หน้าแรก ภูมิภาค อุทัยฯ วันจ่า...

อุทัยฯ วันจ่ายสารทจีนเงียบเหงา หมู–ไก่ต้นทุนพุ่ง ยอดซื้อกระดาษเงินกระดาษทองลดลง

26.08.26 | 13:36 น.

วันจ่ายสารทจีนเงียบเหงา แม่ค้าบ่นลูกค้าบางตา หมู–ไก่ต้นทุนพุ่งแต่ยังตรึงราคา ยอดซื้อกระดาษเงินกระดาษทองลดลง


เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม บรรยากาศการจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้ในช่วงวันจ่ายเทศกาลสารทจีน ที่ตลาดสดเทศบาลริมแม่น้ำสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่คึกคักเหมือนทุกปี แม้จะมีชาวไทยเชื้อสายจีนทยอยออกมาเลือกซื้อเนื้อหมู ไก่ ผลไม้ ขนมเทียน ขนมเข่ง และสิ่งของต่างๆ เพื่อเตรียมประกอบพิธีไหว้บรรพบุรุษในวันรุ่งขึ้น แต่จำนวนลูกค้าและยอดซื้อขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าปีนี้ตลาดเงียบและของขายยากกว่าที่ผ่านมา

นางสาวอุบลรัตน์ กาญจนอุทัย อายุ 58 ปี เจ้าของเขียงหมู เปิดเผยว่า ราคาเนื้อหมูหน้าฟาร์มปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทางร้านยังคงตรึงราคาขายไว้ โดยหมูสามชั้นและสันคอจำหน่ายกิโลกรัมละ 200 บาท เนื่องจากเกรงว่าหากปรับราคาเพิ่ม ลูกค้าประจำและลูกค้าขาจรจะมองว่าสินค้ามีราคาแพงจนไม่มาซื้อ ประกอบกับปีนี้ประชาชนออกมาจับจ่ายน้อยและซื้อในปริมาณลดลง ส่วนไก่ไทยทั้งตัวจำหน่ายตัวละประมาณ 180–190 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด ขณะที่ไก่สดเลี้ยงในฟาร์มจำหน่ายกิโลกรัมละ 100 บาท ด้านผลไม้ที่นิยมใช้เป็นของไหว้ เช่น กล้วยหอม ราคาหวีละ 60–80 บาท ส่วนผลไม้ชนิดอื่นยังคงจำหน่ายในราคาเดิม แต่ยอดขายโดยรวมไม่คึกคัก เนื่องจากประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายและลดจำนวนของไหว้ตามภาวะเศรษฐกิจ
ขณะที่ร้านจำหน่ายขนมเทียนและขนมเข่งยังคงจัดเตรียมขนมไว้รองรับลูกค้า เนื่องจากเป็นของไหว้สำคัญตามความเชื่อว่าจะช่วยนำโชคลาภและความรุ่งเรืองมาสู่ครอบครัว โดยปีนี้จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 120 บาท แต่บรรยากาศการซื้อขายค่อนข้างเงียบ ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกซื้อในปริมาณพอใช้ ไม่ได้สั่งซื้อจำนวนมากเหมือนในอดีต
สำหรับกระดาษเงินกระดาษทอง ซึ่งใช้เผาอุทิศให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ ราคาส่งปรับเพิ่มขึ้นเพียงชิ้นละประมาณ 1–2 บาท ปัจจุบันมีการผลิตสิ่งของจำลองให้ทันสมัยตามยุค ทั้งรองเท้า เสื้อผ้าชุดหรู ชุดสูท และโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน อย่างไรก็ตาม ปีนี้ยอดซื้อกระดาษเงินกระดาษทองลดลงเช่นกัน เนื่องจากประชาชนตระหนักว่าการเผาอาจก่อให้เกิดควัน มลพิษ และฝุ่นละออง หลายครอบครัวจึงลดปริมาณการซื้อและการเผาลง
ทั้งนี้ แม้ประชาชนจะลดจำนวนของไหว้และควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่ยังคงเลือกซื้อสิ่งของให้ครบตามกำลัง เพื่อสืบสานประเพณีและความเชื่อว่าจะนำความเป็นสิริมงคล ความรุ่งเรือง และความมั่งคั่งมาสู่ครอบครัว