ธ.ก.ส. มีโครงการดอกเบี้ยคนละครึ่งช่วยเหลือเกษตรกร รายไม่เกิน 1 แสนบาท เวลา 12 เดือน
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นายสามารถ เอี่ยมวงษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันตก ธ.ก.ส. กล่าวว่า โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 11 เมษายน 2569 และมีมติที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ครั้งที่ 6 / 2569 วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เป็นโครงการของรัฐบาล ส่งผ่านมาให้เกษตรกร น่าจะเป็นช่วงราคาน้ำมันแพง ราคาต้นทุนการผลิตสูง ตอนนั้นมีการขึ้นราคากันจนน่าตกใจ โดยจะให้ในวงเงิน ไม่เกิน 1 แสนบาท และมีเงื่อนไขว่า อัตราดอกเบี้ย 6 บาท เสียแค่ 6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี กำหนดชำระไม่เกิน 12 เดือน เพราะรอบการผลิตปลูกพืชล้มลุกจะไม่เกิน 1 ปี เสร็จแล้วเงินที่กู้ไปถ้าทำตามเงื่อนไขของโครงการ คือ ให้มาที่ ธ.ก.ส. จะมีการอบรมเรื่องการตรวจพิสูจน์ดินว่าดินแต่ละประเภทควรปลูกและใช้ปุ๋ยชนิดไหนเพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ และเกษตรกรต้องไปซื้อปุ๋ยไปใช้จริงจากร้านค้าที่ขึ้นทะเบียน อย่างน้อย 15 เปอร์เซ็นต์ สมมุติกู้ไป 1แสนบาท อย่างน้อยเงินจำนวน 15,000 บาท ต้องไปซื้อปุ๋ยจริง เมื่อใดก็ตามที่เกษตรกรนำเงินมาชำระดอกเบี้ยที่จะต้องเสีย 6 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเกษตรกรทำตามเงื่อนไขนี้จะเสียดอกเบี้ยเพียงแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ เป็นที่มาของชื่อว่า สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง นั่นหมายความว่า เงินที่เราเอาไปทั้งหมดไม่ได้ไปซื้อปุ๋ยทั้งหมด แต่เอาไปทำการผลิต และตอนนี้กำลังประสบภัยธรรมชาติน้ำท่วมเกิดความเสียหายที่จะต้องทำขึ้นมาใหม่นั้น สินเชื่อตัวนี้ช่วยได้ อย่างเพิ่งไปหาสินเชื่อนอกระบบเลย ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นความรับผิดชอบของ ธ.ก.ส. เพราะรัฐบาลบอกว่าเป็นหน้าที่ของ ธ.ก.ส.ที่จะต้องเอาเรื่องนี้ไปสื่อสารกับเกษตรกรทุกคนที่มีสิทธิ์ ส่วนเกษตรกรจะสะดวกต้องการหรือไม่นั้นก็สุดแล้วแต่ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐ ครึ่งหนึ่งรัฐบาลต้องจ่ายให้แทน ดังนั้นจึงเป็นสิทธิ์ของเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้ ถ้าคนไหนยังไม่ได้มาเป็นลูกค้า ก็ให้มาสมัครเป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส.จะได้ประโยชน์ตามโครงการนี้
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เป็นสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือ ภัยพิบัติ ปี 2569 / 70 วงเงินกู้ตามความจำเป็น สูงสุด รายละไม่เกิน 50,000 บาท สำหรับเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. หรือ เกษตรกรทั่วไปที่มีพื้นที่อยู่อาศัยหรือ พื้นที่ทำการเกษตรได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ หรือ ภัยพิบัติที่อยู่ในเขตประกาศพื้นที่ประสบภัย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ หรือ ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นในครัวเรือน ของเกษตรกรลูกค้า เช่น ค่าซ่อมแซมบ้านเรือน / อาคารโรงเรือน ซ่อมแซมเครื่องมืออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ หรือ เงินทุนทำการผลิตรอบใหม่ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เดือนที่ 1 ถึงเดือนที่6 ร้อยละ 0 ต่อปี เดือนที่ 7 เป็นต้นไป MRR ต่อปี ชำระคืนไม่เกิน 1 ปี นับจากวันกู้
นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต สำหรับเกษตรกรลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติ หรือ ภัยพิบัติ วงเงินกู้ตามความจำเป็น สูงสุด รายละ ไม่เกิน 5 แสนบาท สำหรับเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. หรือ เกษตรกรทั่วไป ที่มีพื้นที่อยู่อาศัยหรือ พื้นที่ทำการเกษตรกรอยู่ในเขตประกาศพื้นที่ประสบภัย เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับสร้าง หรือ ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย / โรงเรือนการเกษตร หรือ เครื่องมือ เครื่องจักกลทางการเกษตร หรือ ฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือ ภัยพิบัติ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MRR -2 ต่อไป ปัจจุบันMRR เท่ากับร้อยละ 6.575 ชำระคืนไม่เกิน 15 ปี นับจากวันกู้




