ตร.จับหนุ่ม ดักทำร้ายสาว ม.6 เสียชีวิต สารภาพ ไม่รู้จัก เฝ้าติดตามทางเฟซบุ๊ก ก่อเหตุเพราะอารมณ์ชั่ววูบ
วันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ จังหวัดอุทัยธานี ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า คดีนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 วัย 17 ปี ถูกคนร้ายดักทำร้ายระหว่างขี่รถจักรยานยนต์ไปโรงเรียนในพื้นที่อำเภอสว่างอารมณ์ จนเสียชีวิต ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังปิดล้อมพื้นที่และเร่งแกะรอยผู้ก่อเหตุตลอดทั้งวัน
โดยล่าสุด สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้สำเร็จขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าเขตอำเภอทัพทัน พร้อมรับสารภาพว่าเฝ้าติดตามพฤติกรรมของผู้เสียชีวิตผ่านสื่อสังคมออนไลน์มาระยะหนึ่ง ก่อนลงมือก่อเหตุโดยอ้างว่าเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2569 หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังไล่ล่าตัวผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สว่างอารมณ์ ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และผู้นำชุมชนในพื้นที่ สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้สำเร็จ ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ภายในป่าบริเวณหมู่ 15 บ้านโป่งเก้ง ตำบลตลุกดู่ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี
ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมคือ นายสัมพันธ์ หรือ เอี้ยง ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่า เคยต้องโทษจำคุกในคดีชิงทรัพย์มาก่อน โดยหลังถูกควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเข้าสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสัมพันธ์ ให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุได้เดินทางเข้าไปซ่อนตัวอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น. โดยสวมเสื้อฟุตบอลทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และกางเกงขาสั้น ก่อนจะเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ภายในป่าข้างทาง
ผู้ต้องหาระบุว่า ไม่ได้รู้จักกับผู้เสียชีวิตเป็นการส่วนตัว และไม่เคยมีปัญหาหรือความขัดแย้งกันมาก่อน แต่ยอมรับว่าเคยติดตามความเคลื่อนไหวของผู้เสียชีวิตผ่านทางเฟซบุ๊ก จนทราบพฤติกรรมและเส้นทางการเดินทางไปโรงเรียนเป็นประจำ
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ได้มีความรู้สึกชอบพอหรือหลงใหลผู้เสียชีวิตเป็นพิเศษ และยืนยันว่าการก่อเหตุเกิดขึ้นจากอารมณ์ชั่ววูบในขณะนั้น โดยไม่สามารถอธิบายเหตุผลที่ชัดเจนได้ เพียงกล่าวว่า ไม่รู้จะทำอย่างไร ก่อนลงมือก่อเหตุจนเป็นเหตุให้ผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ภายหลังลงมือก่อเหตุ นายสัมพันธ์ ให้การว่าได้นำอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งภายในป่าห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่ชัดได้ เนื่องจากอยู่ในสภาพตื่นตระหนกและเร่งหลบหนีจากพื้นที่
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนคดีและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด



