ตัวแทนประชาชนยื่น ป.ป.ช.กาฬสินธุ์ ฟัน ม.157 อดีตผู้ว่าฯ ลวงขายเหรียญครุฑรุ่งเรือง ร่ำรวย แฉกำนันคนดังรับหลงเชื่อ นำเงินเช่าไปสมทบสร้างอนุสาวรีย์ ร.5 ส่วนตัว ไม่ได้ถูกบังคับ แต่ก็ไม่เช่าเหรียญ ขณะที่ผู้เสียหายเตรียมตัวให้ปากคำพนักงานสอบสวนเร็วๆ นี้
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ นายปัญญา อาชีพนักธุรกิจชาว อ.เมือง จ.มหาสารคาม เข้าพบผู้อำนวยการ ป.ป.ช.กาฬสินธุ์ เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ นายสนั่น พงษ์อักษร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมพวก ระหว่างดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต
กรณีเมื่อปี 2568 ก่อนการเกษียณอายุราชการ นายสนั่นดำเนินโครงการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 และมีการเรี่ยไรเงินผ่านคณะกรรมการเรี่ยไรจังหวัดกาฬสินธุ์ ขณะเดียวกันก็ได้มีการจัดสร้างเหรียญครุฑรุ่งเรือง ร่ำรวย แอปแฝงไปกับโครงการเรี่ยไรการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ที่อ้างให้ประชาชนเชื่อว่าเหรียญครุฑรุ่งเรือง ร่ำรวย เสกมาเพื่อสมทบทุนสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ถือได้ว่าการเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ได้บังอาจปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.กาฬสินธุ์ เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ

นายปัญญากล่าวว่า หลังจากเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และได้แจ้งความดำเนินคดีกับอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ไปแล้ว เพื่อให้บทลงโทษครอบคลุมทุกด้านในการตรวจสอบเอาผิด และให้เกิดความเป็นธรรมตามข้อเท็จจริงมากที่สุด จึงทำหนังสือเป็นเอกสารมายื่นร้องทุกข์กล่าวโทษกับ ป.ป.ช.จังหวัดกาฬสินธุ์ ให้ดำเนินการพิจารณาโทษทางวินัยและให้ถึงศาลอาญาทุจริตพิจารณา จากนี้ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.ว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุดหรือไม่อย่างไร
นายปัญญากล่าวว่า ส่วนกรณีการเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้รับการติดต่อจากพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี จะมีการสอบปากคำพยานในเร็ววันนี้ ทั้งนี้ ผู้เสียหายมีทั้งภาครัฐและเอกชน ส่วนใหญ่หลงเชื่อว่าการเช่าซื้อเหรียญครุฑรุ่งเรือง ร่ำรวย ก็เพื่อที่จะร่วมกันสมทบการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน
“ประเด็นสำคัญและข้อสังเกตที่ได้รับรู้มาจากประชาชนนั้น ยังมีข้อสงสัยถึงมูลค่าในการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ เนื่องจากมีข้อมูลที่ได้รับมาเป็นเอกสารใบเสร็จรับเงินในช่วงที่มีการเรี่ยไร ปรากฏพระราชวัชรธรรมโสภณ หรือหลวงปู่ศิลา เกจิดังแห่งเมืองกาฬสินธุ์ ได้บริจาคเงินให้ทาง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 เป็นจำนวนเงินถึง 3.9 ล้านบาท มีลายเซ็นพระราชวัชรธรรมโสภณ หรือหลวงปู่ศิลา เป็นผู้มอบเงิน และมีลายเซ็นนายสนั่นเป็นผู้รับเงิน

เมื่อคำนวณขนาดการก่อสร้างและราคาการก่อสร้างอนุสาวรีย์ เงินบริจาคของหลวงปู่ศิลา จำนวน 3.9 ล้านบาทก็เพียงพอแล้ว แต่ปรากฏว่ายังมีการเปิดเรี่ยไร จึงต้องถามต่อไปว่าเงินที่ได้รับจากการเรี่ยไรผ่านคณะกรรมการเรี่ยไรจังหวัดมียอดเท่าไหร่ และประเด็นสำคัญเหรียญครุฑรุ่งเรือง ร่ำรวย ที่มีอดีต ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานจัดสร้างในเวลาไล่เลี่ยกัน พบว่าไม่มีความเกี่ยวพันกับการก่อสร้างอนุสาวรีย์ แต่ได้ทำให้ประชาชน ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หลงเชื่อ มีวัตถุประสงค์อะไร และเงินที่ได้นำไปใช้ประโยชน์อะไร” นายปัญญาระบุ
นายปัญญากล่าวต่อว่า การปลุกเสกเหรียญมีความสำคัญก็เพื่อให้ประชาชนบูชา ถือเป็นเรื่องปกติในสังคมไทยตามความเชื่อ เพราะส่วนใหญ่การเสกเหรียญปลุกพระ จะเกิดขึ้นระหว่างทางวัด ชาวบ้านหรือเอกชนที่มีจิตศรัทธา มีวัตถุประสงค์ในการเสกเหรียญชัดเจน ส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างเสกเหรียญขึ้นก็เพื่อทำนุบำรุงวัดและพระศาสนา ส่วนผู้ที่เช่าบูชาก็เชื่อว่าเหรียญที่ได้รับมีพุทธคุณในการปกปักรักษาตามความเชื่อของแต่ละบุคคล จึงมีการจัดสร้างกันมายาวนาน
นายปัญญากล่าวด้วยว่า แต่สำหรับการเสกเหรียญรุ่นครุฑรุ่งเรือง ร่ำรวย ถือได้ว่าเป็นการบังคับ โดยการใช้อำนาจหน้าที่ขณะที่อยู่ในการดำรงตำแหน่ง ที่ถือว่าประพฤติผิดทางปกครองและกฎหมาย เพราะในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดียังถือเป็นพฤติกรรมที่ทำร้ายประชาชนและสร้างความอึดอัดใจเงินในกระเป๋าของประชาชนด้วย

จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถามเส้นทางการจัดซื้อเหรียญครุฑรุ่งเรือง ร่ำรวย จัดสร้างโดยอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และขอพบกับนายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ แต่ทราบว่าติดประชุม จึงได้เข้าพบ น.ส.ทักษกร เสมียนตราอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ได้รับคำชี้แจงว่า ไม่ทราบว่าเหรียญครุฑรุ่งเรือง ร่ำรวย มีความเกี่ยวพันกับการสมทบทุนสร้างอนุสาวรีย์ หรือไม่ หรือเป็นโครงการสร้างเหรียญของทางจังหวัดกาฬสินธุ์ หรือไม่ เพียงแต่ทำตามที่นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์สั่ง ก็คือการรับสั่งจองจากผู้มีความประสงค์จะบูชาเหรียญเท่านั้น ส่วนใหญ่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านมาเช่า ซึ่งจำนวนเหรียญที่สั่งจอง เฉพาะอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ก็จะประมาณ 500 เหรียญขึ้นไป เป็นเงินเยอะพอสมควร ซึ่งได้รวบรวมเงินไปส่งให้สำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นเงินสด แต่ถูกปฏิเสธ เพราะสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์แจ้งว่ารับเป็นเงินโอน จึงได้นำเงินทั้งหมดผ่านเข้าบัญชีของตน แล้วก็ได้โอนให้กับบุคคลที่สำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์แจ้งมาเท่านั้น และก็จำไม่ได้ว่าได้โอนให้บุคคลท่านใด
ด้านนายภักดี กำนันตำบลหลุบ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ส่วนตัวนั้น เหรียญครุฑรุ่งเรือง ร่ำรวย ของอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เชื่อกันว่าเป็นการเสกเหรียญขึ้นเพื่อสมทบทุนก่อสร้างอนุสาวรีย์ ซึ่งก็ไม่ได้บังคับว่าแต่ละหมู่บ้านจะต้องเช่าจำนวนเท่าไหร่ แต่มีการขอความอนุเคราะห์กันเท่านั้นส่วนจะเช่าหรือไม่เช่าก็แล้วแต่ตัวบุคคล แต่ส่วนตัวก็ไม่ได้เช่ามาบูชา ส่วนการที่มีการเปิดเผยข้อมูลอีกด้านนั้นไม่ขอออกความเห็น



