หน้าแรก ภูมิภาค ก.อบต.ตรังเคา...

ก.อบต.ตรังเคาะเพิกถอน 71 ขรก.ท้องถิ่นเอี่ยวโกงสอบ บิ๊กอปท.หวั่นเซ็นเสี่ยงฟ้อง-ไม่เซ็นเจอ ม.157

27.08.26 | 17:30 น.

ก.อบต.จังหวัดตรัง มีมติรับทราบเพิกถอน บรรจุ 71 ขรก.ท้องถิ่นเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น เผยผู้บริหารอปท.หวั่นเซ็นเสี่ยงฟ้อง-ไม่เซ็นเจอม.157

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุม ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดตรัง พันจ่าโทอนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดตรัง (ก.อบต.จังหวัดตรัง) โดยมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาวาระสำคัญเกี่ยวกับการเพิกถอนการบรรจุและแต่งตั้งพนักงานส่วนท้องถิ่น กรณีผลการตรวจสอบการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น


ที่ประชุมได้นำมติของคณะกรรมการกลางเข้าสู่การพิจารณา กรณีให้เพิกถอนมติการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลที่ไม่มีรายชื่อในบัญชีใหม่ รวมถึงแก้ไขคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น เรื่องการขึ้นบัญชีและยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

Advertisement

พันจ่าโทอนันต์ กล่าวว่า การนำมติของคณะกรรมการกลางเข้าสู่การพิจารณาของ ก.อบต.จังหวัด เป็นการดำเนินการตามระเบียบ โดย ก.อบต.จังหวัดไม่มีอำนาจพิจารณาเป็นอย่างอื่นที่แตกต่างจากมติของคณะกรรมการกลาง จึงเป็นการลงมติรับทราบ ก่อนส่งรายชื่อและหลักฐานของแต่ละบุคคลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต้นสังกัด เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

สำหรับจังหวัดตรัง มีการเรียกบรรจุทั้งในสังกัดเทศบาลและ อบต. รวม 110 คน ในจำนวนนี้ไม่มารายงานตัว 4 คน และพบผู้ที่มีปัญหาจากการตรวจสอบรวม 71 คน โดยเอกสารที่จะส่งไปยัง อปท.ต้นสังกัดจะมีรายละเอียดและหลักฐานเฉพาะบุคคล รวมถึงข้อมูลคะแนนเดิมและคะแนนที่ได้จากการตรวจสอบภายหลังประกอบการพิจารณา

รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ระบุว่า หลักฐานดังกล่าวเป็นข้อมูลเฉพาะบุคคลจึงไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ แต่เมื่อ ก.อบต.จังหวัดรับทราบมติแล้ว จะต้องส่งรายละเอียดพร้อมหลักฐานให้ผู้บริหาร อปท.แต่ละแห่ง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจออกคำสั่งให้บุคคลพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับผู้บริหารท้องถิ่น เนื่องจากหากไม่ดำเนินการตามมติ อาจถูกพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขณะเดียวกัน หากลงนามเพิกถอนโดยเห็นว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ก็อาจเสี่ยงถูกผู้ได้รับผลกระทบดำเนินคดีได้ ส่วนผู้ถูกเพิกถอน หากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถใช้สิทธิตามกฎหมายได้เช่นกัน

พันจ่าโทอนันต์ กล่าวถึงกรอบเวลาที่กำหนดให้ผู้บริหาร อปท.ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ว่า หากผู้บริหารท้องถิ่นไม่มีข้อขัดข้องเกี่ยวกับข้อเท็จจริงหรืออำนาจหน้าที่ก็สามารถดำเนินการได้ แต่หากมีข้อสงสัยหรือกังวลว่าต้องเป็นผู้เผชิญโดยตรงกับผู้ถูกสั่งให้พ้นจากหน้าที่และอาจถูกฟ้องร้อง ก็สามารถขอให้จังหวัดทบทวนหรือหารือกลับไปยังคณะกรรมการกลางได้

ทั้งนี้ อำนาจในการออกคำสั่งให้บุคลากรปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ เป็นอำนาจของผู้บริหาร อปท.แต่ละแห่ง โดยจังหวัดจะส่งมติพร้อมรายละเอียดและหลักฐานที่ได้รับจากส่วนกลางไปประกอบการดำเนินการต่อไป