นายเอ โผล่กลางดึก! ชายปรากฏในวงจรปิด ขณะตำรวจค้นกุฏิอดีตพระอติโชติ ก่อนคุมตัวส่งกองปราบ
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายในวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ช่วงค่ำวันที่ 10 กันยายน ยังคงเป็นไปอย่างเคร่งเครียด หลังตำรวจกองบังคับการปราบปรามเข้าตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐานภายในกุฏิของอดีตพระอติโชติ หรืออดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับเงินของวัด
ตลอดช่วงค่ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจทยอยนำพยานหลักฐานและสิ่งของบางส่วนออกจากกุฏิ เพื่อตรวจสอบและนำไปประกอบสำนวนคดี ขณะที่บริเวณโดยรอบยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลพื้นที่ และมีผู้สื่อข่าวติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

กระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. ระหว่างตำรวจกำลังควบคุมตัวอดีตพระอติโชติและตรวจค้นหาหลักฐานภายในกุฏิ ผู้สื่อข่าวพบชายคนหนึ่งเดินออกมาในบริเวณวัด ทราบชื่อคือ “นายเอ” ซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดและคนสนิทของอดีตพระอติโชติ และเป็นชายที่ปรากฏอยู่ในภาพจากกล้องวงจรปิดที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ
เมื่อสอบถามนายเอถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงบุคคลที่ปรากฏอยู่ในภาพวงจรปิด นายเออ้างว่า หญิงสาวที่ปรากฏอยู่ในคลิปเป็นลูกศิษย์ภายในวัด ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ยืนยันว่าไม่สามารถจดจำรายละเอียดได้
นายเอยังยืนยันว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยระแคะระคาย หรือรับรู้ถึงพฤติกรรมของอดีตเจ้าอาวาสและหญิงสาวตามที่ปรากฏในคลิป พร้อมระบุว่า ไม่ทราบว่ามีเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นภายในกุฏิ

จากนั้นตำรวจยังคงใช้เวลาตรวจสอบและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานภายในกุฏิอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศที่มีผู้สื่อข่าวเฝ้าติดตามสถานการณ์ จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.05 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว สมีโชติออกจากกุฏิ เพื่อเดินทางไปยังกองบังคับการปราบปราม
โดยสมีโชติถูกนำตัวขึ้นรถตราโล่ของกองปราบปราม นั่งบริเวณเบาะด้านหลัง ขณะที่มีรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนั่งอยู่ภายในขับตามประกบ ก่อนจะตามด้วยรถตู้ที่บรรทุกของกลางและพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่นำออกมาจากวัดพุทไธศวรรย์ และมีรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายคันร่วมขบวน

ช่วงก่อนขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามสมีโชติว่า ต้องการกล่าวขอโทษต่อพระพุทธศาสนาหรือไม่ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงอยากกล่าวขอโทษต่อการกระทำที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ แต่สมีโชติไม่ได้ตอบคำถามใดๆ ก่อนจะก้าวขึ้นรถตราโล่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกล่องสิ่งของจำนวน 1 ห่อส่งให้ จากนั้นตำรวจขึ้นประกบตัวสมีโชติทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ก่อนปิดประตูรถและเคลื่อนขบวนออกจากวัดพุทไธศวรรย์ มุ่งหน้าไปยังกองบังคับการปราบปราม
ขณะที่บรรยากาศภายในวัดหลังขบวนรถตำรวจเคลื่อนออกไป ยังคงมีเจ้าหน้าที่บางส่วนอยู่ภายในพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบและจัดเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนความคืบหน้าของคดี รวมถึงรายละเอียดของของกลางที่ตำรวจตรวจยึดไป จะต้องรอการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป




