หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านจี้นัก...

ชาวบ้านจี้นักสืบดังกางหลักฐาน ผอ.-จนท.นัดพบในป่าข้างเมรุ เล่าเหตุการณ์อีกมุม หวั่นสร้างเรื่องรับค่าจ้าง

20.08.26 | 16:19 น.

ชาวบ้านจี้นักสืบดังกางหลักฐาน ผอ.-จนท.นัดพบในป่าข้างเมรุ เล่าเหตุการณ์อีกมุม หวั่นสร้างเรื่องรับค่าจ้าง ยันโรงเรียน ไม่มีผอ. ซ้ำไร้ครู มีลูกน้อย 4 เดือน  

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อทีมงานนักสืบเอกชนชื่อดัง “บอยนักสืบ” ได้เผยแพร่ผลงานการสืบคดีชู้สาว ซึ่งสามีถือเป็นผู้เสียหาย จ้างให้สืบว่าภรรยาของตัวเองที่มีลูกน้อยเพียง 4 เดือน ไปมีชู้อะไรกับใครหรือไม่ภายในโรงเรียน


เนื่องจากสามีเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของภรรยา ซึ่งเป็นบุคลากรในโรงเรียนแห่งหนึ่ง มักจะหาข้ออ้างขอออกนอกบ้านในเวลากลางคืน โดยอ้างว่าออกไปซื้อของที่ตลาด อยู่บ่อยครั้ง ประกอบกับเริ่มมีกระแสข่าวลือจากคนรอบข้าง และคนในพื้นที่ว่า ภรรยาของตนและผู้อำนวยการโรงเรียน มีพฤติกรรมใกล้ชิดสนิทสนมกันเกินเลย ในลักษณะแปลกๆ ภายในโรงเรียน

ในข่าวของบอยนักสืบ”ระบุว่าพบภาพบาดตาบาดใจ โดยทั้งสองได้นัดพบ และทำพฤติกรรมเชิงชู้สาวกันในสถานที่ที่ไม่คาดคิด นั่นคือ บริเวณหน้าเมรุเผาศพภายในวัด ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ มีภาพถ่าย และคลิปวิดีโอทั้งหมดอย่างละเอียด ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สร้างความสะเทือนใจและวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมเป็นอย่างมากตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

Advertisement

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดหนองโบสถ์ ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ พบนางปาริษา (สงวนนามสกุล)อายุ46ปี ภรรยากรรมการวัด กล่าวว่า พวกตนดูข่าวแล้วตกใจ มั่นใจไม่เป็นความจริง เมื่อย้อนไปเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ในช่วงเย็น ได้มีรถเก๋งยี่ห้อนิสสันสีดำ ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ มาจอดอยู่ข้างเมรุของวัด ซึ่งตอนนั้น มีพวกตนอยู่บริเวณนั้นประมาณ 7-8 คน เห็นลงมาถ่ายภาพเมรุ ถ่ายภาพวัดและถ่ายภาพป่า ข้างเมรุชาวบ้านจึงเข้าไปถามว่ามาทำอะไรเพราะจอดนาน ชายซึ่งมาด้วยกัน 2 คนในรถบอกว่า ”ผมจอดสูบบุหรี่เดี๋ยวผมไปแล้ว” ไม่นานก็ขับรถออกไปรวมรถเก๋งสีดำมาจอดประมาณ 2 ชม.

นางปาริษา กล่าวต่อว่า ภาพที่ออกข่าวเป็นภาพเมรุของวัดจริง แต่พวกตนยืนยันว่าไม่มีผู้หญิงหรือ ผอ.มาบริเวณนั้น ส่วนภาพชายที่ปรากฏอยู่ในป่าจำได้ว่าเป็นหนึ่งในชายสองคนที่มาด้วยกัน เพราะตนเข้าไปถามถึงรถ จึงอยากจะให้ ”บอยนักสืบ” เอาหลักฐานมาเปิดเผยมากกว่านี้ เพราะข้อมูลที่ออกไปไม่ตรงกับความเป็นจริง

เช่นเดียวกับนาง นางอ้อม(นามสมมติ) อายุ53 ปี แม่ครัวในโรงเรียน กล่าวว่า ”เป็นไปไม่ได้”ข้อมูลผิดทั้งหมดโรงเรียนมีครู 7 คน เป็นหญิง 5 ชาย 2 คน ส่วนใหญ่มีลูกโต 8-9 ขวบ ไม่มีครูหรือบุคลากรคนใดมีลูกวัย 2 เดือน ประกอบกับโรงเรียนมีนักเรียนน้อยกว่าเกณฑ์จึงไม่มี ผอ.มีเพียงรักษาการ

นางอ้อม กล่าวว่า ยอมรับว่าเห็นรถเก๋งคันสีดำเข้ามาวนเวียนอยู่ในโรงเรียน สามีจึงไปถ่ายคลิปรถเอาไว้ แล้วเอาให้ตำรวจที่รู้จักกันตรวจสอบพบว่าป้ายทะเบียนไม่ตรงกับตัวรถ ตอนนี้ก็ยังงงว่าในข่าวระบุว่าตนรู้เห็น อยากให้”บอยนักสืบ”มาชี้แจง เพราะถ้าเป็นระดับ ผอ.จริงคงไม่มาทำอะไรข้างเมรุ

ทั้งนี้ในช่วงเกิดเหตุว่ามีความผิดปกติที่มีรถแปลกเข้ามาได้กำชับนักเรียนไม่ให้ออกจากห้องแล้วรายงานไปตามลำดับขั้น

อย่างไรก็ตามชาวบ้านต่างตั้งข้อสังเกตหลายประการเกี่ยวกับการทำงานของ ”บอยนักสืบ” ว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ลูกน้องที่ให้มาสืบทำงานไม่สำเร็จแล้วสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อรับค่าจ้าง รวมถึงบอยนักสืบ “ก็จะได้รับเงินส่วนที่ค้างกับผู้ว่าจ้าง” หรือไม่