หน้าแรก ภูมิภาค ขรก.เกษียณวัย...

ขรก.เกษียณวัย 61 ปี สุดซ้ำ! แก๊งคอลหลอก จำนองบ้าน กู้เงินสหกรณ์ เกลี้ยงเฉียด 8 แสนบาท

12.08.26 | 17:28 น.

ขรก.เกษียณวัย 61 ปี สุดซ้ำ! แก๊งคอลหลอก จำนองบ้าน กู้เงินสหกรณ์ เกลี้ยงเฉียด 8 แสนบาท


วันที่ 12 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุหญิงอายุ 61 ปี ข้าราชการเกษียณใน จ.เชียงใหม่ ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดึงเข้ากลุ่มไลน์ สภ.เมืองน่าน ที่สร้างขึ้นมาก่อนออกอุบายหลอกให้ส่งเอกสารหลักฐานต่างๆ เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก สำเนาโฉนดที่ดิน พร้อมโอนเงินเพื่อทำการตรวจสอบสำนวนคดี สุดท้ายเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปให้กว่า 778,000 บาท ก่อนที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะแจ้งให้ผู้เสียหายเดินทางไปรับเงินที่ตรวจสอบกับ ผกก.สภ.สันทราย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เมื่อข้าราชการเกษียณพบกับตำรวจตัวจริง จึงรู้ตัวว่าเสียรู้ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้ว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ 10 ส.ค.69 หญิงวัย 61 ปีรายนี้ ได้นำเอกสารด้านการเงินและใบจำนองบ้าน และจำนองรถ เข้าพบ พ.ต.อ.สถิตชัย นิตยวัน ผกก.สภ.สันทราย เพื่อขอรับเงินจำนวน 778,000 บาท ที่โอนไปให้กับผู้กำกับการ สภ.เมืองน่าน จังหวัดน่าน พร้อมเอกสารคืน โดยผู้เสียหายบอกว่า ทาง ผกก.สภ.เมืองน่าน ได้ส่งเอกสารทั้งหมดมาทางไปรษณีย์แล้ว

พ.ต.อ.สถิตชัย จึงสอบสวนข้าราชการเกษียณรายนี้อย่างละเอียด เบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนแจ้งว่าผู้เสียหายได้มีการเปิดบัญชีธนาคากรุงไทย ที่สาขาบิ๊กซีน่านไว้ แต่ผู้เสียหายปฏิเสธว่าเธอเป็นคนเชียงใหม่และไม่เคยเดินทางไปเปิดบัญชีธนาคารที่ จ.น่าน แต่อย่างใด แก็งคอลเซ็นเตอร์จึงแจ้งให้ผู้เสียหายเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองน่าน แต่เธอไม่สะดวกเดินทางไป แก็งคอลเซ็นเตอร์จึงออกอุบายว่าสามารถแจ้งความทางออนไลน์ได้ พร้อมดึงผู้เสียหายเข้าแชทไลน์กลุ่มของ สภ.เมืองน่าน ที่สร้างขึ้น

Advertisement

จากนั้นได้พูดคุยหลอกให้ผู้เสียหายส่งเอกสารหลักฐานต่างๆไปให้ เช่น สำเนาบัตรประชาชน สมุดบัญชี โฉนดที่ดิน เอกสารการหย่า และสมุดบัญชีสหกรณ์ โดยอ้างว่าเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประกอบสำนวนคดี

ต่อมาอีกวันทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ติดต่อมาอีกครั้ง และแจ้งว่าผู้เสียหายจะต้องใช้เงินสดในการค้ำประกันเอกสาร ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปให้คนร้ายหลายครั้งจนกระทั่งไม่มีเงินโอน คนร้ายจึงออกอุบายให้นำที่ดินไปจำนองกับบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ติดต่อประสานงานไว้ให้ พร้อมกับวีดีโอคอลมาหาผู้เสียหายตลอดว่าห้ามคุยกับใคร ห้ามบอกพี่ญาติพี่น้อง มิฉะนั้นจะสูญเงินทั้งหมดแน่นอน

ขณะที่แก็งคอลเซ็นเตอร์ได้วางแผนทำงานกันเป็นทีม มีการนัดนายหน้าในการจำนองที่ดินย่านการค้าในตัวเมืองเชียงใหม่ พร้อมเตรียมเอกสารจำนองไว้ให้ ก่อนให้ผู้เสียหายรับเงินสดไปทั้งหมด 600,000 บาท

ต่อมาวันที่ 23 ก.ค. ก็มีข้อความแชทในไลน์กลุ่ม สภ.เมืองน่าน ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์สร้างขึ้น ส่งมาแจ้งผู้เสียหายว่า วันนี้จะมีตำรวจ ปปง.มารับเงินสดที่บ้านไปตรวจสอบ ขอให้ผู้เสียหายถ่ายรูปหน้าบ้านและแชร์โลเคชั่นให้ตำรวจที่จะมารับเงินด้วยตัวเองทางไลน์กลุ่ม สภ.เมืองน่าน พร้อมโทรมาเพื่อบอกตำหนิรูปพรรณของคนที่จะมารับเงินว่าแต่งตัวแบบไหน โดยผู้ที่อ้างตัวเป็น ตำรวจ ปปง.ได้เดินทางมารับเงินที่หน้าบ้าน แต่ไม่ยอมเข้ามาคุยในบ้าน ผู้เสียหายจึงได้นำเงินสดใส่ถุงผ้าจำนวน 640,000 บาท ไปมอบให้หน้าบ้าน

จากนั้นวันที่ 24 ก.ค. แก็งคอลเซ็นเตอร์ได้โทรศัพท์มาหาผู้เสียหายอีกครั้ง พร้อมแจ้งว่ายอดเงินไม่ครบถ้วนยังตรวจสอบไม่หมด และขอเงินค้ำประกันเพิ่มอีก 100,000 บาท แต่ผู้เสียหายไม่มีเงินแล้วจึงไปขอยืมเพื่อนมาได้เพิ่มอีกเพียง 88,000 บาท จากนั้นแก็งคอลเซ็นเตอร์ได้ออกอุบายให้ผู้เสียหายโอนเข้าบัญชีไปให้ครั้งละ 44,000 บาท จำนวน 2 ครั้ง

หลังจากนั้นแก็งคอลเซ็นเตอร์ยังโทรมาหาผู้เสียหายอีก พร้อมแจ้งว่ายังตรวจสอบเงินไม่พอ เนื่องจากผู้เสียหายมีบัญชีสหกรณ์ของราชการอยู่ ขอให้โอนเงินเพิ่มอีก จำนวน 200,000 บาท เพื่อค้ำประกันยอดเก่า แต่ผู้เสียหายบอกว่าไม่มีเงินแล้วหาได้แค่ 100,000 บาท ก่อนจะนั่งรถทัวร์จาก จ.เชียงใหม่ เพื่อไปกู้เงินสหกรณ์ที่กรุงเทพมหานคร โดยหลังทำธุรกรรมเสร็จในช่วงบ่ายแก็งคอลเซ็นเตอร์ก็ติดต่อมาพร้อมส่งหมายเลขบัญชีมาให้ผู้เสียหายเพื่อโอนเงินไปให้อีก

หลังโอนเงินก้อนสุดท้ายไปให้ผู้เสียหายได้มีการติดตามทวงถามเงินตลอดว่าจะได้คืนเมื่อไหร่ ทางแก็งคอลเซ็นเตอร์อ้างว่าจะส่งทางไปรษณีย์ พร้อมเอกสารทั้งหมดไปที่ ผู้กำกับการ สภ.สันทราย ก่อนจะวิดีโอคอลมาพูดคุยและโอนเงินคืนเข้าบัญชีของผู้เสียหายรวม 3 ครั้ง ครั้งละ 50,000 บาท แต่สุดท้ายก็ออกอุบายให้ผู้เสียหายโอนเงินต่อไปยังบัญชีอื่นอีก

กระทั่งผู้เสียหายเดินทางมา สภ.สันทราย เพื่อติดต่อขอเงินคืน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็ยังวิดีโอคอลคุยเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จนผู้เสียหายได้พบหน้า ผกก.สภ.สันทราย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็บล็อกไลน์ที่ใช้ในการติดต่อทันที สุดท้ายผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก ผกก. สภ.สันทราย จึงให้ผู้เสียหายแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพื่อติดตามจับกุุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป