หน้าแรก ภูมิภาค ปิดทองหลังพระ...

ปิดทองหลังพระผนึกจว.ฉะเชิงเทราพัฒนาสระเก็บน้ำคลองมะหาดแก้แล้ง ช่วยเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหม-อยู่ร่วมช้างป่าได้

15.09.26 | 13:08 น.

ปิดทองหลังพระฯ ผนึกกำลังจังหวัดฉะเชิงเทรา ติดตามการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำ “สระเก็บน้ำคลองมะหาด” น้อมนำพระราชปณิธาน“สืบสาน รักษา ต่อยอด” เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ในพื้นที่คชานุรักษ์ มีน้ำใช้ดูแลแปลงหม่อน พัฒนาการผลิตเส้นใยไหม สร้างรายได้ให้กับครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้คนอยู่กับช้างป่าได้โดยสันติ


เมื่อวันที่ 15 กันยายน  นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ร่วมกับจังหวัดฉะเชิงเทรา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดประชุมและลงพื้นที่ติดตามงานแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร พื้นที่โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ บ้านคลองมะหาด หมู่ที่ 14 ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่หากินของช้างป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนย การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพการเกษตรชนิดเดียวที่ส่งเสริมให้ประชาชนกับช้างป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยสันติ แต่ที่ผ่านมาจากสภาวะความแห้งแล้งทำให้สระเก็บน้ำคลองมะหาดที่เป็นแหล่งน้ำหลักในการดูแลต้นหม่อน มีสภาพแห้งขอด ส่งผลกระทบกับคุณภาพของใบหม่อนและต้นหม่อนของกลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหม พื้นที่ 60 ไร่ เสี่ยงที่จะยืนต้นตาย สถาบันได้ประสานงานภาคเอกชนสนับสนุนงบประมาณ 480,000 บาท โดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน และกลุ่มเกษตรกร ร่วมสมทบงบประมาณ 120,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 600,000 บาท ทำการขุดลอกสระเก็บน้ำเพื่อเปิดตาน้ำ และเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำของสระ ตลอดจนได้ร่วมกับส่วนราชการ องค์กรเอกชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่วางแผนแก้ไขปัญหาในระยะยาว ปัจจุบันปริมาณน้ำในสระเพิ่มมากขึ้นกว่า 60,000 ลบ.ม. ต้นหม่อนพ้นสภาพการเสี่ยงยืนต้นตาย และกลุ่มเกษตรกรมีรายได้จากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพียงพอเหมาะสมต่อการดำรงชีพ

Advertisement


ทุกฝ่ายได้ร่วมกันพิจารณาแผนงานพัฒนาสระเก็บน้ำคลองมะหาด 4 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่
1. การปรับปรุงและพัฒนาทางน้ำเข้าสระ 3 ด้าน โดยองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบเตรียมดำเนินการขุดลอกร่องน้ำสาธารณะและวางท่อระบายน้ำ งบประมาณ 450,000 บาท โดยจะเริ่มดำเนินการในเดือนตุลาคม 2569

2. การขุดบ่อดักตะกอนก่อนน้ำเข้าสระ 4 แห่ง เพื่อป้องกันตะกอนดินไหลลงไปทับถมในสระ อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบ โดยสถานีพัฒนาที่ดินฉะเชิงเทราและองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตะเกียบ

3. การเสริมศักยภาพระบบเติมน้ำเข้าสระเก็บน้ำคลองมะหาด โดยการส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองสียัด และอ่างเก็บน้ำห้วยเกาะเคียน ซึ่งสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(สสน.) และผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาคลองสียัด ได้สนับสนุนด้านข้อมูลและการดำเนินงาน เพื่อการแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยวางระบบสูบส่งน้ำ และบ่อพวงพักน้ำ โครงการชลประทานฉะเชิงเทราได้บรรจุแผนการแก้ไขปัญหาในแผนระยะกลาง ตลอดจนได้เตรียมแผนเผชิญเหตุระยะสั้นร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฉะเชิงเทรา ในการใช้ระบบสูบน้ำระยะไกลเข้าเติมสระ ซึ่งจะได้ร่วมกันจัดเก็บข้อมูลสมดุลน้ำ ห้วงเวลา และปริมาณน้ำที่ใช้จากสระในแต่ละวัน เตรียมแผนงาน งบประมาณ เพื่อใช้เครื่องสูบส่งน้ำระยะไกลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดึงน้ำเข้าสระได้ทันทีหากน้ำในสระแห้งลง

4. การสนับสนุนกลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สระบุรี ได้สนับสนุนไข่ไหม พร้อมวัสดุอุปกรณ์การเลี้ยงไหมและปรับปรุงโรงเลี้ยงไหมวัยอ่อน ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 ถึงปัจจุบัน เกษตรกรสามารถกลับมาเลี้ยงไหมได้จำนวน 6 รุ่น สร้างรายได้ 553,750 บาท และคาดว่ารายได้รวมทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 1,200,000 บาท ใกล้เคียงกันกับปีที่ผ่านมา

ทุกฝ่ายมีความเห็นร่วมกันว่าการดำเนินงานดังกล่าว ทุกหน่วยงานที่ดำเนินการจะมีการขออนุญาตใช้พื้นที่ตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และให้มีการประสานการทำงานกันโดยใกล้ชิดต่อเนื่อง เพื่อการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์เป็นไปอย่างยั่งยืน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างเพียงพอ ทำให้คนและช้างป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข