากถึงทางผู้ดูแลรักษากฎหมายนะครับ ยังไงก็ช่วยทางพวกเราด้วย อยากให้ดำเนินการให้ถึงที่สุด วันนี้เป็นวันเกิดของน้อง น้องเกิดวันที่ 9 มิถุนายน เสียชีวิตวันที่ 8 มิถุนายน วันนี้ก็ครบ 29 ปีของน้อง เลยจุดเทียนเป่าเค้กวันเกิดให้กับน้อง ด้วยความรักความดีของน้องที่น้องสะสม ทั้งแฟนและเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ทำงานเขารักน้อง เขาเอ็นดูน้อง เพราะว่าน้องเป็นคนดี อัธยาศัยดี ในใจพ่อก็ขอให้น้องสู่ภพภูมิที่ดีนะ ยังไงถ้าชาติหน้ามีจริงก็ขอให้น้องได้เกิดมาเป็นลูกพ่ออีก” นายกาญจน์กล่าว

ด้าน น.ส.ณัฐวดี  หรือน้องมอส อายุ 32 ปี เปิดใจทั้งน้ำตา เล่าว่าเดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมาเพื่อร่วมฉลองวันเกิดกับแฟนหนุ่ม แต่กลับต้องเผชิญข่าวร้ายที่ไม่มีวันคาดคิด โดยระหว่างนั่งรออยู่ที่สถานีขนส่งจังหวัดสุรินทร์ ได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อหลายครั้งแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จนเริ่มรู้สึกผิดสังเกต จึงว่าจ้างรถตุ๊กตุ๊กไปตามหา

เมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุและเห็นรถจักรยานยนต์ของแฟนหนุ่ม รวมทั้งป้ายทะเบียนที่คุ้นตา ทำให้เริ่มมั่นใจว่าเป็นรถของผู้เสียชีวิต แม้จะพยายามปฏิเสธความจริงอยู่ตลอด กระทั่งญาติได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นแฟนตนจริง ส่งผลให้เธอถึงกับสติแตกและทำใจยอมรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แฟนสาวยังเผยอีกว่า ทั้งคู่ได้วางแผนอนาคตร่วมกันไว้แล้ว รวมถึงเรื่องการแต่งงานที่มีการพูดคุยกันอย่างจริงจัง แต่ไม่คิดว่าความฝันทั้งหมดจะต้องจบลงอย่างกะทันหัน

หนูตั้งใจมาร่วมฉลองวันเกิด อยากอวยพรให้เขามีความสุข แต่ไม่คิดเลยว่างานวันเกิดจะกลายเป็นงานศพเขา แฟนสาวกล่าวทั้งน้ำตา ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและคนใกล้ชิดที่ยังไม่สามารถทำใจต่อการสูญเสียครั้งนี้ได้