สลด ชายวัย 48 ป่วยหลายโรครุมเร้า เสียชีวิตในบ้านพัก พบเป็นศพแห้งหนังติดกระดูก
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ. พุทธภูมิ ดำรงธรรม รองสารวัตรเวรฯ (สอบสวน) สภ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนใจจากกำนันตำบลนาดี ว่าพบผู้เสียชีวิตอยู่ลำพังภายในบ้านพักหมู่บ้านนาดี หมู่ 1 ต.นาดี อ.นาดี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย แพทย์เวรฯ นิติเวช รพ.นาดี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิหน่วยกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย (อ.กบินทร์บุรี)
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น สภาพทรุดโทรม บริเวณชั้นบนปิดตายไม่มีผู้อยู่อาศัย เมื่อเจ้าหน้าที่มองผ่านหน้าต่างชั้นล่างเข้าไป ถึงกับต้องเบือนหน้าหนีด้วยความสลดใจ ทั่วทั้งบริเวณบ้านอัดแน่นไปด้วยกองขยะและขวดพลาสติกเก่าที่ถูกทิ้งไว้จนล้นทะลัก เจ้าหน้าที่ต้องทำการงัดบานหน้าต่างเพื่อแทรกตัวเข้าไปด้านใน ก่อนจะพบศพของ นายสถาพร อายุ 48 ปี เจ้าของบ้าน นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นท่ามกลางกองขยะ สภาพศพเริ่มแห้งกรัง ส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 วัน ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบเรื่องราวสุดรันทดว่า ผู้ตายอาศัยอยู่บ้านหลังนี้เพียงลำพังด้วยความยากจนข้นแค้น หลังจากที่พ่อและแม่เสียชีวิตไปหมดแล้ว และไม่มีพี่น้องที่ไหนคอยดูแล ซ้ำร้ายยังถูกโรคร้ายรุมเร้าจนขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ ทั้งเบาหวาน ความดัน โรคไต และวัณโรค โดยมีเพียงป้าแท้ๆ ที่คอยเวียนเอาข้าวปลาอาหารมาส่งให้ด้วยความสงสาร แต่ด้วยสภาพร่างกายของผู้ตายและการกลัวโรคติดต่อ ป้าจึงใช้วิธีส่งข้าวและน้ำให้ผ่านทางหน้าบ้านเท่านั้น
ก่อนเกิดเหตุ ป้าของผู้ตายเผยว่า เห็นหน้าหลานชายครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา จากนั้นก็ไม่พบหน้าอีกเลย จนกระทั่งวันนี้ (14 มิถุนายน) เอากับข้าวมาส่งตามปกติ แต่เอะใจที่ประตูหน้าบ้านและหลังบ้านถูกล็อกกลอนเงียบเชียบ ประกอบกับมีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงคล้ายซากศพโชยออกมา จึงรีบวิ่งไปแจ้งกำนันให้มาช่วยดู จนกระทั่งพบว่าหลานชายกลายเป็นศพเฝ้ากองขยะไปเสียแล้ว
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์เวรคาดว่า ผู้ตายอาจเกิดอาการโรคประจำตัวกำเริบเฉียบพลัน แต่เนื่องจากอยู่ลำพังและไม่มีใครเห็น จึงนอนเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวจนศพเริ่มแห้งไปกับกาลเวลา ซึ่งทางญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย แต่ด้วยฐานะที่ยากจนข้นแค้นและไม่มีทุนทรัพย์ในการจัดงานศพ จึงได้มอบร่างอันไร้วิญญาณให้แก่มูลนิธิหน่วยกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย นำไปประกอบพิธีทางศาสนาในฐานะ “ศพไร้ญาติ” ปิดฉากชีวิตชายผู้อาภัพอย่างน่าเวทนา




