เริ่มรับฟังความเห็นแล้ว ทางหลวงพิเศษ MR10 สุพรรณบุรี-อยุธยา ระยะทาง 38 กม. เชื่อมต่อวงแหวนรอบที่ 3 ด้านตะวันออก
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ใต้ถุนอาคารวัดจุฬามณี ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา มีการประชุมเสนอแนวคิดในการกำหนดรูปแบบทางเลือกการพัฒนาโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษา เพื่อทบทวนการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ สำรวจ ออกแบบรายละเอียด และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 91 (MR10) พร้อมรถไฟทั้งคู่ ช่วง ทล.32(ถนนเอเชีย)-สุพรรณบุรี กลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 โดยมีชาวบ้านจาก อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา และจังหวัดอ่างทอง (บางส่วน) ซึ่งเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวร่วมรับฟัง
โครงการดังกล่าว จะเริ่มจาก กม.40 ทางหลวงหมายเลข 357 วงแหวนสุพรรณบุรี มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ผ่าน จ.สุพรรณบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา สิ้นสุดการเชื่อมต่อโครงการ MR 10 ทล.305-ทล.32 ระยะทางโดยประมาณ 38 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 18 ตำบล 6 อำเภอ 3 จังหวัด ประกอบด้วย จ.สุพรรณบุรี ต.ท่าระหัด-ต.โคกโคเฒ่า-ต.ไผ่ขวาง อ.เมืองสุพรรณบุรี ต.จระเข้ใหญ่-ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า

จ.พระนครศรีอยุธยา ต.ดอนลาน-ต.ท่าดินแดง-ต.บ้านใหญ่-ต.ลาดชิด-ต.ลำตะเคียน-ต.กุฎี อ.ผักไห่ ต.บางชะนี-ต.บางหัก-ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล ต.บ้านลี่ อ.บางปะหัน
และพื้นที่คาบเกี่ยว ต.บางเสด็จ และ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อแค่ทางขึ้นลงของมอเตอร์เวย์
รูปแบบโครงการแบ่งเป็น ทางยกระดับทั้งมอเตอร์เวย์ และรถไฟทางคู่ เป็นมอเตอร์เวย์ ไป-กลับ ฝั่งละ 2 ช่องจราจร รวม 4 ช่องจราจร ความกว้างช่องจราจรละ 3.6 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 3 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1 เมตร

สำหรับ “รถไฟทางคู่” รวมพื้นที่ดำเนินการ 100 เมตร แต่จะมีพื้นที่ศึกษาโครงการการก่อสร้างกว้างรวม 500 เมตร ป้องกันผลกระทบระหว่างสร้าง อย่างไรก็ดี ยังเหลือการประชุมสรุปผลการศึกษาทั้งหมดอีกครั้งห้วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2570
โครงการช่วง ทล.32-จ.สุพรรณบุรี ถือเป็นฟันฟันเฟืองชิ้นสำคัญของโครงข่ายที่เชื่อมโยงฝั่งตะวันออกและตะวันตก สามารถเชื่อมโยงการเดินทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ได้ในอนาคต
เป็นโครงข่ายวงแหวนเชื่อมต่อกับโครงการวงแหวนรอบที่ 3 ด้านตะวันออก ช่วยลดความแออัด ลดเวลาการเดินทาง และลดต้นทุนโลจิสติกส์ สามารถเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่แนวเส้นทางและพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว และการเข้าถึงแหล่งงาน

นอกจากนี้ ยังเป็นทางเลือกในการเดินทางสำหรับประชาชนที่เดินทางโดยโครงข่ายถนนในพื้นที่ใกล้เคียงและตามแนวเส้นทางทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายนี้ ถือเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพประหยัดเวลาการเดินทาง โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการความรวดเร็ว หรือเมื่อเกิดอุบัติการณ์และสถานการณ์ฉุกเฉินบนถนนสายหลัก
ส่งเสริมการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) ทั้งการขนส่งทางถนน ทางราง และทางเรือ โดยสามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ร่วมกัน ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว


