หน้าแรก ภูมิภาค มมส เปิดตัวนว...

มมส เปิดตัวนวัตกรรม “ระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรระยะไกล” ยกระดับความปลอดภัยสู่ Smart City รับเปิดเทอม

18.06.26 | 13:51 น.

มมส เปิดตัว นวัตกรรม “ระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรระยะไกล” ยกระดับความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ สู่ Smart City รับเปิดเทอม

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เขตพื้นที่ขามเรียง ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม มีพื้นที่ประมาณ 1,300 ไร่ ในภาคการศึกษาใหม่ 2569 มีนิสิตชั้นปีที่ 1 ที่เป็นน้องใหม่ จำนวน 14,048 คน รวมนิสิตทุกชั้นปีในระดับปริญญาตรี ปริญญาโทร และปริญญาเอก ทั้งนิสิตไทย และนิสิตต่างชาติ มีนิสิตรวมทั้งหมด 54,499 คน

แน่นอนว่ายานพาหนะที่ต้องใช้ในการเดินทาง นอกเหนือจากรถโดยสารประจำทางแล้ว รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ก็เป็นทางเลือกที่สะดวกที่สุดในการเดินทาง ซึ่งจากจำนวนยานพาหนะในพื้นที่ที่มีการเพิ่มปริมาณมากขึ้นหลายเท่าตัว ก็ส่งผลให้การจราจรในพื้นที่มีความหนาแน่นมากตามไปด้วย

จากการสำรวจปริมาณรถเฉลี่ย บนถนนโดยรอบมหาวิทยาลัยฯ มีรถวิ่ง 4,617 คัน ต่อชั่วโมง จุดเสี่ยงสำคัญคือบริเวณสี่แยกคณะเทคโนโลยี หรือ สี่แยกวัดป่ากู่แก้ว ซึ่งคนในพื้นที่เรียกกันติดปากว่า “สี่แยกอินเดีย” สะท้อนให้เห็นถึงความวุ่นวาย การช่วงชิงจังหวะในการเดินรถ ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ทำให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จึงได้มีการรวบรวมข้อมูล นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ด้วยการติดตั้งระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรระยะไกล

โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรและความปลอดภัย สู่การเป็น Smart City ผลงานการประดิษฐ์ภายใต้หน่วยวิจัยการจราจรอัจฉริยะและความปลอดภัยทางถนน ที่ได้รับการยื่นขอจดอนุสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย (เลขที่คำขอ 2603000728) มุ่งแก้ปัญหาการจราจรและลดอุบัติเหตุ นำร่องติดตั้งใช้งานจริงแล้วบริเวณสี่แยกคณะเทคโนโลยี หรือ สี่แยกวัดป่ากู่แก้ว ซึ่งคนในพื้นที่เรียกกันติดปากว่าแยกอินเดีย ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงสำคัญในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (เขตพื้นที่ขามเรียง)

Advertisement

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์พันธ์ แทนเกษม อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า โครงการนี้ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการจราจรบริเวณทางแยกของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เนื่องจากการจัดการจราจรในรูปแบบเดิมมีข้อจำกัด คือการตั้งเวลาแบบคงที่ ไม่เหมาะกับปริมาณจราจรในบางช่วงเวลาที่มีมากน้อยแตกต่างกัน เช่น ช่วงเช้าและช่วงเย็นที่เป็นชั่วโมงเร่งด่วน ปริมาณรถก็จะมาก แต่ในช่วงกลางวัน ปริมาณรถจะน้อยลง ทำให้การระบายรถไม่ตอบสนองตามเวลา จึงเป็นที่มาของโครงการนี้

ซึ่งจุดเด่นของโครงการนี้คือ สามารถควบคุมจังหวะไฟจราจรจากที่ไหนก็ได้ ขอแต่ให้มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต สามารถปรับเปลี่ยนสัญญาณไฟเขียวตามต้องการได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงที่หน้างาน จากสภาวะอากาศ ฝนตกแดดออก เสี่ยงต่อการถูกรถชน ประสบอุบัติเหตุ ให้มาอยู่ที่ห้องคอนโทรล คอนโทรลผ่านกล้อง CCTV

ผลจากการจัดการวิจัยระยะสั้น พบว่า สามารถลดความล่าช้าได้สุงสุด 60% เฉลี่ยรวมอยู่ที่ 40% ชี้ชัดว่ามีประสิทธิภาพสูง ในขณะที่ราคาอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ได้สูง ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการพัฒนารูปแบบการพัฒนาเมือง เข้าสู่ Smart City ได้อย่างแท้จริง

ที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยฯ ได้ดำเนินการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรภายในมหาวิทยาลัยฯ ที่แยกวัดป่ากู่แก้ว ซึ่งนิสิตส่วนใหญ่จะเรียกว่าแยกอินเดีย เนื่องจากบริเวณแยกดังกล่าว มีปริมาณรถมาก ดูวุ่นวาย จึงเป็นที่มาของแยก จากข้อมูลปี 2568 พบว่า ทั้งปี แยกนี้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นถึง 18 ครั้ง ซึ่งสูงมาก ถึงแม้ว่าจะไม่เหตุรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งทางค่าเฉลี่ยหากเกิน 3 ครั้งต่อปี ก็จะนิยามว่าเป็นจุดเสี่ยง จุดอันตราย เสี่ยงมากกว่าเดิมหลายเท่า ซึ่งการติดตั้งสัญญาณไฟอาจจะยังไม่เพียงพอ จึงได้นำนวัตกรรมการควบคุมสัญญาณไฟจราจรระยะไกลเข้ามาเสริม ซึ่งได้จดอนุสิทธิบัตรในนามมหาวิทยาลัยมหาสารคามเรียบร้อยแล้ว เพื่อที่จะได้นำมาต่อยอดใช้งาน มีความพร้อมที่จะนำไปสู่พื้นที่อื่น

ซึ่งนวัตกรรมนี้ สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเฉพาะในส่วนของถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พื้นที่มหาวิทยาลัย หรือพื้นที่อื่น ๆ ที่ต้องการสัญญาณไฟจราจรภายในหน่วยงาน แต่หากเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่นของกรมทางหลวง อาจจะต้องพัฒนาไปอีกระดับหนึ่ง ในอนาคตจะพยายามผลักดันในขึ้นบัญชีนวัตกรรมให้ได้ เพื่อที่ได้สามารถนำไปใช้ได้ทั่วประเทศ ตอนนียังเป็นระยะที่ 1 สามารถเป็น AI mode ในระยะที่ 2 ได้ ซึ่งจะทำให้การควบตคุมสัญญาณไฟเป็นไปได้ด้วยดีมากยิ่งขึ้น