หน้าแรก ภูมิภาค กทพ.กางแผนสะพ...

กทพ.กางแผนสะพานเชื่อมเกาะช้าง เพิ่มความสะดวกเดินทาง ก่อสร้างปี 74 คาดเปิดใช้งานปี 78

23.07.26 | 14:33 น.

กทพ.กางแผนสะพานเชื่อมเกาะช้าง-แหลมงอบ แจงยิบเวนคืนพันล้าน ก่อสร้างปี 74 คาดใช้งานปี 78

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่วัดทองธรรมชาติ ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม นำข้อมูลผลการศึกษาและความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางพิเศษเชื่อมเกาะช้าง จังหวัดตราด รายงานต่อประชาชน พร้อมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนกลุ่มย่อยครั้งที่ 2 เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดไปประกอบการศึกษาและจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งใหญ่ (ครั้งที่ 3) ในช่วงเดือนกันยายน มี นายกฤษฎา จันทรเสนา ผู้อำนวยการกองจัดการสิ่งแวดล้อม ฝ่ายพัฒนาโครงการทางพิเศษ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ร่วมชี้แจงประเด็นสำคัญของโครงการ

นายกฤษฎา เน้นย้ำว่า หากโครงการนี้แล้วเสร็จ จะสร้างประโยชน์อย่างมหาศาลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งผู้อาศัยบนเกาะช้างและฝั่งแผ่นดินใหญ่ เป็นการยกระดับการเดินทาง สะพานจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและลดระยะเวลาการเดินทางข้ามเกาะได้อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ต้องเสียเวลารอคิวข้ามเรือเป็นเวลานาน คุณภาพชีวิตดีขึ้น ส่งผลดีโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องเดินทางไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน นักเรียนที่ต้องเดินทางไปโรงเรียน รวมถึงประชาชนที่ไปติดต่อธุระกับหน่วยงานราชการในตัวจังหวัดตราดสามารถเดินทางได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

“การเวนคืนที่ดินและแนวทางการจ่ายเงินชดเชย เป็นข้อกังวลของประชาชน กทพ. ยืนยันว่าขั้นตอนทั้งหมดจะดำเนินการโดยยึดตามกฎหมาย พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 คาดว่าจะมีผู้ถูกเวนคืนที่ดินฝั่งเกาะช้าง 23 ราย และ ฝั่งแหลมงอบอีก 43 ราย รวมทั้งหมด 66 ราย ประเมินมูลค่าการเวนคืนเบื้องต้นไว้ที่หลักพันล้านบาท

Advertisement

ขั้นตอนหลังจากนี้ จะมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาราคา ประกอบด้วยผู้แทนจาก กทพ., กรมธนารักษ์, กรมที่ดิน, นายอำเภอ และผู้แทนจากท้องถิ่น โดยใช้ราคาตลาดเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา เพื่อให้ได้ราคาที่สมเหตุสมผลและยุติธรรมต่อประชาชนในพื้นที่มากที่สุด

จะมีเงินจูงใจพิเศษ หากผู้ถูกเวนคืนตกลงเซ็นสัญญาส่งมอบที่ดินให้ กทพ.ภายในระยะเวลาที่กำหนด (ประมาณ 120 วัน) จะได้รับเงินชดเชยส่วนต่างเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 2 ของราคาที่ดินเพื่อเป็นการจูงใจและเพิ่มผลตอบแทนให้ประชาชน ส่วนบ้านเรือนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ที่ดิน เจ้าของบ้านไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน และบ้านเรือนที่ปลูกสร้างอยู่ในน้ำ จะไม่ได้รับค่าที่ดิน แต่สามารถรับค่าชดเชยในส่วนของสิ่งปลูกสร้างได้ โดยผู้ครอบครองต้องนำหลักฐานมาแสดงเพื่อยืนยันกรรมสิทธิ์การก่อสร้างบ้านหลังดังกล่าวต่อหน่วยงาน” ” นายกฤษฎา กล่าวและว่า

สำหรับไทม์ไลน์โครงการและอัตราค่าผ่านทางนั้น กทพ. ได้วางกรอบการดำเนินงานตามขั้นตอนทางกฎหมายและวิศวกรรมอย่างชัดเจน มีระยะเวลาที่สำคัญ ดังนี้

การพิจารณา EIA หลังจากการรับฟังความคิดเห็น จะมีการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการฯ (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ประมาณ 1 ปี, การขออนุมัติจาก ครม. เมื่อ EIA ผ่านความเห็นชอบ จะรวบรวมข้อมูลเสนอต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในปี 2572

การประมูลและก่อสร้าง กระบวนการประมูลหาผู้รับจ้างและเริ่มต้นการก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มขึ้นในช่วงปี 2574 กำหนดเปิดให้บริการ หากไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ จะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปี 2578 ซึ่งลักษณะโครงการเป็นสะพานข้ามทะเล จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาก่อสร้างพอสมควร

“ส่วนการร่วมทุนและค่าผ่านทาง ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ กทพ. เตรียมจัดประชุมทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) เพื่อประเมินความสนใจของภาคเอกชนในการร่วมลงทุน ส่วนอัตราค่าผ่านทางนั้น มีนโยบายกำหนดราคาให้เป็นทางเลือกที่ใกล้เคียงกับอัตราค่าโดยสารเรือเฟอร์รี่ ไม่แพงจนเกินไป เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อประชาชน และยังคงมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน” นายกฤษฎา กล่าว

นายกิตติคม โกสินทร์วรภัทร อายุ 62 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เวนคืน กล่าวว่า ประชาชนเห็นด้วยกับโครงการนี้อย่างมาก เพราะจะนำพาความเจริญที่ชุมชนต้องการมานานให้เกิดขึ้นจริง แม้จะมีชาวบ้านบางส่วน เครือญาติของตน ทั้งได้รับผลกระทบจากการถูกเวนคืนที่ดินในครั้งนี้ก็ตาม

“ภาครัฐไม่ได้ยึดที่ดินไปทั้งหมด บางครอบครัวโดนเวนคืนพื้นที่เพียงเล็กน้อย ขณะที่บางครอบครัวโดนเวนคืนในสัดส่วนที่ค่อนข้างเยอะ แต่สิ่งที่น่ากังวล คือ กรณีชาวบ้านถูกเวนคืนที่ดินจำนวนมากจนเหลือพื้นที่เพียงเล็กน้อย เช่น ถูกเวนคืนไป 3 งานและเหลือที่ดินไว้เพียง 1 งาน ทำให้ยากต่อการนำที่ดินที่เหลือไปใช้ประโยชน์ต่อได้ แต่เป็นเรื่องของการประเมินราคาที่ดินเพื่อจ่ายเงินคืน ชาวบ้านต่างมีความกังวลว่าเงินชดเชยที่ได้รับจากการประเมินราคาจะไม่เพียงพอสำหรับการไปเริ่มต้นใหม่” นายกิตติคม กล่าว