ชาวบ้านกดดัน จี้โรงเรียนแจง ครูชาย ลวนลาม ป.4 เผยเจ้าตัวลาออกแล้ว เขตพื้นที่สั่งตั้งกก.สอบ
จากกรณีผู้ปกครองร้องเรียนครูหนุ่ม โรงเรียนดัง จ.สุพรรณบุรี มีพฤติกรรมลวนลามลูกศิษย์ ป.4 ทำให้บรรดาผู้ปกครองต่างพากันห่วงบุตรหลานว่าโรงเรียนคือสถานที่ปลอดภัยหรือไม่ นัดรวมตัวหน้าโรงเรียน ขอให้ ผอ.เร่งชี้แจงสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ปกครองนั้น
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี น.ส.แหวว (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี แม่ของเด็กหญิงชั้น ป.4 อายุ 9 ขวบ ที่ถูกครูชายลวนลาม หลังจากเด็กเกิดความกลัวได้เปิดใจเล่าให้แม่ฟัง แม่ไม่ยอม จูงมือลูกเข้าแจ้งความทันทีที่ สภ.บางตาเถร เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น
น.ส.แหววกล่าวว่า ด.ญ.บี ลูกสาว เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 เวลา 13.00 น. ในขณะนั้นเรียนอยู่ชั้น ป.3 ได้เดินไปส่งงานให้กับ ครู อ. ซึ่งเป็นครูสอนวิชาสังคมศึกษา ได้ถูก ครู อ. ได้ใช้มือจับก้นข้างขวาจำนวน 1 ครั้ง ครู อ. บอกว่าอย่าไปบอกใคร ไม่งั้นจะทำหนักกว่านี้ ด.ญ.บี จึงเกิดความกลัว ไม่ได้บอกให้ผู้ใดทราบ
ต่อมาช่วงเดือนตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 13.00 น. ขณะที่ ด.ญ.บีกำลังทำซุ้มจัดบอร์ด ครู อ.ได้เรียก ด.ญ.บี เข้าไปหาแล้วกระชากแขนข้างขวา จากนั้นใช้ปากจูบ 1 ครั้ง
ต่อมาในปีนี้ ด.ญ.บี เรียนอยู่ชั้น ป.4 วันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.20 น. ขณะที่ ด.ญ.บี ยืนรอรับน้องชายอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ได้พบหน้ากับ ครู อ. จากนั้น ครู อ. ได้พูดจาชักชวนให้ ด.ญ.บี เข้าไปในห้องน้ำด้วยกัน โดยที่ ครู อ. ได้เดินนำหน้าไปรออยู่ที่หน้าห้องน้ำก่อน ด.ญ.บี จึงเกิดความกลัว ไม่ได้เดินตามไป จึงรีบเดินหนีออกมาทางด้านหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยเรื่องนี้สามารถตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดได้
น.ส.แหววกล่าวว่า เมื่อกลับมาถึงบ้านลูกจึงยอมเปิดปากเล่าความจริงให้ตนฟังทั้งหมด ก่อนตนตัดสินใจเข้าพบ พ.ต.ท.ชัยยันต์ ทิวาค์ สว.(สอบสวน) สภ.บางตาเถร เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ ครู อ. ซึ่งเป็นครูสอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ ในความผิดฐานอนาจาร และข่มขู่ให้เกิดความกลัว ให้ได้รับโทษตามกฎหมาย
น.ส.แหววกล่าวว่า ต่อมาพนักงานสอบสวนจึงส่งตัวลูกของตนไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 และพบกับนักสหวิชาชีพ และนักจิตวิทยา เพื่อประกอบสำนวนคดีต่อไป ตนได้เคยนำเรื่องที่เกิดขึ้นเล่าให้กับทางผู้บริหารสถานศึกษาฟัง เพื่อได้รับทราบและรีบดำเนินการหาทางแก้ไข แต่เรื่องยังนิ่ง ตนกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงเข้าแจ้งความ ขอปกป้องลูก เอาเรื่องให้ถึงที่สุด ต่อมา ทางโรงเรียนได้สั่งพักงาน ครู อ. แล้ว จากรายงานล่าสุด วันนี้ทางโรงเรียนแจ้งว่า ครู อ. ได้ทำการลาออกไปแล้ว
โดยเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าโรงเรียนดังกล่าว ชาวบ้าน รวมถึงผู้ปกครองจำนวนมาก ราว 200 คน ได้มารวมตัวกันเพื่อติดตามสถานการณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางตาเถร เฝ้าติดตามรอดูสถานการณ์อยู่อย่างใกล้ชิด
จากนั้นได้มีผู้นำชุมชน ชาวบ้าน และตัวแทนผู้ปกครอง เพื่อขอเข้าพบผู้อำนวยการสถานศึกษาดังกล่าว ให้ทางโรงเรียนชี้แจง ซึ่งทางโรงเรียนก็ยังนิ่งอยู่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ชาวบ้านรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยของลูกหลานในโรงเรียน
นายรัชกฤต พยัคฆ์ นายอำเภอสองพี่น้อง ได้เปิดเผยว่า จากรณีดังกล่าว ตนได้ทราบเรื่องแล้ว และได้เข้ามาที่โรงเรียนแล้ว มาสอบถาม พูดคุยกับทาง ผอ.สพป.สุพรรณบุรี เขต 2 และผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งล่าสุดทางโรงเรียนได้ชี้แจงว่า ครูคนดังกล่าวเป็นครูอัตราจ้าง ซึ่งตอนนี้ได้ลาออกแล้ว และพร้อมให้ครูย้ายออกจากบ้านพักครูของโรงเรียน ขณะนี้โรงเรียนได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการ
นายรัชกฤตกล่าวต่อว่า ส่วนทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งจะดำเนินการคู่ขนานกันไป ส่วนเรื่องคดีความนั้นเป็นหน้าที่ของตำรวจรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ส่วนเรื่องที่ผู้ปกครองมีความกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องพฤติกรรมของครูคนดังกล่าว ซึ่งทางฝ่ายปกครองกำลังตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด
พ.ต.ท.ชัยยันต์ ทิวาวงศ์ สว.(สอบสวน) สภ.บางตาเถร กล่าวว่า วันนี้ได้สอบสวนพยาน 3 ปาก ได้แก่ ผู้อำนวยการ และครูพี่เลี้ยง 2 คน ของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่นักเรียนได้พบหน้ากับครูคนดังกล่าว ก่อนที่พูดจาชักชวนให้เข้าไปในห้องน้ำด้วยกัน ตามที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้
ส่วน น.ส.แก้ว (นามสมมุติ) ผู้ปกครองเด็กรายหนึ่ง ที่โรงเรียนแห่งนี้ เปิดเผยว่า สมัยที่ตนยังเรียนอยู่ชั้น ปวช.1 ที่สถาบันแห่งหนึ่งในอำเภอสองพี่น้อง และมีครูคนนี้สอนอยู่ ตนเคยถูกเรียกให้ไปหา แต่ตนไม่ได้ไปคนเดียว ชวนเพื่อนไปด้วย จึงถามครูว่า เรียกมาทำอะไร ครูตอบว่า อยากเห็นหน้า จากนั้นครูก็กระซิบข้างหูพูดว่า ขอหอมแก้มหน่อย ทุกวันนี้ก็ยังค้างคาใจอยู่ จนกระทั่งมารู้ว่า ครู อ. รายนี้ได้มาสอนหนังสือลูกสาวตนเองอีกที่โรงเรียนแห่งนี้ คิดว่าครูเขาคงไม่ได้ทำอะไร เพราะลูกสาวเป็นเด็กเล็ก ที่ผ่านมาสั่งสอนลูกอยู่ตลอดเวลาว่าถ้าครูคนนี้เรียก หรือให้ไปทำอะไร ให้ชวนเพื่อนไปด้วย อย่าไปคนเดียว จนในที่สุดครูคนเดียวกันก็มาก่อเรื่องอีกจนได้ เป็นห่วงลูกหลานมาก เพราะอยากให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัยให้กับเด็ก





