นายอำเภอฝาง สั่งคุมเข้มต่างด้าวยื่นขอบัตรสีชมพู สอดส่องบ้านที่มีการย้ายทะเบียนราษฎรมากผิดปกติ
ว่าที่ร้อยตรี นพรัตน์ ศุภกิจโกศล นายอำเภอฝาง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังมีการจับกุมขบวนการทุจริตออกบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือบัตรสีชมพู (เลข 7) ให้กับบุตรของคนต่างด้าวในพื้นที่กรุงเทพฯ อำเภอฝางได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบข้อมูลบุคคลต่างด้าวที่มายื่นขอบัตรสีชมพูอย่างเข้มงวด รวมทั้งตรวจสอบบ้านที่ผิดสังเกตมีการแจ้งย้ายเข้าทะเบียนราษฎรแบบผิดปกติมากๆ ตามที่สำนักทะเบียนกรมการปกครองเน้นย้ำมา
นอกจากนี้กรณีขอทำบัตรสีชมพูใหม่ จะทำให้เฉพาะรายที่มีความจำเป็นและมีข้อมูลที่ชัดเจน เช่น กลุ่มเด็กนักเรียนรหัส G หรือเด็กที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการออกรหัสประจำตัวขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G ให้ใช้แทน เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้เข้าถึงสิทธิการศึกษาในโรงเรียนไทย หากตรวจสอบข้อมูลแล้วยังไม่ชัดเจนจะให้ชะลอการออกบัตรไปก่อน ส่วนกรณีบัตรสีชมพูเดิมหมดอายุ 10 ปีและมาต่อมาอายุใหม่ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลอย่างเข้มงวด มีการเปรียบเทียบลายนิ้วมือจากฐานข้อมูลเดิมว่าตรงกันหรือไม่ รวมทั้งเชิญตัวญาติพี่น้องมาสอบสวน และตรวจสอบดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวตน
ว่าที่ร้อยตรี นพรัตน์กล่าวอีกว่า มาตรการทั้งหมดอำเภอฝางดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และยิ่งเข้มงวดมากขึ้นหลังมีการจับกุมขบวนการทุจริตออกบัตรสีชมพูให้ต่างด้าว เพราะอำเภอฝางมีพื้นที่ติดแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันได้กำชับตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สอดส่องในพื้นที่ว่ามีบุคคลแปลกปลอมเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่หรือไม่ จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติ หรือมีเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับขบวนการทุจริตออกบัตรสีชมพูให้ต่างด้าวในกรุงเทพฯแต่อย่างใด
“ปัญหาที่พบในพื้นที่ตอนนี้ คือกรณีของบุคคลที่ถือหนังสือรับรองสถานะบุคคล หรือบัตร CI หรือบัตรรับรองตัวตนที่ออกให้แก่แรงงานสัญชาติเมียนมา เพื่อใช้ทำงานและอาศัยอยู่ในประเทศไทย บางรายมายื่นขอมีบัตรสีชมพู เมื่อทางอำเภอได้ปฏิเสธไปเพราะไม่ตรงกับหลักเกณฑ์ บุคคลกลุ่มนี้ก็จะใช้วิธีการจ้างทนายความเพื่อยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่กับศาลปกครอง ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่อำเภอฝางถูกบุคคลที่ถือบัตร CI นับ 10 รายยื่นฟ้องแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ได้นำหลักฐานไปชี้แจงต่อศาลตามข้อเท็จจริง” ว่าที่ร้อยตรี นพรัตน์กล่าว



