หน้าแรก ภูมิภาค นายก อบต.แปดร...

นายก อบต.แปดริ้วโต้ข่าวสุสานยิว ยันสั่งเบรกใบอนุญาตนานแล้ว ไม่ให้ฝังศพ มีแค่รั้วล้อมที่ดิน

3.09.26 | 17:02 น.

นายก อบต.เสม็ดใต้ จ.ฉะเชิงเทรา ยันสุสานยิวถูกทำหมันนานแล้ว สั่งเบรกต่อใบอนุญาต งงข่าวฝัง 1,200 ศพมาจากไหน ย้ำให้ความสำคัญกับประชาชน วอนอย่าแพร่ข่าวบิดเบือน 


เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ที่องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา นายกิตติพงศ์ สีเหลือง นายก อบต.เสม็ดใต้ เรียกประชุมสมาชิก อบต. และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัด เป็นวาระเร่งด่วน เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสมาชิกสภาและหัวหน้าส่วนราชการ ในการให้ข้อมูล สร้างความเข้าใจ จากกระแสข่าวในสื่อกระแสหลักและสื่อโซเชียลถึงการสร้างสุสานยิวในพื้นที่ โดยระบุว่า พื้นที่ดังกล่าว เป็นที่ดิน 15 ไร่ 2 งาน 86 ตารางวา ในพื้นที่บ้านหนองโสน หมู่ที่ 2 ต.เสม็ดใต้ เดิมกว่า 10 ปีก่อนเคยเป็นของอดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 และเป็นอดีตรองนายก อบต.เสม็ดใต้ ต่อมาขายต่อให้แก่นายตี๋ (นามสมมุติ) คนในพื้นที่ตำบลติดกัน กระทั่งปลายปี 2564 ช่วงที่ตนหมดวาระลง มีกระแสข่าวการขายที่ดินแปลงดังต่อให้แก่ บริษัทกาน ชาบาค จำกัด ขณะนั้นตนยังถูกโจมตีว่าเป็นนายหน้าที่ดินแปลงดังกล่าวด้วยในระหว่างการเลือกตั้ง

“ได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาแล้ว บริษัทดังกล่าวได้มายื่นขออนุญาตสร้างสุสาน ซึ่งมีรายละเอียดเป็นเรื่องของทางข้อกฎหมายท้องถิ่น โดยผมไม่ได้ออกใบอนุญาตให้ แต่ปรากฎว่าฝ่ายบริษัทมีใบอนุญาตมาจากทางระดับจังหวัด เลขที่ 1/2564 ให้จัดตั้งสุสานชื่อ “JEWISH CEMETRY THAILAND” ลงนามออกให้เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2564 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัยนั้น ระบุว่าได้รับอนุญาตให้ตั้งสุสาน โดยเข้ามายื่นประกอบในการขอก่อสร้างโรงเรือนที่พัก

Advertisement

เมื่อดูในรายละเอียดของแบบก่อสร้างพบว่ามีที่พักศพ มีที่ชำระล้างศพ จึงไม่ได้อนุญาต แต่บริษัทพยายามฝ่าฝืนเดินหน้าทำการต่อไป จึงให้ฝ่ายกองช่างนำหนังสือเป็นคำสั่งจากอบต.ให้หยุดการก่อสร้างไปติดประกาศไว้ ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2567 เขาได้เปลี่ยนมาเป็นการขออนุญาตสร้างรั้วเพื่อตั้งกำแพงความยาว 917.32 เมตร สูงประมาณ 3 เมตร ซึ่งเราก็ต้องอนุญาตเพราะยื่นมาถูกต้องตามระเบียบกฎหมายควบคุมอาคาร จากนั้นยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกเลย จนมีวัชพืชขึ้นปกคลุมพื้นที่โดยรอบ” นายกิตติพงศ์ กล่าวและว่า

เท่าที่ทราบ อำเภอบางคล้า ได้มีคำสั่งที่ 40/2567 ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขสุสานและฌาปนสถาน เพื่อพิจารณารวม 13 หน่วยงาน เมื่อครั้งที่เขาส่งตัวแทนผู้รับมอบอำนาจมาจากพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อเข้ามาขอต่อใบอนุญาตหลังจากกำลังใกล้หมดอายุครบ 3 ปี เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ตามหนังสือขอให้ทางอำเภอบางคล้าพิจารณาทบทวนจากทาง อบต.ที่ส่งไปเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2567

โดยมีข้อพิจารณาไม่ผ่านหลักเกณฑ์ เนื่องจากมีระยะทางห่างจากทางสัญจรสาธารณะเพียง 5 เมตรจากข้อกำหนด 50 เมตร และห่างแหล่งน้ำสาธารณะเพียง 200 เมตรจาก 400 เมตร โดยมีการรายงานไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อมาจังหวัดมีหนังสือที่ ฉช.0018/1206 ลงวันที่ 26 มกราคม 25867 แจ้งเรื่องการพิจารณาขอต่อใบอนุญาตว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอ ตามคำสั่งมอบอำนาจให้นายอำเภอปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าฯ ที่ 3483/2565 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 25865 โดยมีข้อพิจารณาที่ไม่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ จึงพิจารณาไม่ต่อใบอนุญาตให้ นับแต่นั้นมาจึงถือว่าใบอนุญาตเรื่องการก่อตั้งสุสานได้จบสิ้นลงไปแล้ว

“ในวันนี้ที่กุข่าวกันขึ้นมานั้น เพราะมีสื่อโซเชียลนำเสนอข้อมูล ว่าจะมีการนำศพมาฝัง จึงต้องช่วยกันหาข้อมูลความจริงมาให้ประชาชน และต้องระมัดระวัง อย่าไปนำข้อมูลของเขามาส่งต่อกัน” นายกิตติพงศ์ ชี้แจงต่อที่ประชุม

นายกิตติพงศ์ เปิดเผยว่า ส่วนที่เกี่ยวข้องกับอบต.เสม็ดใต้ จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่ รับประกันได้ว่าตนจะไม่ไปละเมิดสิทธิพี่น้องประชาชน เรื่องที่เขาขนศพเข้ามาช่วงปี 2565 – 2566 นั้น ได้ยินแต่เพียงเล่าต่อกันว่ามีรถตู้บรรทุกศพมาและได้ไปถามหาบ้านใกล้ๆเพื่อถามหาสุสาน จึงมีการแจ้งผู้นำ แจ้งชาวบ้านเข้าไปดูจนเกิดความไม่ยินยอม และสภาพก็ไม่ได้เป็นสุสานตามที่เห็น เขาจึงกลับไป โดยยังไม่ได้มีการฝังศพเกิดขึ้นและไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีก

ส่วนข้างในที่ปิดล้อมนั้น เป็นพื้นที่เอกชน เราจึงไม่ได้เข้าไป แต่มีเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์เป็นระยะ หลังจากนี้จะขอดูเรื่องกฎหมายเพื่อขออนุญาตเข้าไปตรวจสอบภายใน เพื่อนำข้อมูลแจ้งพี่น้องประชาชนรับทราบความจริงข้างต่อไป อย่างไรก็ตาม อบต.เสม็ดใต้ ใช้หลักธรรมาภิบาลอยู่แล้ว กระบวนการทุกอย่างมีความชัดเจน เป็นขั้นตอนและยึดพี่น้องประชาชน ส่วนไหนที่ประชาชนไม่ต้องการ เป็นไปไม่ได้เลยที่การบริหารงานจะทำให้เกิดขึ้น

“อยากให้สื่อไปดูว่าอำนาจและกฎหมายท้องถิ่นนั้นมีหน้าที่อะไรบ้าง จะได้สื่อสารให้ชัดเจนแก่ประชาชน เพราะเราอนุญาตให้สร้างได้แค่รั้ว จึงไม่ทราบว่าข่าว 1,200 ศพนั้นมาอย่างไร ขอให้ช่วยกันชี้แจงด้วย หลังจากนี้จะพยายามติดต่อไปยังเจ้าของที่ดิน และขอความบริสุทธิ ขออนุญาตเข้าไปดูเพื่อหาข้อมูลให้ประชาชนรับทราบความชัดเจนให้มากที่สุด เพื่อพี่น้องจะได้สบายใจ โดยเฉพาะผู้อยู่ในบริเวณนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวเสม็ดใต้” นายกิตติพงศ์ กล่าว