หน้าแรก ภูมิภาค กราดยิง-ไปป์บ...

กราดยิง-ไปป์บอมม์นราฯดับ 5 มทภ.4คุมเข้ม 3 จว.ใต้ขั้นสูงสุด เร่งไล่ล่า 10 คนร้าย อนุทินประฌาม-ชี้อุกอาจ

24.07.26 | 06:30 น.

กราดยิง-ไปป์บอมม์นราฯดับ 5 มทภ.4คุมเข้ม 3 จว.ใต้ขั้นสูงสุด ชาวบ้าน-เด็กบาดเจ็บ 5 คน เร่งแกะรอยไล่ล่า 10 คนร้าย อนุทินประฌาม-ชี้อุกอาจ

 

เมื่อเวลา 18.45 น. วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ต.อ.ศุภชัช ณ พัทลุง ผกก.สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงและใช้ระเบิดขว้างใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี ซึ่งเป็นกำลังพลของเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 4509 ชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ซึ่งตั้งอยู่ตลาดตันหยงมัส หมู่ที่ 7 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้กำลังพลเสียชีวิและมีราษฎรได้รับบาดเจ็บ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ 45กับ พ.อ.วิทยา สาริยา ผบ.ฉก.ทพ.45

ที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกองร้อยทหารพรานที่ 4509 พบเจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย นอนจมกองเลือดอยู่บนถนน 3 นาย และภายในจุดตรวจอีก 2 นาย แต่ละนายถูกกระสุนปืนสงครามเป็นรูพรุนตามร่างกายหลายแห่ง ทราบชื่อ จ่าสิบเอก ธีระยุทธ โสมะเกิด อายุ 43 ปี, อส.ทพ.วิมล ดาบทอง อายุ 43 ปี , อส.ทพ.ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา อายุ 34 ปี , อส.ทพ.ซอลาฮูดิง ปิ อายุ 34 ปี และ อส.ทพ.ซากีรียา เจ๊ะน๊ะ อายุ 23 ปี

มีชาวบ้านถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ 5 ราย คือ ด.ช.ฮาบี๊บ หิมะ อายุ 10 ปี ถูกกระสุนปืนที่บริเวณด้านหลังน่องขวา ,นายมูฮำมัดอาลี อับรู ,นางฟัรฮะห์ อับรู ,มูฮำมัดฮาฟิต หินะ และ ด.ช.อวาฏิฟ บือราเฮง ซึ่ง 4 คน ถูกสะเก็ดระเบิดเล็กน้อยตามร่างกาย พลมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลระแงะไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงเคลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิตทั้ง 5 นาย ส่งโรงพยาบาลระแงะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพ

ต่อมา พ.อ.วิทยา ผบ.ฉก.ทพ.45 และ พ.ต.อ.ศุภชัช ผกก.สภ.ระแงะ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้โดยรอบของจุดตรวจ พบว่า กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งด้านหน้าและกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณหน้าถนน พบคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 6 คน แต่งกายชุดสีดำเลียนแบบทหารพราน และใส่หมวกปีกอำพรางใบหน้า

Advertisement

ทั้ง 6 คน ถืออาวุธปืนสงครามนั่งโดยสารอยู่ที่กระบะหลังของรถยนต์กระบะยี่ห้อนิกสัน 4 ประตู สีดำ มาจากพื้นที่ตลาดตันหยงมัส มีรถจักรยานยนต์ Honda Wave 110 สีแดง ทำหน้าที่เป็นรถนำทาง เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ทหารพราบนถนนจนล้มคว่ำบนถนน แล้วยิงซ้ำเข้าไปในจุดตรวจ เมื่อมั่นใจว่าทหารพรานเสียชีวิตแล้ว ก่อนหลบหนีคนร้ายได้ขว้างระเบิดเข้าไปในฐานซ้ำ ก่อนหลบหนี โดยมุ่งหน้าไปยังเส้นทาง ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ โดยมีรถจักรยานยนต์ Honda Wave สีขาว เป็น “รถตามคุ้มกัน”ขับปิดท้าย

ต่อมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสั่งการปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุโดยทันที พร้อมส่งชุดพิสูจน์หลักฐานและกำลังทหาร-ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่ เก็บรวบรวมเศษชิ้นส่วนระเบิดและปลอกกระสุน เพื่อตรวจเก็บ DNA ค้นหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมกันนี้ หน่วยงานความมั่นคงใสั่งยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด กำชับทุกจุดตรวจ ด่านตรวจ และหน่วยปฏิบัติตั้งรับเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่

ต่อมาเวลา 20.50 น. คืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้าน ต.ซากอ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เหตุเพลิงไหม้รถยนต์กระบะนิสสัน 4 ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียน ผน 6866 สงขลา บนถนน เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบเพลิงกำลังโหมไหม้รถยนต์คันดังกล่าวได้รับความเสียหายวอดวายทั้งคัน จากการตรวจสอบได้รับการยืนยัน พบว่ารถกระบะคันที่ถูกเผาทำลาย เป็นรถยนต์คันเดียวกันกับที่กลุ่มคนร้ายใช้เป็นพาหนะก่อเหตุถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.4509 เสียชีวิต 5 นาย และชาวบ้านบาดเจ็บ 5 ราย โดยเชื่อว่าเป็นการเผาอำพรางเพื่อทำลายพยานหลักฐาน DNA และตัดเส้นทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่

แหล่งข่าวระดับสูงด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ กลุ่มคนร้ายได้ลงจากท้ายรถกระบะเข้าค้นร่างของเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่เสียชีวิต โดยฉกเสื้อเกราะป้องกันกระสุน และซองกระสุนปืนจำนวนหนึ่งไปก่อนหลบหนี ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีอาวุธปืนประจำกายของกำลังพลที่เสียชีวิตถูกขโมยไปด้วยหรือไม่

ล่าสุด ฝ่ายความมั่นคงสั่งยกระดับมาตรการสกัดจับขั้นสูงสุด สนธิกำลังเข้าปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้เพื่อเก็บวัตถุพยาน พร้อมเร่งแกะรอยติดตามรถจักรยานยนต์ Honda Wave สีแดง และสีขาว ที่ทำหน้าที่เป็นรถนำและรถตามคุ้มกัน เพื่อนำตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนเกิดเหตุเพียงไม่นาน หน่วยข่าวกรองด้านความมั่นคง มีรายงานแจ้งเตือนสำคัญพบความเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มผู้ก่อความรุนแรง สั่งการให้สมาชิกเตรียมก่อเหตุลอบยิงและวางระเบิด โดยมีเป้าหมาย คือ เจ้าหน้าที่ความมั่นคง ในพื้นที่ อ.สุคิริน ครู และ ชุด รปภ.ครู ในพื้นที่ อ.ศรีสาคร, อ.รือเสาะ และ อ.ระแงะ นอกจากนี้ ยังพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย 5 คน พร้อมอาวุธปืน ปรากฏตัวบริเวณเชิงเขาเมาะแต บ้านกาหนั้วะ หมู่ 5 ต.กาลิซา อ.ระแงะ

รวมทั้งมีเบาะแสชัดเจนว่า เครือข่ายแกนนำฝ่ายปฏิบัติการ กำลังเตรียมแผนลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานที่สำคัญในย่านเศรษฐกิจของ อ.สุไหงโก-ลก และ อ.แว้ง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจึงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและจัดกำลังเฝ้าระวังพื้นที่ไข่แดง-ย่านเศรษฐกิจอย่างสูงสุด เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำรอยและดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างเต็มที่ โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เหตุการณ์โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี และการเผารถทำลายหลักฐานในครั้งนี้ เป็นฝีมือการสร้างสถานการณ์ของสมาชิกแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่อย่างแน่นอน

จากการตรวจสอบครุภัณฑ์ต่างๆที่เป็นเครื่องใช้ประจำกายของเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่เสียชีวิตทั้ง 5 นาย พบว่าคนร้ายนำเสื้อเกราะกันกระสุน 4 ตัว ซองกระสุนปืน 4 ซอง และอาวุธปืนพก ขนาด 11 ม.ม. จำนวน 1 กระบอกของเจ้าหน้าไปด้วย

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งบริเวณหน้าจุดตรวจ และบริเวณฝั่งกันตรงข้ามด้านขวามือของจุดตรวจ พบคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุมีจำนวนกว่า10 คน โดยคนร้ายกลุ่มแรกมี 7 คน ทำหน้าที่ขับรถยนต์กระบะนิสสัน สีดำ ทะเบียน ผน 6866 สงขลา โดยนั่งที่กระบะหลัง 6 คนแต่งกายชุดสีดำคล้ายเจ้าหน้าที่ทหารพรานพร้อมสวมหมวกปีกอำพรางใบหน้า ส่วนชุดที่ 2 จำนวน 2 คน เป็นการขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนกด้า รุ่นเวฟ สีขาวแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ซึ่งคนขับแต่งการใส่เสื้อสีขาวพร้อมสวมหมวกกันน็อคมีอาวุธปืนพก ขนาด 11 ม.ม. ส่วนคนนั่งซ้อนท้ายเป็นผู้ชายแต่งการอำพรางด้วยชุดฮิญาบสีดำของผู้หญิง มีอาวุธปืน อาก้า. ซึ่งขับขี่รถ จยย.ไล่หลังรถยนต์กระบะของคนร้าย ที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังหลัง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวว่า ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และตั้งแต่เมื่อคืน (22 ก.ค.) ตนได้สั่งการทุกหน่วยงานไปแล้ว ทั้งทหาร ตำรวจ และกระทรวงมหาดไทย

นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องใต้นี้แย่มาก ตนได้กำชับ หน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะ ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ว่าถ้าเป็นแบบนี้ต้องมีการดำเนินการที่ต้องแสดงให้พี่น้องประชาชนเห็นถึงความมีประสิทธิภาพในทุกๆด้านมากกว่านี้ ทั้งเรื่องของการป้องกัน การปราบปราม และการข่าว โดยได้หารือกับผู้ที่รับผิดชอบตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทุกท่านได้รับไปดำเนินการ

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ประณามเหตุก่อการร้ายนราธิวาส คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์เข้าใส่จุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ชาวบ้านบาดเจ็บ เป็นการกระทำอุกอาจ สั่งติดตามผู้กระทำผิดใช้กฏหมายเด็ดขาดให้รับโทษสูงสุด