มวลชนปราจีนฯ แห่เซฟ ‘กำนันประภาส’ ถูกสอบวินัยหลังขึ้นเวทีม็อบค้าน EEC ผู้ว่าฯแจงจนท.รัฐต้องวางตัวเป็นกลาง
ปราจีนบุรี – เมื่อวันที่ 1กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจก จ.ปราจีนบุรี เกิดกระแสความขัดแย้งระลอกใหม่ในจังหวัดปราจีนบุรี หลังกลุ่มมวลชน “ปราจีนเข้มแข็ง” และ “เครือข่ายรักลุ่มน้ำพระปรง” รวมตัวกัน ณ ศูนย์ราชการจังหวัดปราจีนบุรี ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมืองปราจีนบุรี นำดอกกุหลาบแดงและพวงมาลัยเข้ามอบให้แก่ นายประภาส รักศรี กำนันตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี เพื่อแสดงพลังสนับสนุน หลังนายประภาสถูกผู้บังคับบัญชาตั้งคณะกรรมการให้ชี้แจงข้อเท็จจริงทางวินัย จากกรณีขึ้นเวทีปราศรัยคัดค้านการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา

นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ระบุว่า การชุมนุมดังกล่าวขัดต่อกฎหมายเนื่องจากมิได้รับอนุญาต อีกทั้งการปราศรัยยังมีการใช้ถ้อยคำพาดพิงผู้บังคับบัญชาอย่างไม่เหมาะสม โดยเน้นย้ำว่าเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะกำนันและผู้ใหญ่บ้านต้องวางตัวเป็นกลาง หากพบว่ามีมูลความผิดจริงจะดำเนินการทางวินัยตามขั้นตอน

ด้าน นายสุนทร คมคาย แกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง โต้แย้งว่า การขึ้นเวทีดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม และมองว่าการตั้งสอบวินัยเป็นการกดทับการขับเคลื่อนของภาคประชาชน
ขณะที่ นางเบญญาภา อายุ 68 ปี ชาวบ้านตำบลนนทรี อำเภอกบินทร์บุรี ที่เดินทางมาร่วมมอบดอกกุหลาบแดง ให้สัมภาษณ์เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากำนันประภาสทำหน้าที่เป็นที่พึ่งของชาวบ้านมาโดยตลอด เมื่อประชาชนเคลื่อนไหวเรียกร้องเรื่องปัญหามลพิษ กำนันก็มักจะเดินทางไปให้กำลังใจและยืนเคียงข้างไม่ให้ชาวบ้านท้อถอย

“ถึงดิฉันจะอยู่คนละตำบล แต่ก็มองว่าท่านเป็นผู้นำที่ดี ทำเพื่อท้องถิ่น ทำเพื่อลูกหลาน การที่ท่านกล้าออกมาพูดความจริงบนเวที เป็นคำพูดที่ได้ใจประชาชนมาก การมาวันนี้จึงต้องการมาให้กำลังใจคนดี ไม่ใช่เรื่องการเมืองฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวา แต่เป็นการออกมาสนับสนุนคนกล้าที่ปกป้องบ้านเกิด” นางเบญญาภากล่าว
ด้าน นายประภาส ยืนยันว่า พร้อมรับการตรวจสอบ แต่ทำไปในฐานะคนปราจีนบุรีที่ต้องการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ และพร้อมจะสู้จนถึงที่สุดหากมีสิ่งใดเข้ามาสร้างความเดือดร้อนให้ท้องถิ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า เหตุการณ์สอบวินัยครั้งนี้นับเป็นสะพานเชื่อมไปสู่ข้อพิพาทเชิงโครงสร้าง หลังมีความพยายามดันจังหวัดปราจีนบุรีเข้าเป็นพื้นที่ EEC จังหวัดที่ 4 ซึ่งก่อให้เกิดความเห็นต่างในสังคมอย่างชัดเจน

- ฝ่ายสนับสนุน EEC (อดีตประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน 300–700 คน): คาดหวังการสร้างงานให้เยาวชนจบใหม่ ได้ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมใกล้บ้าน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การคมนาคม และสาธารณูปโภค โดยย้ำให้ผู้นำชุมชนร่วมกวดขันไม่ให้เกิดมลพิษ
- ฝ่ายคัดค้าน EEC (กลุ่มปราจีนเข้มแข็ง ยื่นคัดค้านกว่า 11,000 รายชื่อ): กังวลว่าจังหวัดจะกลายเป็น “หลังบ้าน EEC” สำหรับรองรับขยะพิษและโรงงานเถื่อน ทั้งยังหวั่นผลกระทบต่อเกษตรอินทรีย์ แหล่งสมุนไพรระดับโลก (โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร) ผืนป่ามรดกโลกเขาใหญ่-ทับลาน และกระบวนการผังเมืองที่ขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน
ผู้สื่อข่าวระบุ กรณีของกำนันประภาสจึงมิใช่เพียงเรื่องทางวินัยของฝ่ายปกครอง แต่กลายเป็นดัชนีชี้วัดการถ่วงดุลอำนาจระหว่างการบริหารราชการแผ่นดิน กับการรักษาสิทธิชุมชนท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดปราจีนบุรี





