3องค์กรท้องถิ่นสระบุรี ยื่นผู้ว่าฯ แก้ปัญหา ปมแย่งห้องทำงานปลัด อบต. ชี้ ศักดิ์ศรีของขรก.ต้องได้รับการเคารพ
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ สหกรณ์ออมทรัพย์ท้องถิ่นสระบุรี 3 องค์กร ประกอบด้วย ชมรมปลัดท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี สมาคมกฎหมายเพื่อพัฒนาท้องถิ่น สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี นำโดย พ.อ.อ.ดร.ประพัฒน์พษ์ พรพิมล ข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี ร่วมกันแถลงการณ์ กรณีขัดแย้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบ้านป่า แย่งห้องทำงานปลัด อบต.บ้านป่า โดยมีข้าราชการฝ่ายปกครอง ตำบลบ้านป่า (ราชสีห์บ้านป่า) ซึ่งประกอบด้วยกำนัน ผู้ช่วยกำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ประมาณ 40 คน พร้อมด้วยนายสมพิตร หึนกระโทก ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านป่า ร่วมฟัง
อ่านข่าว – ปลัด อบต. ร้องศูนย์ดำรงธรรม โดน รองนายก อบต. แย่งห้องทำงาน
แถลงการณ์ มีข้อความว่า ตามที่ปรากฏกรณีเกี่ยวกับการสั่งย้ายห้องปฏิบัติงานของ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านป่า อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี และมีข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการใช้กำลังหรือพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในองค์กร จนก่อให้เกิดความห่วงใยต่อพี่น้องข้าราชการส่วนประชาชนในวงกว้างนั้นทั้งสามองค์กรขอแสดงจุดยืนร่วมกัน ดังนี้
1.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องยืนอยู่บนหลักกฎหมายและความร่วมมือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะสามารถขับเคลื่อนภารกิจเพื่อประโยชน์ของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการสามารถทำงานร่วมกันด้วยความเคารพ ให้เกียรต และยึดมั่นในหลักนิติธรรมและหลักธรรมาภิบาล ผู้บริหารท้องถิ่นได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้กำหนดนโยบาย ส่วนข้าราชการประจำมีหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งสองฝ่ายจึงเป็น หุ้นส่วนในการพัฒนาท้องถิ่น มิใช่คู่ขัดแย้งหรือคู่แข่งขันกัน

2.ศักดิ์ศรีของข้าราชการต้องได้รับการเคารพ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกคนเป็นบุคลากรของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน จึงสมควรได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์และเกียรติแห่งตำแหน่งหน้าที่ การบริหารงานบุคคลหรือการจัดสภาพการปฏิบัติงานใด ๆ ควรดำเนินการด้วยเหตุผล ความสุจริต และความเหมาะสม โดยคำนึงถึงขวัญกำลังใจและความสามัคคีภายในองค์กร เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการบริการประชาชน
3.ประณามการใช้กำลังและพฤติกรรมอันไม่เหมาะสม ทั้งสามองค์กรขอแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ไม่สนับสนุนและขอประณามการใช้กำลัง การข่มขู่ คุกคาม การใช้วาจารุนแรง หรือพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมทุกรูปแบบในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับฝ่ายใด หรือกระทำโดยบุคคลใดก็ตาม ความเห็นต่างสามารถเกิดขึ้นได้ในระบอบประชาธิปไตย แต่ความเห็นต่างต้องได้รับการแก้ไขด้วยเหตุผล การพูดคุย และกระบวนการตามกฎหมาย ไม่ใช่ด้วยกำลังหรือความรุนแรง

4.ผู้ใดถูกหรือผิด ให้เป็นไปตามกฎหมาย สำหรับข้อพิพาทหรือข้อกล่าวหาต่าง ๆ ว่าผู้ใดถูกหรือผิด ผู้ใดใช้อำนาจเกินขอบเขตหรือไม่หรือมีการกระทำใดที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ ขอให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายใน การตรวจสอบข้อเท็จจริงและวินิจฉัยตามกระบวนการยุติธรรม ทุกฝ่ายควรเคารพกติกาของบ้านเมือง และยอมรับผลแห่งกระบวนการตามกฎหมายโดยปราศจากอคติ
5. ข้อเรียกร้องร่วมกัน ทั้งสามองค์กรขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย ยุติการใช้ความรุนแรงและการเผชิญหน้าในทุกรูปแบบ ใช้หลักการพูดคุยและรับฟังซึ่งกันและกัน ยึดหลักนิติธรรมและหลักธรรมาภิบาลในการบริหารงาน เคารพเกียรติและศักดิ์ศรีของทุกฝ่าย ร่วมกันรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญเหนือความขัดแย้งส่วนบุคคล
ซึ่งหลังจากที่ได้แถลงการณ์เสร็จแล้วทางด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ประกอบด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ร่วมกันมอบ ดอกกุหลาบให้กับนายสมพิตร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

นายสมพิตร ได้กล่าวว่า ตอนนี้ตนเองยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในห้องทำงานเดิมอยู่ โดยยังไม่ได้ย้ายออกไป และขอที่จะไม่พูดอะไรต่อไปอีกแล้ว ต่อจากนี้ก็จะไปว่ากันตามกระบวนการ ซึ่งส่วนตัวแล้วยังคงปฏิบัติงานอยู่ที่เดิม และยังไม่ได้ไปในส่วนไหน และจะไม่ให้สัมภาษณ์ในส่วนไหนอีก และจะทำงานให้ดีที่สุด
ทางด้าน พ.อ.อ.ดร.ประพัฒน์พษ์ พรพิมล ข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ในวันนี้ทางสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี ร่วมกับปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี และสมาคมกฎหมายเพื่อพัฒนาท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี 3 องค์กรนี้ ได้ร่วมกันแถลงในกรณี ความขัดแย้งที่ อบต.บ้านป่า กรณีแย่งห้องทำงานปลัด อบต.เพื่อความชอบธรรม ที่ทั้ง 3 องค์กรมองเห็นแล้วว่าในการดำเนินการความขัดแย้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สมควร และไม่ควรจะเกิดขึ้น ซึ่งการแก้ไขปัญหาควรจะหลีกเลี่ยงความรุนแรง ซึ่งมีขั้นตอนของระเบียบและกฎหมายให้ทำดำเนินการอยู่ เป็นส่วนลับส่วนราชการ เพื่อบริการพี่น้องประชาชนนั้น ขั้นตอนการแก้ปัญหามีกฎหมายให้ดำเนินการอยู่แล้ว ไม่อยากเห็นการแก้ปัญหาโดยใช้กำลังหรือใช้นอกระเบียบ นอกกฎหมาย และจะนำประเด็นปัญหาไปร้องเรียนต่อทางผู้ว่าราชการจังหวัด และท้องถิ่นจังหวัดสระบุรี ในฐานะผู้กำกับดูแลท้องถิ่น เพื่อให้เข้าไปแก้ไขปัญหาในกรณีดังกล่าว
จากนั้นทาง พ.อ.อ.ดร.ประพัฒน์พษ์ พร้อมด้วยหน่วยงาน 3 องค์กร ได้เดินทางมายังศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี เพื่อยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี แต่เนื่องจากว่าทางผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ติดราชการได้มอบหมายให้ นายยอดชาย ภูแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสระบุรี เป็นผู้รับหนังสือร้องเรียนแทน





