หน้าแรก ภูมิภาค นายกแจ๊ส จับม...

นายกแจ๊ส จับมือผู้ว่าฯ-กปน.-กรมศิลป์ จ่อเซ็น MOU เนรมิต 100 ไร่ริมเจ้าพระยา-สร้างสะพานข้ามแก้รถติด

8.09.26 | 19:54 น.

นายกแจ๊ส จับมือผู้ว่าฯ กปน.-กรมศิลป์ จ่อเซ็น MOU เนรมิต 100 ไร่ริมเจ้าพระยาพร้อมลุยสร้างสะพานข้ามไซฟอนแก้รถติดถนนซ่อมสร้าง

นายก อบจ.ปทุมธานี รุกเจรจา การประปานครหลวง เคาะข้อสรุปเมกะโปรเจกต์ จ่อตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย ดึงกรมศิลปากรร่วมจัดผัง เปลี่ยนที่ดินเก่า 100 ไร่เป็นสวนสาธารณะเชิงอนุรักษ์ ย้ำห้ามใช้เชิงพาณิชย์ พร้อมลุยผุดสะพานข้ามไซฟอนเลียบคลองรังสิตฯ หวังแก้รถติดถนนซ่อมสร้าง-รังสิต โดย อบจ.พร้อมใช้งบประมาณเพื่อพัฒนาเองเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนโดยเร็วที่สุด


เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ. และหัวหน้าส่วนราชการ เดินหน้าผลักดันเมกะโปรเจกต์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่สาธารณะประโยชน์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ปัญหาจราจรให้กับพี่น้องประชาชนชาวปทุมธานี โดยได้เข้าหารือร่วมกับ น.ส.สุวรา ทวิชศรี ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) พร้อมด้วย นาย สุทธิศักดิ์ ลาภประเสริฐ รองผู้ว่าการการประปานครหลวง (บริหาร) นาง ราชิรัช อุทาโย รองผู้ว่าการการประปานครหลวง (แผนและพัฒนา) เพื่อหาข้อสรุปแนวทางการดำเนินการร่วมกัน

โดยเมื่อเวลา 13.00 น. ของวันเดียวกัน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้เรียกประชุมคณะทำงานที่ ห้องประชุมมหาหงส์ อาคาร อบจ.ปทุมธานี เพื่อวางกรอบการเจรจากับ กปน. ใน 2 โครงการหลัก โครงการแรกคือการขอใช้พื้นที่บริเวณที่ทำการประปานครหลวงเก่า ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างตำบลบางกะดีและตำบลบ้านกลาง เนื้อที่กว่า 100 ไร่ ซึ่งปัจจุบันทิ้งร้างไม่ได้ใช้งาน โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะพลิกโฉมพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาสายเก่าแห่งนี้ ให้กลายเป็น “ปอดของคนปทุมธานี” มีทั้งเลนปั่นจักรยาน ทางเดิน-วิ่ง ซึ่งทาง อบจ. เตรียมงบประมาณไว้กว่าร้อยล้านบาท เพื่อผลักดันให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ โครงการที่สอง เป็นวาระเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด บริเวณเส้นทางเลียบคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ช่วงระหว่างทางเข้าเมืองเอก (ถนนซ่อมสร้าง) ยาวไปจนถึงวัดเทพสรธรรม ซึ่งเส้นทางปัจจุบันขาดตอนเนื่องจากติดโครงสร้างไซฟอน (Syphon) ผันน้ำของ กปน. ทาง อบจ.ปทุมธานี จึงมีแผนก่อสร้างสะพานข้ามจุดดังกล่าว เพื่อเชื่อมโครงข่ายถนนให้เป็นเส้นทางเลี่ยง (Bypass) ช่วยระบายรถจากถนนซ่อมสร้างก่อนเข้าสู่พื้นที่เทศบาลนครรังสิต และลดปัญหาจราจรที่เชื่อมโยงไปถึงถนนสาย 345 โดยยืนยันว่าการออกแบบจะรัดกุมและไม่กระทบต่อโครงสร้างท่อไซฟอนใต้ดิน

Advertisement

ทั้งนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ระบุว่าในส่วนของคันกั้นน้ำและคลองบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาสายเก่า ที่ อบจ. มีแผนจะขุดลอกตะกอนและทำสะพานข้ามนั้น ซึ่งทาง กปน. แจ้งว่าคันกั้นน้ำดังกล่าวมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ทาง อบจ. ก็พร้อมที่จะไม่แตะต้องแต่จะเปลี่ยนไปมุ่งเน้นเป็นการปรับภูมิทัศน์และพัฒนาพื้นที่บนบกให้เป็นสวนสาธารณะแทน เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้

ต่อมาพล.ต.ท.คำรณวิทย์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการพร้อมคณะ ได้เดินทางไปเพื่อรวมประชุม กับน.ส.สุวรา ทวิชศรี ผู้ว่าการการประปานครหลวง พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ที่ห้องประชุมสำนักงานใหญ่ กปน. จากการ ปรึกษาหารือการวางแนวทางพัฒนา น.ส.สุวรา ระบุว่า ทาง กปน. ยินดีและเห็นตรงกันที่จะจัดสรรพื้นที่ให้ชาวปทุมธานีได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงต้องมีเงื่อนไขสำคัญคือ การดำเนินการทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ “กรมศิลปากร”

นอกจากนี้ น.ส.สุวรา ยังเน้นย้ำว่า พื้นที่นี้ไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมในเชิงพาณิชย์ หรือการค้าขายโดยเด็ดขาด จะต้องเป็นไปในรูปแบบเชิงอนุรักษ์และเพื่อชุมชนเท่านั้น รวมถึงต้องสอดคล้องกับนโยบายพลังงานสะอาดของ กปน. ที่ร่วมกับกระทรวงการคลังและองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ในการลดก๊าซเรือนกระจก และการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในพื้นที่

โดยบทสรุปของการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะตั้งคณะทำงานร่วมกัน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย อบจ.ปทุมธานี, การประปานครหลวง และ กรมศิลปากร เพื่อมาลงรายละเอียดการจัดทำผัง (Mapping) และกำหนดกรอบเวลาการทำงานร่วมกัน ก่อนที่จะมีการลงนาม MOU อย่างเป็นทางการต่อไป โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของการทำ MOU กับการรถไฟแห่งประเทศไทย ในการปรับปรุงถนนโลคัลโรด (Local Road) สถานีรังสิต มาเป็นเครื่องยืนยันว่า อบจ.ปทุมธานี พร้อมใช้งบประมาณท้องถิ่นลงไปพัฒนาพื้นที่ของหน่วยงานอื่น เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชนอย่างแท้จริง