หน้าแรก ภูมิภาค ทนายอนันต์ชัย...

ทนายอนันต์ชัย ติดตามคดีวัดป่าอดุลยาราม แนะ ‘ป้าดา’ รีบพบพนักงานสอบสวน ก่อนถูกออกหมายจับ

30.08.26 | 17:30 น.

ทนายอนันต์ชัย ติดตามคดีวัดป่าอดุลยาราม แนะ ‘ป้าดา’ รีบพบพนักงานสอบสวน ก่อนถูกออกหมายจับ

 


ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม เดินทางติดตามความคืบหน้าคดีแก๊งป้าดา หลังตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ออกหมายเรียกข้อหาร่วมกันบุกรุก และ ข้อหาแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดิน แต่ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวน แนะให้รีบมาพบตำรวจก่อนถูกออกหมายจับ ส่วน “ลุงแหวน ธานอส” ต้องขมาภายใน 7 วันต่อหน้าสื่อมวลชน แลกกับการไม่ถูกแจ้งดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น นายอนันต์ชัย ไชยเดช หรือ “ทนายกระดูกเหล็ก” ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมด้วย ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม และนายโกวิทย์ แสงสากล หรือ ‘ทนายบอย’ ทนายความและฝ่ายกฎหมายวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ศุภมินทร์ ล้วนโสม รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี ภายหลังจากที่ทางวัดป่าอดุลยาราม ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นางสาวชมมณี พร้อมพวก ในข้อหาร่วมกันบุกรุก กรณี นำท่อปูนไปปิดขวางทางเข้าออกวัด ในช่วงสายของเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา และอีก 1 คดี คือ คดีที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนางบัวไข สอนสมุด ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี เจ้าของที่ดินเดิม กรณีขอออกใบแทนโฉนดที่ดินของนายเฮียง โดยอ้างว่า โฉนดที่ดินตัวจริงสูญหาย แต่ความจริงโฉนดที่ดินดังกล่าวอยู่ในความดูแลของวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งเป็นการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดิน

Advertisement

นายอนันต์ชัย กล่าวว่า วันนี้ได้สอบถามถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับกลุ่มของป้าดา กรณีแรก คือ แจ้งความเท็จ ซึ่งตอนนี้ตำรวจได้มีหมายเรียกให้ทายาทของนายเฮียง คือ นางบัวไข กับพยานอีก 2 ปาก เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ประมาณต้นเดือนกันยายนนี้ อีกกรณี 1 คือ กรณีที่ป้าดากับพวกร่วมกันบุกรุกวัด ที่จริงมีประมาณ 10 กว่าคน แต่ไม่สามารถพิสูจน์ทราบบุคคลได้ เหลือประมาณ 7 คน โดย 1 ในนั้น ทราบว่า เป็นอดีตนายพล นอกราชการ ยศพลตรี และมีคนสวมชุดทหารลายพรางอยู่ 2-3 คนที่อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ก็มีหมายเรียกไปแล้ว แต่ปรากฏว่าในวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา เขาก็ไม่ได้มาตามหมายเรียก ตำรวจจึงมีการออกหมายเรียกใหม่ จำนวน 7 หมายเรียก ให้มาพบตำรวจในวันที่ 18 กันยายนนี้ เวลา 10.00 น. มีข้อหาร่วมกันบุกรุก ตั้งแต่ 2 คนขึ้นเข้าลักษณะฉกรรจ์ อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000

นอกจากนี้ยังมีข้อหาที่อาจจะแจ้งเพิ่ม ก็คือข้อหาร่วมกันเป็นทั้งอั้งยี่ซ่องโจร ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปคือ 7 คน ก็เข้าข่ายอั้งยี่ซ่องโจร อัตราโทษจำคุก 7 ปี ข้อหาเหล่านี้โดยหลักการแล้วสามารถออกหมายจับได้ เพราะอัตราโทษตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปก็ออกหมายจับได้ แต่เพื่อความรอบคอบของพนักงานสอบสวน จึงออกหมายเรียกไปตามระเบียบ จำนวน 2 ครั้ง หากยังไม่มาก็จะออกหมายจับ

 

นายอนันต์ชัย กล่าวว่า อยากจะกราบเรียนป้าดาและทายาทของนายเฮียง รวมทั้งกลุ่มบุคคลดังกล่าวที่ร่วมกันมาบุกรุกวัดให้มารับทราบข้อกล่าวหา ไม่เช่นนั้นจะมีการออกหมายจับ จะเป็นผลร้ายกับตัวเอง เพราะออกหมายจับแล้วอาจจะไม่ได้รับการประกันตัว เพราะอัตราโทษค่อนข้างจะสูง โดยเฉพาะร่วมกันบุกรุก โทษจำคุกก็ 5 ปีแล้ว ถ้าข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรก็โดนโทษไป 7 ปี ถือว่าสูงมาก ค่าประกันตัวก็สูง แต่ถ้ามามอบตัวจะได้ประกันตัวไป หรืออาจจะต้องใช้หลักทรัพย์ในการประกันแล้วปล่อยตัวชั่วคราวไป จะเป็นผลดีกว่าการที่เรามาประกันตัว ถ้าไม่มอบตัว แล้วถูกออกหมายจับจะยากในการขอประกันตัวกับศาล

นายอนันต์ชัย กล่าวว่า กรณีแจ้งความเท็จ มีป้าบัวไข กับพยาน 2 ปาก ที่ไปยืนยันว่าโฉนดอยู่ที่บ้านแล้วก็หาย อันนี้คือ 3 คน แต่ถ้าหากว่าคดีนี้ป้าบัวไข ไปซัดทอดว่ามีป้าดาใช้ให้เป็นคนดำเนินการ ป้าดาก็จะมีความผิดด้วย ส่วนข้อหาที่ 2คือร่วมกันบุกรุก โดยมีการร่วมกันวางแผนในการนำท่อซีเมนต์มาปิดที่วัด ห้ามเข้าออกนี่คือความผิดฐานบุกรุก ในข้อหานี้ยังไงก็ไม่รอดแน่นอน เพราะมันมีทั้งพยานหลักฐาน มีทั้งภาพถ่าย มีทั้งพยานบุคคลที่เห็นว่าวันนั้นมีใครไปบ้าง ขณะเดียวกัน วันนี้ได้สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับที่มีชาวขอนแก่น เข้ามาแจ้งความเอาผิดกับกลุ่มของป้าดา ในข้อหามาตรา 112 ทราบว่า พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้สำนวนไปที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ให้พิจารณาว่า การที่เขามีการพูดถึงเบื้องสูงเกี่ยวกับเรื่องฎีกาที่จะถวายลงมานั้น เข้าข่ายการกระทำผิดฐานดูหมิ่นพระมหากษัตริย์หรือไม่

นายอนันต์ชัย กล่าวด้วยว่า ขอฝากไปถึงนายวรเดช ช่างบุ หรือ “ลุงแหวน ธานอส” ว่าการที่ไปพูดดูหมิ่นหลวงพ่อ ดูหมิ่นคณะสงฆ์ ดูหมิ่นผู้ที่ยัดไส้ แล้วก็หมิ่นเบื้องสูง เราให้โอกาส 7 วันให้มา“ทนายอนันต์ชัย” เข้าติดตามคดีวัดป่าอดุลยาราม เผยหมายเรียก “ป้าดา” รอบ 2 นัด 18 ก.ย. หากไม่มาเตรียมขอหมายจับ ขีดเส้น 6 ก.ย. จี้ “วรเดช” เข้าขอขมา “หลวงพ่ออดุล” ก่อนมอบหมายทนายแจ้งความดำเนินคดี ถ้า 7 วันไม่มาเราจะมาแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งเมื่อแจ้งความแล้ว มันจะเกิดปัญหาว่าไม่สามารถถอนแจ้งความได้

จึงฝากบอกอีกครั้งว่าให้นายวรเดช ช่างปุ มาขอขมาหลวงพ่อ ทำพิธีขอขมาลาโทษให้มันเป็นเรื่องเป็นราว จะได้ไม่ต้องมีกรรมต่อกันและกัน ได้นำเรียนหลวงพ่อแล้ว ท่านเห็นดีด้วย แต่จะไปขอโทษเป็นการส่วนตัวไม่ได้ เพราะว่าตอนที่นายวรเดช ไปแถลงข่าวออกรายการ และให้สัมภาษณ์ที่ใต้ตึกช่อง 3 ก็ได้ออกอากาศไปทั่วประเทศ หลวงพ่อท่านเสียหาย เพราะฉะนั้นการที่นายวรเดชจะมาขอขมา ก็ต้องขอขมาต่อหน้าสื่อมวลชนด้วย