ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ เผย ‘ผอ.พิชิต’ ยังล่องหน! ส่วนกลางก็ตามตัวไม่พบ ย้ำคดีอยู่ในมือ ป.ป.ช.
จากกรณีคดีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น และมีชื่อ นายพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ มีเอี่ยวในขบวนการทุจริตดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ ขณะที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของจังหวัดยังคงเดินหน้าสอบปากคำผู้เข้าสอบทั้งที่สอบผ่านและสอบไม่ผ่าน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการสอบสวนนั้น
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ตั้งแต่คดีดังกล่าวปรากฏเป็นข่าวจนถึงขณะนี้ยังไม่เคยได้รับการติดต่อจากนายพิชิตแต่อย่างใด แม้แต่หน่วยงานส่วนกลางก็ยังไม่สามารถติดตามตัวได้เช่นกัน

เมื่อถามว่า รู้สึกหนักใจหรือไม่ เนื่องจากคดีได้รับความสนใจจากสังคมและสร้างผลกระทบในวงกว้าง ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะข้อกล่าวหาทั้งหมดมีจุดเริ่มต้นอยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ขณะที่ จ.เพชรบูรณ์ เกี่ยวข้องเพียงในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดของข้าราชการรายดังกล่าว จึงต้องดำเนินการไปตามข้อเท็จจริงและกระบวนการที่กฎหมายกำหนด
นายศรัณยูกล่าวอีกว่า เบื้องต้นนายพิชิตแม้จะมีน้องชายดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองวิเชียรบุรี แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานใดเชื่อมโยงไปถึงผู้บริหารเทศบาล ย้ำว่านายพิชิตยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา และคดีหลักอยู่ระหว่างการดำเนินการของสำนักงาน ป.ป.ช.
“จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใด โดยเฉพาะ ป.ป.ช.ระดับจังหวัด ประสานขอข้อมูลหรือเข้าร่วมสอบสวนกับจังหวัด เข้าใจว่าการดำเนินการน่าจะอยู่ในความรับผิดชอบของส่วนกลาง” ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์กล่าว
สำหรับการสอบสวนข้อเท็จจริงของจังหวัดนั้น ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ระบุว่า คณะกรรมการจะต้องรายงานผลให้จังหวัดรับทราบตามลำดับ ขณะเดียวกันเทศบาลเมืองวิเชียรบุรีก็ต้องรายงานผลการสอบสวนวินัยร้ายแรงของนายพิชิตเช่นกัน

นายศรัณยูกล่าวอีกว่า ส่วนการยื่นลาออกจากราชการ แม้นายกเทศมนตรีเมืองวิเชียรบุรี ในฐานะผู้บังคับบัญชาจะเห็นชอบในหลักการ แต่การลาออกจะมีผลสมบูรณ์ได้ต่อเมื่อผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด (ก.ท.จ.) ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ดังนั้น ปัจจุบันนายพิชิตยังคงมีสถานะเป็นข้าราชการท้องถิ่น
ผู้ว่าฯกล่าวย้ำว่า จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในขณะนี้ จ.เพชรบูรณ์ มีความเกี่ยวข้องกับคดีในวงจำกัด เนื่องจากการกระทำที่ถูกกล่าวหาไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่ และยังไม่ปรากฏข้อมูลว่ามีข้าราชการหรือบุคคลในจังหวัดเพชรบูรณ์รายอื่นเข้าไปมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด
เมื่อถามถึงกระแสข่าวเรื่องการแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการสอบสวน นายศรัณยูยืนยันว่า ไม่เคยมีอำนาจทางการเมือง หรืออิทธิพลจากฝ่ายใดเข้ามาแทรกแซง การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามข้อเท็จจริงและกรอบอำนาจหน้าที่ ก่อนรายงานผลไปยังกระทรวงมหาดไทย
ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ว่าฯกล่าวว่า ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่หลายความเห็นยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะประเด็นที่ตั้งคำถามว่าเหตุใดจังหวัดจึงไม่แจ้งความดำเนินคดี ซึ่งข้อเท็จจริงคือคดีนี้อยู่ในอำนาจการไต่สวนและดำเนินการของสำนักงาน ป.ป.ช. ตามที่กฎหมายกำหนด



