หน้าแรก ภูมิภาค รถตู้รับส่งนั...

รถตู้รับส่งนักเรียน จ.ปราจีนบุรี เสียหลักชนเสาไฟไฟฟ้า เด็กบาดเจ็บ 10 ราย คนขับอ้างหักหลบ จยย.

26.06.26 | 12:44 น.
รถตู้รับส่งนักเรียน

รถตู้รับส่งนักเรียน จ.ปราจีนบุรี เสียหลักชนเสาไฟไฟฟ้า เด็กบาดเจ็บ 10 ราย คนขับอ้างหักหลบ จยย.

 

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 07.05 น. พ.ต.ท.เจริญ บุญสิทธิ์ สารวัตรเวรฯ (สอบสวน) สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งอุบัติเหตุสุดระทึกขวัญ รถตู้รับ-ส่งนักเรียน เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างรายทาง มีนักเรียนและนักศึกษาบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดบนถนนสายปราจีนอนุสรณ์ ซอย 10 ในเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี

จุดเกิดเหตุอยู่ก่อนถึงวิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี เพียง 50 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน ต้องระดมกำลังรุดไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ในที่เกิดเหตุพบรถตู้บรรทุกนักเรียนรวมคนขับมาเต็มคัน 14 ชีวิต สภาพหน้ารถอัดก๊อปปี้ติดกับเสาไฟฟ้าส่องสว่าง จนหน้ารถยุบพังเสียหายยับเยิน ส่งผลให้การจราจรในย่านสถานศึกษาและศูนย์ราชการติดขัดยาวเหยียดกว่า 3 กิโลเมตร

เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งลำเลียงนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลอย่างปั่นป่วน แยกเป็น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 6 ราย (ชาย 3 หญิง 3 โดยมีอาการปานกลางระดับสีเหลือง 3 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อยสีเขียว 3 ราย) และ โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ 4 ราย (ชาย 3 หญิง 1 ทั้งหมดบาดเจ็บเล็กน้อยระดับสีเขียว) รวมบาดเจ็บทั้งสิ้น 10 ราย ตรวจสอบพบเป็นนักเรียนวิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี 1 คน, โรงเรียนปราจีนราษฎรอำรุง (ปรอ.) 2 คน และที่เหลือเป็นนักเรียนจากโรงเรียนปราจีนกัลยาณี (ปกณ.) ทั้งหมด

Advertisement

จากการสอบสวนคนขับรถตู้ (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) กล่าวว่า ขับรถนำนักเรียน 13 ชีวิตมาจากอำเภอกบินทร์บุรีมุ่งหน้าไปส่งตามโรงเรียน เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์ขับขี่อยู่ด้านหน้าคู่ขนานกันมา จู่ๆ รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวก็เหยียบเบรกกะทันหัน ตนจึงเบรกตาม แต่ จยย. กลับเบรกกระชั้นชิดซ้ำซากอีกรอบ ด้วยความกลัวจะชนอัดก๊อปปี้ ตนจึงตัดสินใจหักพวงมาลัยหลบออกซ้าย จนรถไถลพุ่งชนเสาไฟริมทางเข้าอย่างจัง ส่วน จยย. ตัวแสบซิ่งหนีหายเข้ากลีบเมฆ

“ตอนนั้นช่วงเช้า เด็กๆ ส่วนใหญ่นอนหลับกันมาในรถ พอผมเบรกและหักหลบกะทันหัน รถเกิดลื่นไถล ทำให้เด็กๆ ร่วงตกจากเบาะกระแทกกับตัวรถจนบาดเจ็บ ฟกช้ำ เคล็ดขัดยอก โชคดีมากที่ไม่มีใครถึงแก่ชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสรุนแรงไปมากกว่านี้” โชเฟอร์รถตู้กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.เจริญ บุญสิทธิ์ เปิดเผยว่า ผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายคนขับรถตู้ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์แต่อย่างใด แต่หลังจากนี้ตำรวจจะเช็กกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดเพื่อดูว่ามี จยย. ตัดหน้าจริงหรือไม่ และจะตรวจสอบความเร็วของรถตู้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ล่าสุดจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าว สามารถบันทึกนาทีระทึกไว้ได้อย่างชัดเจน โดยพบว่าก่อนเกิดเหตุเพียงเสี้ยววินาที มีเด็กนักเรียน 2 คนกำลังเดินเท้าผ่านจุดเกิดเหตุไปอย่างหวุดหวิด ก่อนที่ภาพจะเผยให้เห็นรถตู้คันดังกล่าวเสียหลักพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างจัง ซึ่งนับว่าโชคดีมากที่เด็กนักเรียนทั้ง 2 คนเดินพ้นจุดนั้นไปก่อน ไม่เช่นนั้นอาจเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ขึ้นได้

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไป อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นสืบเนื่องหลังจากที่เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมโรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรงทองในพระราชูปถัมภ์ฯ อ.ศรีมหาโพธิ เพิ่งจะมีการจัดอบรมเข้ม “โครงการเสริมสร้างความปลอดภัยรถรับ-ส่งนักเรียน จังหวัดปราจีนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” ไปหยกๆ โดยมี ดร.อุดม ชำนิ ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรงทองฯ เป็นประธานเปิดงาน มีคนขับรถโรงเรียนเข้าร่วมกว่า 162 คน มุ่งเน้นสร้างจิตสำนึก ปรับทัศนคติความปลอดภัย และตรวจสภาพรถอย่างเคร่งครัด แต่คล้อยหลังเพียงแค่วันเดียว กลับเกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นมาอีกจนได้!

สะท้อนให้เห็นว่า อุบัติเหตุรถนักเรียนในจังหวัดปราจีนบุรีเกิดขึ้นซ้ำซากวิกฤตหนัก เพราะเมื่อกลางเดือน (15 มิ.ย. 2569) ก็เพิ่งเกิดเหตุรถบัสชนท้ายรถรับ-ส่งนักเรียนที่ ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จนเด็กเจ็บระนาวไปถึง 24 ราย มาคราวนี้รถตู้ชนเสาไฟซ้ำอีกในเวลาไล่เลี่ยกัน

ต่อมา เวลา 09.30 น. หลังเกิดเหตุ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้สั่งการด่วนให้ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และว่าที่ร้อยตรี ทนงศักดิ์ สุวรรณเตมีย์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี (ปภ.จว.ปราจีนบุรี) ลงพื้นที่บัญชาการและเยี่ยมปลอบขวัญเยียวยาจิตใจเด็กนักเรียนทันที

นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดเผยความคืบหน้าอาการของผู้บาดเจ็บว่า ล่าสุดได้รับรายงานยอดผู้ประสบเหตุรวม 12 ราย แบ่งเป็น ผู้ป่วยสีเหลือง (บาดเจ็บปานกลาง) 3 ราย, ผู้ป่วยสีเขียว (บาดเจ็บเล็กน้อย) 7 ราย และอีก 2 รายไม่มีอาการบาดเจ็บ ภาพรวมส่วนใหญ่มีแผลถลอกและอาการฟกช้ำเคล็ดขัดยอก ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึงแก่ชีวิต ขณะนี้ผู้ปกครองและคณะผู้บริหารสถานศึกษาได้เดินทางมาคอยดูแลและให้กำลังใจเด็ก ๆ อย่างใกล้ชิดแล้ว

รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า อุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการเน้นย้ำให้ขนส่งจังหวัดเพิ่มความเข้มงวดในการอบรมผู้ขับขี่และตรวจสภาพความพร้อมของรถรับส่งนักเรียนอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งฝากถึงผู้ประกอบการทุกรายให้ขับขี่ด้วยความรอบคอบ มีสติ และดูแลเด็กนักเรียนให้เสมือนลูกหลานของตนเองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดซ้ำรอย

เวลา 11.25 น. ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์แหล่งข่าว (ขอสงวนนาม-นามสกุล) ระบุว่า อุบัติเหตุรถรับ-ส่งนักเรียนที่เกิดขึ้นติดๆ กันถึง 2 ครั้งในรอบครึ่งเดือนที่ปราจีนบุรี เป็นสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตที่สะท้อนว่า “มาตรการความปลอดภัยของรถโรงเรียน” ในบ้านเรายังมีรูรั่วขนาดใหญ่โตมโหฬาร! ครั้งนี้ถือว่าดวงยังดีที่ไม่มีใครสังเวยชีวิต แต่บาดแผลและรอยช้ำบนตัวเด็กๆ รวมถึงความหวาดผวาของผู้ปกครอง มันคือสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นซ้ำซากจากความประมาทเลินเล่อ!

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่หน่วยงานรัฐ สถานศึกษา และผู้ประกอบการ จะต้องเลิกทำตัวเป็นพวก “วัวหายแล้วล้อมคอก” พอเกิดเรื่องทีก็เต้นทีแล้วก็เงียบหายไป มาตรการ 3 ด้านนี้ต้องบังคับใช้จริงจังตั้งแต่วันนี้

• ล้างบางคนขับ: ต้องคัดกรองประวัติอาชญากรรม ตรวจพฤติกรรมการขับขี่ และจำกัดความเร็วรถนักเรียนในเขตชุมชนอย่างเด็ดขาด คนขับต้องท่องจำใส่ใจว่า ชีวิตเด็กในรถคือความรับผิดชอบสูงสุด ไม่ใช่ขับรถซิ่งส่งเดชเหมือนขับรถแข่ง!
• กวดขันสภาพรถ: รถรับ-ส่งนักเรียนส่วนใหญ่เป็นรถส่วนบุคคลที่เอามาวิ่งรับเงิน ต้องจับขึ้นทะเบียน ตรวจสภาพอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญต้องมี “เข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง” ไม่ใช่ปล่อยให้เด็กนั่งลอยชาย พอรถเบรกกะทันหัน เด็กก็ลอยกระเด็นตกเบาะเจ็บตัวเหมือนครั้งนี้!
• จัดระเบียบทางสัญจร: หน้าโรงเรียนหรือเขตสถานศึกษา ต้องขีดสีตีเส้น มีป้ายและสัญญาณเตือนให้ชัดเจน เพื่อป้องปรามรถคันอื่น (โดยเฉพาะพวก จยย. ซิ่งมหาภัย) ไม่ให้ขับขี่ด้วยความประมาทเลินเล่อหรือตัดหน้ากะทันหันในเขตโรงเรียน

ชีวิตลูกหลานเยาวชนไทย ไม่ควรต้องเอาชีวิตมาเซ่นสังเวยหรือนอนเสี่ยงดวงบนท้องถนนทุกเช้า-เย็น! อุบัติเหตุครั้งนี้ต้องเป็น “บทเรียนสุดท้าย” ที่ปลุกกระแสสังคมให้ลุกขึ้นมาปฏิวัติโครงสร้างความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ก่อนที่ความสูญเสียครั้งใหญ่จนต้องหลั่งน้ำตาจะมาถึง!