คู่กรณีอาจารย์ ม.นเรศวร รับเผาใบไม้จริง ไม่ตั้งใจปล่อยบางแก้วกัด ยันสุนัขไม่ดุ พร้อมสู้กลับ-ถูกหาเรื่องก่อน
กรณีอาจารย์คณะพยาบาล มหาวิทยาลัยนเรศวร ถูกสุนัขบางแก้ว 2 ตัวของเพื่อนบ้านกัดได้รับบาดเจ็บสาหัส ล่าสุดคู่กรณีเปิดใจยอมรับว่าเผาใบไม้จริง แต่ยืนยันไม่ได้ตั้งใจปล่อยสุนัขออกมากัด อ้างเป็นสัญชาตญาณปกป้องเจ้าของหลังเกิดเหตุชุลมุน พร้อมเตรียมสู้คดีถึงที่สุด ขณะที่เพื่อนบ้านหลายรายออกมาโต้ ระบุสุนัขหลุดออกมาบ่อย สร้างความหวาดกลัวให้คนในหมู่บ้าน และเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา รวมถึงควบคุมการเผาขยะภายในชุมชน
อ่านข่าว – อาจารย์ ม.นเรศวร เข้าห้ามศึก พี่ชายทะเลาะกับเพื่อนบ้าน ปมเผาขยะ กลับถูกสุนัขบางแก้ว 2 ตัวรุมกัด
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า คู่กรณี พร้อมกับ จ.ส.อ.ฉลอง นาคนวล นายกเทศบาลตำบลท่าทอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก โดยได้เข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บพร้อมระบุว่าการเผาขยะในหมู่บ้านเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ เพราะมี พรบ.สิ่งแวดล้อมควบคุมอยู่ รับปากจะให้กองสาธารณสุขเข้ามาพูดคุยชี้แจงถึงข้อห้ามและข้อบังคับของการเผาขยะ

ด้าน นายกิตติศักดิ์ อายุ 54 ปี และ นางสุภาภรณ์อายุ 47 ปี (สองสามีภรรยาคู่กรณี) ได้ออกมาเปิดใจ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ วันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตนได้เผาใบไม้ในบ้านจริงคู่กรณีออกมาโวยวาย เรียก รปภ.มา ตนก็บอกว่ามันไม่ได้สร้าง PM2.5 หรอก เผานิดเดียวแล้วมันก็คงไม่ไปไหม้บ้านใคร แต่คู่กรณีก็ยังโวยวาย ท้าตีท้าต่อย เอากรรไกรตัดหญ้ามาฟันหน้าประตูรั้ว จนเกิดการชกต่อยขึ้นมา โดยลูกชายตนอายุ 15 ปี เห็นพ่อโดนต่อยก็วิ่งออกมาช่วย ลูกตนยังโดนต่อยจนปากแตก
นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า แล้วจู่ๆหมาบางแก้วที่ตนเลี้ยงไว้ในบ้าน 2 ตัวก็หลุดออกมายังไงไม่รู้ ยืนยันว่าไม่ได้ปล่อยออกมา แล้วหมาบางแก้วมันรักเจ้าของ ก็เลยไปกัดอาจารย์เข้า ตนเองก็พยายามจะเข้าไปช่วยแต่มันชุลมุน ก่อนจะแยกย้ายลูกตนก็วิ่งไปซอย 2 ไปขอความช่วยเหลือให้ช่วยแจ้งตำรวจว่าพ่อโดนต่อย อีกสักพักตำรวจก็มาให้ตนไปแจ้งความพร้อมกับตรวจบาดแผลที่โรงพยาบาล ตนไม่กลัวเพราะตนเองก็ถูกกระทำถูกหาเรื่องก่อน ขยะไม่ได้เผาบ่อยขนาดนั้น กองเล็กๆ มันไม่ได้เหม็นมากมายอะไร
นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า หมาตนก็เลี้ยงมาอย่างดี ทำรั้วจนสูง มีกรงนอก กรงใน ไม่เคยตั้งใจปล่อยเรี่ยราดไปทั่ว แต่มีบ้างที่หลุดออกไปเวลาเปิดประตู ตนก็รีบขับ จยย.ออกไปตามทุกครั้งไม่เคยเกิน 5 นาที ยืนยันหมาไม่ได้ดุร้ายอะไรขนาดนั้น เพียงแค่วันนั้นมันอาจจะเห็นว่าเจ้าของถูกทำร้าย ยืนยันสู้กลับไม่กลัวเพราะมาหาเรื่องตนก่อน ทำทรัพย์สินเสียหาย แถมขู่ฆ่ายกครอบครัวด้วย ตนแจ้งความไว้หมดแล้ว อีกอย่างในหมู่บ้านเขาก็เลี้ยงหมากันเกือบทุกหลัง เราเลี้ยงเราก็รักของเรา สัญชาตญาณมันแค่รักเจ้าของพร้อมสู้ถึงชั้นศาล

ด้าน นางสุภาภรณ์ กล่าวว่า ไม่ยอมเช่นกัน ลูกตน สามีตนถูกต่อย เรื่องนี้พร้อมสู้ถึงไหนถึงกัน เพราะถูกทำร้ายก่อน ตนจะแจ้งความพยายามฆ่ากับคู่กรณีด้วย สุนัขตนไม่เคยตั้งใจปล่อยไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ไม่เคยกัดใคร ไม่ได้ดุร้ายขนาดนั้น หากหลุดไปก็รีบตามกลับไม่เกิน 5 นาทีทุกครั้ง ส่วนเรื่องเผาขยะก็ยอมรับผิดและจะไม่เผาอีก ส่วนเรื่องคู่กรณีก็ไปสู้กันเอา ถ้าเขายอมจบ ก็จบ แต่ต้องซ่อมรั้วให้ด้วย ดูแลค่ารักษาพยาบาลให้สามีตนและลูกชายตนที่ถูกต่อยด้วย
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังเพื่อนบ้านซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ใกล้เคียง ที่พร้อมออกมาเป็นพยานให้กับอาจารย์ที่ได้รับบาดเจ็บ ทุกคนที่เป็นพยานล้วนบอกว่าสุนัขบ้านหลังคู่กรณีนั้นหลุดมาบ่อย คนที่สัญจรผ่านจะถูกขู่จะกัดบ่อยครั้ง จนคนในละแวกใกล้เคียงกลัวไปหมด ไม่กล้าแม้แต่จะออกมาเดินออกกำลังกายตามถนนในหมู่บ้าน ลูกหลานก็ใช้ชีวิตลำบาก กลัวถูกสุนัขกัด ยอมรับคู่กรณีทำรั้วดี มีกรงนอก กรงในตามที่พูด แต่เขาไม่เคยขังสุนัขในกรงเลย จึงหลุดออกมา สร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้าน ต้องอยู่อย่างหวาดกลัว อยากร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาจัดการหมาออกไปจากพื้นที่คืนความสงบสุขให้หมู่บ้าน
ส่วนเรื่องเผาขยะ ยืนยันคู่กรณีเผาจริง เผาบ่อย เหม็นไปทั่วซอย 3 อยากให้หน่วยงานมาจัดการห้ามเผา คนในหมู่บ้านไม่มีใครเขาเผากัน จะเก็บใส่ถุงขยะมัดมาใส่ในถังขยะรอรถขยะมาเก็บอีกที




